ข้อพิพาทไทย-กัมพูชามีทั้งปัญหาทางบกและทางทะเล แต่ใช้กฎหมาย กลไก และกระบวนการแก้ไขแตกต่างกัน โดยประเด็นสำคัญครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดเขตแดน การอ้างสิทธิในทะเล ไปจนถึงการจัดการผลประโยชน์ระหว่าง 2 ประเทศ
ความขัดแย้งระหว่าง ไทยกับกัมพูชา มีทั้งข้อพิพาทเรื่องแนวเขตแดนทางบก และข้อพิพาทเรื่องเขตทางทะเลในอ่าวไทย ซึ่งมีที่มาและวิธีแก้ปัญหาแตกต่างกัน แต่ในช่วงที่ผ่านมา หลายกรอบการเจรจาและหลายชื่อย่อถูกกล่าวถึงพร้อมกัน ทั้ง MOU 2543 ซึ่งใช้กับการสำรวจและปักปันเขตแดนทางบก, JBC ซึ่งเป็นกลไกเจรจาฝั่งบก, MOU 44 ซึ่งเคยใช้เป็นกรอบหารือเรื่องพื้นที่อ้างสิทธิทางทะเล และ UNCLOS ซึ่งปัจจุบันถูกใช้เป็นกรอบในการหาทางออกเรื่องเขตทางทะเล ทำให้คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าปัญหาทั้งหมดเป็นข้อพิพาทชุดเดียวกัน ทั้งที่ในความเป็นจริงเป็นคนละเรื่อง ใช้กฎหมายต่างกัน และมีกลไกสำหรับหาทางออกแยกจากกัน
UNCLOS คืออะไร?
UNCLOS หรือ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea) เป็นกรอบกฎหมายระหว่างประเทศที่กำหนดสิทธิ หน้าที่ และเขตอำนาจของประเทศต่างๆ ในทะเล ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดเขตทางทะเล การใช้ทรัพยากร การเดินเรือ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการระงับข้อพิพาท มีทั้งหมด 320 มาตรา และ 9 ภาคผนวก
สำหรับกรณีไทย-กัมพูชา ปัจจุบันใช้ กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้ UNCLOS เพื่อช่วยหาทางออกเรื่องการกำหนดเขตทางทะเล โดยมี คณะกรรมาธิการประนอม 5 คน รับฟังข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของทั้ง 2 ประเทศ ก่อนเสนอแนวทางที่อาจนำไปสู่ข้อยุติอย่างฉันมิตร
กลไกนี้ ไม่ใช่ศาลและไม่ได้ตัดสินว่าใครชนะหรือแพ้ รายงานและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ขณะที่คณะกรรมาธิการมีกรอบจัดทำรายงานภายในประมาณ 12 เดือนนับจากการจัดตั้ง จากนั้นไทยและกัมพูชายังต้องนำข้อเสนอที่ได้ไปเจรจากันต่อ

ผ่า 2 ปมชายแดน ไทย-กัมพูชา
ข้อพิพาททางทะเล ≠ ข้อพิพาททางบก
แม้เป็นข้อพิพาทระหว่าง ไทย-กัมพูชา เหมือนกัน แต่ใช้คนละกระบวนการ โดย ทางทะเลใช้กลไกภายใต้ UNCLOS เพื่อหาทางออกเรื่องเขตทางทะเล ส่วน ทางบกใช้ MOU 2543 และ JBC เพื่อสำรวจและปักปันเขตแดน
ในฝั่งทะเล ประเด็นสำคัญคือการกำหนดเขตทางทะเล เช่น ทะเลอาณาเขต เขตเศรษฐกิจจำเพาะ หรือ EEZ และไหล่ทวีป โดยมีคณะกรรมาธิการประนอมช่วยรับฟังข้อมูลและเสนอแนวทางให้ทั้ง 2 ฝ่ายนำไปเจรจาต่อ
ส่วนทางบกใช้ MOU 2543 หรือบันทึกความเข้าใจไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก โดยมีกลไกหลักคือ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (Joint Boundary Commission: JBC) ซึ่งพิจารณาสนธิสัญญา แผนที่ หลักเขต และข้อมูลจากการสำรวจร่วมกัน เพื่อทำให้แนวเขตแดนทางบกมีความชัดเจน
UNCLOS ยังแยก 2 เรื่องนี้ออกจากกันอย่างชัดเจน หากข้อพิพาททางทะเลจำเป็นต้องเข้าไปตัดสินว่า ดินแดนทางบกหรือเกาะที่ยังมีข้อพิพาทเป็นของประเทศใด ประเด็นดังกล่าวจะไม่อยู่ในกระบวนการประนอมนี้ เพราะข้อพิพาทเรื่องอธิปไตยเหนือดินแดนต้องได้รับการแก้ไขผ่านกลไกอื่น
UNCLOS ไทย-กัมพูชา ไปถึงไหนแล้ว?
การประชุม ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 โดยไทยและกัมพูชาเปิดจุดยืนของแต่ละฝ่าย พร้อมวางกติกาการทำงานของกระบวนการ ผลสำคัญคือการรับรองกรอบการทำงานและข้อบังคับ ก่อนเริ่มหารือข้อเท็จจริงและรายละเอียดของข้อพิพาท
ครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม 2569 โดยเริ่มลงรายละเอียดข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับการกำหนดเขตทางทะเลมากขึ้น และได้ข้อสรุปสำคัญคือ มาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ (Confidence-Building Measures) เพื่อช่วยลดความตึงเครียดและสร้างบรรยากาศสำหรับการเจรจาต่อ
ส่วน ครั้งที่ 3 ฝ่ายกัมพูชาเปิดเผยกำหนดการระหว่างวันที่ 24-27 พฤศจิกายน 2569 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยจะหารือต่อจากผลการประชุมครั้งที่ 2 ทั้งเรื่องมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและการกำหนดเขตทางทะเล อย่างไรก็ตาม กำหนดการดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ฝ่ายกัมพูชาเปิดเผย ณ ปัจจุบัน
ไทย-กัมพูชาเคยมี “เส้นแบ่งทางทะเล” แล้วหรือยัง?
ข้อเท็จจริงสำคัญคือ ไทยและกัมพูชา ยังไม่มี “เส้นเขตแดนทางทะเล” ในพื้นที่พิพาทที่ทั้ง 2 ประเทศตกลงร่วมกัน สิ่งที่มีมานานกว่า 50 ปีคือ “เส้นอ้างสิทธิทางทะเล” ของแต่ละประเทศ โดยกัมพูชาประกาศอ้างสิทธิไหล่ทวีปในอ่าวไทยเมื่อปี 2515 และไทยประกาศอ้างสิทธิในปี 2516 เมื่อเส้นที่แต่ละฝ่ายประกาศขึ้นเองซ้อนกัน จึงเกิด พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล (Overlapping Claims Area: OCA) ราว 26,000 ตารางกิโลเมตร

ภาพแผนที่จาก MOU 2544
ต่อมาในปี 2544 ไทยและกัมพูชาจัดทำ MOU 44 เพื่อนำพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนเข้าสู่กรอบเจรจา โดยแบ่งออกเป็น พื้นที่ที่จะเจรจากำหนดเขตทางทะเล (Area to be Delimited) และ พื้นที่เสนอให้พัฒนาทรัพยากรร่วม (Joint Development Area) แต่ MOU 44 ไม่ได้กำหนดเส้นเขตแดนสุดท้าย ทั้ง 2 ประเทศยังต้องหาข้อตกลงร่วมกันว่าเส้นเขตทางทะเลควรอยู่ตรงไหน
เมื่อกรอบเดิมไม่สามารถนำไปสู่ข้อยุติเรื่องเส้นเขตทางทะเลได้ ข้อพิพาทจึงเข้าสู่กระบวนการภายใต้ UNCLOS ในปี 2569 โดยเป้าหมายยังคงเป็นการหาแนวทางสำหรับ เส้นเขตทางทะเลที่ไทยและกัมพูชายอมรับร่วมกัน ไม่ใช่การนำเส้นอ้างสิทธิเดิมของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาใช้เป็นเส้นเขตแดนทันที ดังนั้น เส้นอ้างสิทธิในอ่าวไทยมีมานานกว่า 50 ปี แต่ เส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชาในพื้นที่พิพาทยังไม่มีข้อยุติจนถึงปัจจุบัน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: UNCLOS ทางลงไทย-กัมพูชา? ‘สุภลักษณ์’ ชี้ข้อพิพาททะเลซับซ้อนกว่าแบ่งเขต




