News Logo
หน้าแรก
รู้จัก ‘โตบเกย์’ นายกฯภูฏาน ผู้เปิดบ้านต้อนรับการเยือนของไทยในรอบ 8 ปี

รู้จัก ‘โตบเกย์’ นายกฯภูฏาน ผู้เปิดบ้านต้อนรับการเยือนของไทยในรอบ 8 ปี

30 ต.ค. 2569 16:09
ผู้ชม 21 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เปิดประวัติ ‘ดาโช เชริง โตบเกย์’ นายกรัฐมนตรีภูฏาน ผู้นำสายรักษ์โลก ผู้เปิดบ้านต้อนรับนายกฯ อนุทิน ในการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 8 ปี ร่วมถกทวิภาคีเพื่อยกระดับความสัมพันธ์กว่า 37 ปี

ทันทีที่ 'นายอนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติพาโร เมืองพาโร ราชอาณาจักรภูฏาน ‘ดาโช เชริง โตบเกย์’ นายกรัฐมนตรีภูฏาน ก็ได้มารอรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ซึ่งการเยือนในครั้งนี้นับเป็นการเดินทางเยือนภูฏานในรอบ 8 ปี โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อหารือทวิภาคีและยกระดับความร่วมมือในมิติต่างๆ ของทั้งสองประเทศ

สำนักข่าว Next News ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ‘โตบเกย์’ เป็นนายกรัฐมนตรีภูฏานที่มีแนวนโยบายการบริหารงานมุ่งเน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาการว่างงานของคนรุ่นใหม่ ตลอดจนรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการนำพาเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวผ่านความท้าทายในโลกยุคปัจจุบัน

20261030115713_9436

‘ดาโช เชริง โตบเกย์’ (ซ้าย) นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ขวา)

โตบเกย์เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 1965 ที่เมืองกาลิมพง ประเทศอินเดีย ด้านการศึกษา เขาสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนในเมืองกาลิมพง ต่อมาในปี ค.ศ. 1990 เขาได้รับทุนการศึกษาจากสหประชาชาติ เข้าศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จาก John F. Kennedy School of Government มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปี ค.ศ. 2004

ก่อนก้าวเข้าสู่สังเวียนการเมือง เขาเคยรับราชการในภูฏาน โดยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าภูฏาน ซึ่งพื้นฐานการศึกษาด้านวิศวกรรมส่งผลให้เขาหล่อหลอมประสบการณ์ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการภาครัฐได้อย่างเชี่ยวชาญ

ในปี ค.ศ. 2007 ขณะที่ภูฏานกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย โตบเกย์ได้ก่อตั้งพรรคประชาธิปไตยประชาชน (PDP) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ โดยเขามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการวางโครงสร้างองค์กรและกำหนดแนวนโยบายของพรรค 

กระทั่งในปี ค.ศ. 2008 เมื่อภูฏานจัดการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเป็นครั้งแรก พรรค PDP คว้ามาได้เพียง 2 ที่นั่ง จากทั้งหมด 47 ที่นั่ง ขณะที่พรรคสันติภาพและความรุ่งเรืองของภูฏาน (DPT) ของนายจิกมี ทินเลย์ คว้าชัยชนะไปอย่างถล่มทลาย ส่งผลให้โตบเกย์ต้องทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 2008 ถึงเมษายน ค.ศ. 2013 ซึ่งเขาใช้บทบาทนี้สร้างบรรทัดฐานการทำงานของฝ่ายค้านในสภาสำหรับประชาธิปไตยที่เพิ่งเริ่มต้น และคอยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างจริงจัง

ต่อมาในการเลือกตั้งปี ค.ศ. 2013 พรรค PDP พลิกกลับมาคว้าชัยชนะด้วยการได้ถึง 32 จาก 47 ที่นั่ง ส่งผลให้โตบเกย์ได้รับลงมติขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยแรก ซึ่งการบริหารงานของเขาเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ มาตรการปราบปรามการทุจริต และการยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีสากล พร้อมทั้งเร่งแก้ไขปัญหาการว่างงานของเยาวชนและการย้ายถิ่นฐานจากชนบทเข้าสู่เมือง

นอกจากนี้ โตบเกย์ยังเคยขึ้นกล่าวปาฐกถาบนเวที TED Talk ในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมจนได้รับความสนใจอย่างสูงทั่วโลก โดยเขาอธิบายว่ารัฐธรรมนูญของภูฏานกำหนดให้ต้องรักษาพื้นที่ป่าไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของประเทศ ซึ่งภูฏานทำได้เกินเป้าหมายด้วยพื้นที่ป่าที่ครอบคลุมสูงกว่าร้อยละ 70 ส่งผลให้ป่าไม้ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าปริมาณที่ปล่อยออกมา และทำให้ภูฏานกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่มีสภาวะคาร์บอนติดลบ (Carbon-Negative)

ในปาฐกถาครั้งนั้น เขายังชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของภูฏานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงน้อยนิดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามจากน้ำท่วมเนื่องจากทะเลสาบธารน้ำแข็งแตก หรือสภาพอากาศแปรปรวนที่กระทบต่อภาคเกษตรกรรม พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกยื่นมือเข้าช่วยเหลือประเทศขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ปกป้องสิ่งแวดล้อมให้แก่โลก ซึ่งวิดีโอดังกล่าวมียอดเข้าชมมากกว่า 5.7 ล้านครั้ง และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ อีกหลายสิบภาษา

tshering-tobgay-1775487515608-202401asia_bhutan_pm_tshering_tobgay

ดาโช เชริง โตบเกย์

ทั้งนี้ หลังจากพรรค PDP พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี ค.ศ. 2018 โตบเกย์ได้ก้าวลงจากบทบาทการเมืองแถวหน้าชั่วคราว ก่อนจะกลับมารับหน้าที่นำพรรคอีกครั้งในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 2024 และคว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาดด้วยจำนวน 30 จาก 47 ที่นั่ง ส่งผลให้เขากลับเข้ารับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของภูฏานอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี การเดินทางไปเยือนภูฏานของนายกฯ ไทยในครั้งนี้ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 37 ปี โดยมีเป้าหมายสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์และขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข พลังงานทดแทน การเกษตร การค้าและการลงทุน รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ 

อ้างอิง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐฯ จับมือญี่ปุ่น ตั้งโรงงานขีปนาวุธ เสริมทัพรับตึงเครียดแปซิฟิก
สหรัฐฯ จับมือญี่ปุ่น ตั้งโรงงานขีปนาวุธ เสริมทัพรับตึงเครียดแปซิฟิก