News Logo
หน้าแรก
เหยื่อฟ้อง OpenAI 7 คดี พันล้าน ปมรู้แผนกราดยิงแคนาดา แต่ไม่แจ้งตำรวจ

เหยื่อฟ้อง OpenAI 7 คดี พันล้าน ปมรู้แผนกราดยิงแคนาดา แต่ไม่แจ้งตำรวจ

30 เม.ย. 2569 16:58
ผู้ชม 10 คน

ครอบครัวเหยื่อฟ้อง OpenAI อ้างบริษัทตรวจพบพฤติกรรมเสี่ยงล่วงหน้าผ่าน ChatGPT แต่ไม่แจ้งตำรวจ จนนำไปสู่เหตุกราดยิงในโรงเรียนในแคนาดา เรียกค่าเสียหาย 1 พันล้านดอลลาร์

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงโรงเรียนในเมืองทัมเบลอร์ ริดจ์ รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เดินหน้ายื่นฟ้องบริษัท OpenAI และซีอีโอ แซม อัลต์แมน ต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย อย่างน้อย 7 คดี

โดยกล่าวหาว่าบริษัทดังกล่าวรับรู้ถึงพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายของผู้ก่อเหตุผ่านระบบ ChatGPT แต่กลับไม่แจ้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำคัญในการป้องกันโศกนาฏกรรมครั้งนี้ รายงานโดยสำนักข่าว AP News และ BBC เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569

เหตุกราดยิงดังกล่าวเกิดขึ้นภายในโรงเรียน Tumbler Ridge Secondary School ในชุมชนขนาดเล็กบริเวณเทือกเขาร็อกกีส์ของแคนาดา ผู้ก่อเหตุคือ เจสซี แวน รูตเซลลาร์ อายุ 18 ปี ใช้อาวุธปืนยาวและปืนพกดัดแปลงบุกเข้าไปก่อเหตุยิง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย ซึ่งรวมถึงนักเรียนและครู ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะยิงตัวเองเสียชีวิต ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับสิบราย

เอกสารคำฟ้องที่ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ซึ่งอ้างอิงโดย Reuters และ The Guardian ระบุว่า ผู้ก่อเหตุมีการใช้งาน ChatGPT อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนก่อนเกิดเหตุ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายน 2568 ระบบอัตโนมัติของ OpenAI ได้ทำการแจ้งเตือนบัญชีของผู้ก่อเหตุ เนื่องจากมีบทสนทนาเกี่ยวกับ สถานการณ์ความรุนแรงด้วยอาวุธปืน และการวางแผนเหตุการณ์ที่มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

รายงานของ Wall Street Journal เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เปิดเผยว่า ทีมงานด้านความปลอดภัยของ OpenAI เคยหารือกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับการแจ้งเตือนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของแคนาดา หลังจากผู้ก่อเหตุมีการอธิบายสถานการณ์ความรุนแรงต่อเนื่องหลายวัน อย่างไรก็ตาม บริษัทตัดสินใจเพียงแค่ระงับบัญชีผู้ใช้งาน โดยให้เหตุผลว่าเหตุการณ์ยังไม่เข้าข่าย ความเสี่ยงที่น่าเชื่อถือและใกล้จะเกิดขึ้น ที่จำเป็นต้องรายงาน

คำฟ้องที่ถูกอ้างถึงโดย NPR และ CBC News ยังระบุเพิ่มเติมว่า โจทก์หลายรายเชื่อว่า OpenAI มีความรู้เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการวางแผนความรุนแรงในระยะยาวของผู้ก่อเหตุ แต่กลับไม่ได้ดำเนินการใดๆ ที่อาจช่วยยับยั้งเหตุการณ์ได้ โดยหนึ่งในคดีสำคัญคือกรณีของ มายา เกบาลา เด็กหญิงอายุ 12 ปี ที่ถูกยิงบริเวณลำคอและศีรษะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บได้ยื่นฟ้อง OpenAI ในหลายข้อหา ได้แก่ ความประมาทเลินเล่อ การช่วยเหลือและสนับสนุน การเสียชีวิตโดยมิชอบ และความรับผิดจากผลิตภัณฑ์ โดยชี้ว่า ChatGPT โดยเฉพาะโมเดล GPT-4o เป็น ผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบกพร่อง ที่ไม่สามารถปฏิเสธหรือส่งต่อผู้ใช้ที่มีแนวโน้มใช้ความรุนแรงไปยังแหล่งช่วยเหลือในโลกจริงได้อย่างเพียงพอ

ทนายความตัวแทนโจทก์เปิดเผยผ่าน CTV News และ CityNews Vancouver ว่า กลุ่มผู้เสียหายเตรียมเรียกร้องค่าเสียหายรวมอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะมีการยื่นฟ้องเพิ่มเติมอีกหลายสิบคดี เนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

ก่อนหน้านี้ แซม อัลต์แมน ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยรายงานจาก BBC และ CBC ระบุว่า ตนได้เขียนจดหมายถึงชุมชนทัมเบลอร์ ริดจ์ โดยระบุว่า “ความเจ็บปวดที่ชุมชนของคุณต้องเผชิญนั้นเกินกว่าจะจินตนาการได้” พร้อมยอมรับว่า “รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่เราไม่ได้แจ้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับบัญชีที่ถูกระงับในเดือนมิถุนายน”

ขณะที่ OpenAI ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการต่อสื่อหลายสำนักเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ว่า “เหตุการณ์ในทัมเบลอร์ ริดจ์เป็นโศกนาฏกรรม บริษัทมีนโยบายไม่ยอมรับการใช้เครื่องมือของเราเพื่อสนับสนุนความรุนแรงโดยเด็ดขาด” พร้อมยืนยันว่าได้ให้ความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจม้าแห่งชาติแคนาดา (Royal Canadian Mounted Police: RCMP) หลังเกิดเหตุ และได้ดำเนินมาตรการเพิ่มความปลอดภัย เช่น การปรับปรุงระบบตอบสนองต่อสัญญาณความทุกข์ การเชื่อมโยงผู้ใช้งานไปยังทรัพยากรด้านสุขภาพจิต และการตรวจจับพฤติกรรมการใช้งานซ้ำของผู้ที่เคยถูกระงับบัญชี

รายงานยังระบุว่า ผู้ก่อเหตุสามารถสร้างบัญชีใหม่หลังจากถูกแบนบัญชีแรก และยังคงใช้ ChatGPT เพื่อหารือเกี่ยวกับการวางแผนเหตุการณ์ต่อไป ขณะที่เอกสารคำฟ้องของครอบครัวมายา เกบาลา ซึ่งยื่นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ระบุว่า มีพนักงานของ OpenAI อย่างน้อย 12 คนที่เคยตรวจพบและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ

นอกจากนี้ เอกสารที่ OpenAI ส่งให้ทางการแคนาดา ซึ่งถูกอ้างโดย Wall Street Journal ยังระบุว่า บริษัทมีแผนปรับปรุงโปรโตคอลการรายงานภัยคุกคามให้มีความเข้มงวดมากขึ้นภายหลังเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์กราดยิงที่ทัมเบลอร์ ริดจ์ นับเป็นหนึ่งในเหตุรุนแรงในโรงเรียนที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐบริติชโคลัมเบีย โดยผู้ก่อเหตุถูกระบุว่ามีประวัติปัญหาสุขภาพจิต และเคยถูกระงับการใช้งาน ChatGPT มาก่อนจากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง

การยื่นฟ้องในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่ออุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ เกี่ยวกับขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ให้บริการเทคโนโลยี ในการจัดการกับผู้ใช้งานที่มีพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อระบบสามารถตรวจจับสัญญาณอันตรายได้ล่วงหน้า แต่การตัดสินใจว่าจะรายงานต่อเจ้าหน้าที่หรือไม่นั้น ยังคงเป็นประเด็นทางกฎหมายที่ต้องการการตีความจากศาล

ทั้งนี้ คดีทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น และศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่า OpenAI มีหน้าที่ตามกฎหมายในการแจ้งเตือนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหรือไม่ เมื่อระบบของบริษัทตรวจพบสัญญาณที่อาจนำไปสู่เหตุรุนแรงในโลกจริง

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ก๊ก อาน'  โต้สหรัฐฯ คว่ำบาตรสแกมเมอร์ไร้หลักฐาน เชื่อต้นตอมาจากไทย
'ก๊ก อาน' โต้สหรัฐฯ คว่ำบาตรสแกมเมอร์ไร้หลักฐาน เชื่อต้นตอมาจากไทย