News Logo
หน้าแรก
ตำรวจเกาหลีใต้จับยูทูบเบอร์ ใช้ AI ปลอมเสียง-แชท ใส่ร้ายนักแสดงดัง

ตำรวจเกาหลีใต้จับยูทูบเบอร์ ใช้ AI ปลอมเสียง-แชท ใส่ร้ายนักแสดงดัง

27 พ.ค. 2569 17:31
ผู้ชม 15 คน

คดีข่าวบันเทิงที่สั่นสะเทือนเกาหลีใต้ ยูทูบเบอร์ช่องข่าวลือชื่อดังถูกตำรวจกล่าวหา ใช้เสียง AI และแชทปลอม สร้างข้อกล่าวหาพระเอกดัง “คิม ซูฮยอน” ว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว “คิม แซ-รอน” นักแสดงหญิงตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน จนกระแสสังคมลุกลามอย่างหนัก ก่อนตำรวจยืนยันภายหลังว่า หลักฐานสำคัญบางส่วนถูกตัดต่อและสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

จากรายงานของ BBC เมื่อไม่กี่วันก่อน ตำรวจเกาหลีใต้ยืนยันว่า ยูทูบเบอร์ผู้ดำเนินรายการข่าวลือชื่อดัง ใช้เสียงสังเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาพแชทที่ถูกตัดต่อ สร้างข้อกล่าวหาว่า คิม ซูฮยอน นักแสดงระดับแถวหน้าของเกาหลีใต้ มีความสัมพันธ์กับ คิม แซ-รอน นักแสดงสาวผู้ล่วงลับ ตั้งแต่คิม แซ-รอนยังเป็นเยาวชน จนกลายเป็นหนึ่งในคดีข่าวบันเทิงที่ร้อนแรงที่สุดของเกาหลีใต้ในช่วงปีที่ผ่านมา กระแสข่าวดังกล่าวสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อคิม ซูฮยอน ทั้งในโลกออนไลน์ วงการบันเทิง และภาคธุรกิจ โดยมีรายงานว่างานแสดงและสัญญาโฆษณาหลายโครงการต้องชะลอหรือยุติลง ขณะที่ตำรวจระบุในเวลาต่อมาว่า หลักฐานสำคัญบางส่วนที่ถูกเผยแพร่ออกมานั้นเป็นข้อมูลปลอมที่ถูกสร้างและตัดต่อขึ้นมา

เรื่องราวเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคม 2568 ไม่นานหลังคิม แซ-รอน เสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน ช่องยูทูบ Garo Sero Institute หรือ HoverLab ซึ่งนำโดย คิม เซ-อึย ได้เผยแพร่รายการและจัดแถลงข่าว โดยอ้างหลักฐานหลายชิ้น พร้อมระบุว่า คิม ซูฮยอน เริ่มมีความสัมพันธ์กับคิม แซ-รอน ตั้งแต่ช่วงเรียนมัธยมต้น และกดดันเรื่องหนี้สิน ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิต

รายงานของ The Korea Herald และ Yonhap News Agency ระบุว่า หลักฐานที่ถูกนำเสนอประกอบด้วยไฟล์เสียงที่อ้างว่าเป็นเสียงของคิม แซ-รอน พูดถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว รวมถึงภาพหน้าจอการสนทนาในแอปพลิเคชัน KakaoTalk ที่ดูเหมือนเป็นบทสนทนาระหว่างคิม ซูฮยอน กับคิม แซ-รอน ขณะที่ คิม ซูฮยอน ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมออกแถลงการณ์ทั้งน้ำตา และยื่นฟ้องกลับในข้อหาหมิ่นประมาท

การสอบสวนของตำรวจสถานีคังนัมใช้เวลาหลายเดือนในการตรวจสอบไฟล์เสียงและภาพต่างๆ อย่างละเอียด โดย Seoul Economic Daily รายงานว่า ตำรวจสรุปว่าไฟล์เสียงดังกล่าวเป็นเสียงที่สร้างขึ้นด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช่เสียงจริงของคิม แซ-รอน ขณะที่ภาพแชท KakaoTalk ถูกตัดต่ออย่างน้อยหลายจุด โดยชื่อผู้ติดต่อเดิมที่แสดงว่า “ไม่ทราบชื่อ” ถูกเปลี่ยนเป็น “คิม ซูฮยอน” และมีการเพิ่มเติมข้อความบางส่วน

ข้อมูลจาก The Korea Herald เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า ศาลแขวงกลางกรุงโซลอนุมัติหมายจับ คิม เซ-อึย ผู้ดำเนินรายการและเจ้าของช่อง Garo Sero Institute ในข้อหาหมิ่นประมาท เผยแพร่ข้อมูลเท็จ ละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับภาพลักษณ์ทางเพศ และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยศาลให้เหตุผลว่ามีความเสี่ยงต่อการทำลายหลักฐานและหลบหนี ทำให้คิม เซ-อึย ถูกควบคุมตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อไป

คิม เซ-อึย เดินทางเข้ารับการไต่สวนหมายจับในวันเดียวกัน พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และระบุว่าการดำเนินคดีครั้งนี้เป็นการแทรกแซงการทำข่าว แต่ศาลมีคำสั่งอนุมัติหมายจับทันที ส่งผลให้คิม เซ-อึย ถูกควบคุมตัวในคืนเดียวกัน

ล่าสุด Yonhap News TV และ MBC News รายงานเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ว่า คิม เซ-อึย ถูกคุมขังอย่างเป็นทางการแล้ว หลังศาลเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่ชี้ถึงการจงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จเพื่อผลประโยชน์

ด้าน Gold Medalist บริษัทต้นสังกัดของคิม ซูฮยอน ออกแถลงการณ์ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า “ความจริงกำลังถูกเปิดเผยผ่านกระบวนการทางกฎหมายและการสอบสวนอย่างละเอียด” พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากในเกาหลีใต้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีปลอมแปลงข้อมูล ทั้งการเลียนแบบเสียงและการตัดต่อข้อความสนทนา ซึ่งสามารถทำให้ข้อมูลเท็จดูน่าเชื่อถือและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเมื่อผู้เผยแพร่มีผู้ติดตามจำนวนมาก

ช่อง Garo Sero Institute เป็นที่รู้จักจากการนำเสนอข่าวลือและข้อมูลวงในเกี่ยวกับวงการบันเทิงเกาหลีใต้มายาวนาน ขณะที่คิม ซูฮยอน เป็นนักแสดงระดับแถวหน้าของเกาหลีใต้จากผลงานซีรีส์ My Love from the Star และผลงานชื่อดังอีกหลายเรื่อง ก่อนเกิดกระแสข่าว คิม ซูฮยอน มีสัญญาโฆษณาและงานแสดงหลายโครงการที่ต้องชะลอหรือยุติลงจากแรงกดดันของสังคม

ส่วนคิม แซ-รอน เป็นอดีตนักแสดงเด็กที่มีผลงานโดดเด่นมาตั้งแต่อายุน้อย โดยถูกพบเสียชีวิตภายในบ้านพักในกรุงโซลเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 ขณะมีอายุ 24 ปี ก่อนที่ตำรวจเกาหลีใต้จะสรุปในเวลาต่อมาว่าเป็นการเสียชีวิตที่ไม่พบร่องรอยการก่อเหตุจากบุคคลอื่น

ขณะนี้ตำรวจยังเดินหน้าสอบสวนบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว รวมถึงทนายความบางรายที่ถูกสงสัยว่าอาจมีส่วนช่วยกระจายหลักฐานปลอม ขณะที่คิม ซูฮยอน ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวนมากต่อคิม เซ-อึย และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา


อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เวียดนามจ่อแซงไทย เปิดจุดต่างเศรษฐกิจ สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์อาเซียน
เวียดนามจ่อแซงไทย เปิดจุดต่างเศรษฐกิจ สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์อาเซียน