News Logo
หน้าแรก
จีนขึ้นบัญชีดำ 20 องค์กรญี่ปุ่น ห้ามส่งออกสินค้าควบคุมเอี่ยวการทหาร

จีนขึ้นบัญชีดำ 20 องค์กรญี่ปุ่น ห้ามส่งออกสินค้าควบคุมเอี่ยวการทหาร

30 มิ.ย. 2569 00:09
ผู้ชม 5 คน

จีนประกาศห้ามส่งออกสินค้าควบคุมที่ใช้ได้ทั้งพลเรือนและการทหารให้ 20 หน่วยงานญี่ปุ่น พร้อมเพิ่มอีก 20 แห่งเข้าสู่บัญชีเฝ้าระวัง ท่ามกลางความตึงเครียดด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศที่รุนแรงขึ้น

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศเพิ่มหน่วยงานและบริษัทของญี่ปุ่นจำนวน 20 แห่งเข้าสู่บัญชีรายชื่อที่ถูกห้ามรับการส่งออกสินค้าควบคุมประเภทที่สามารถใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและภาคการทหาร โดยระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อปกป้องความมั่นคงแห่งชาติและผลประโยชน์ของประเทศ

สำนักข่าว Channel News Asia รายงานว่า หน่วยงานที่ถูกขึ้นบัญชีครั้งนี้ประกอบด้วย National Institute for Defense Studies และ Mitsubishi Electric Defense and Space Technologies Corporation รวมถึงองค์กรและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกลาโหมและเทคโนโลยีอวกาศของญี่ปุ่น

ตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์จีน มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที โดยผู้ส่งออกของจีนจะไม่สามารถส่งออกสินค้าควบคุมที่สามารถใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและภาคการทหารให้แก่หน่วยงานที่ถูกขึ้นบัญชีได้ อีกทั้งองค์กรหรือบุคคลภายนอกยังถูกห้ามส่งต่อสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากจีนไปยังหน่วยงานเหล่านี้ และธุรกรรมที่อยู่ระหว่างดำเนินการจะต้องยุติลงทันที

มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ที่จีนมีต่อการพัฒนานโยบายด้านกลาโหมของญี่ปุ่น โดยจีนมองว่าการดำเนินนโยบายดังกล่าวเป็นความพยายามฟื้นฟูศักยภาพทางทหาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออก

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จีนยังนำหน่วยงานของญี่ปุ่นอีก 20 แห่งเข้าสู่บัญชีเฝ้าระวัง เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบปลายทางและวัตถุประสงค์การใช้งานสินค้าควบคุมได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้หน่วยงานเหล่านี้จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นก่อนที่จะได้รับสินค้าจากจีน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่นในหลายประเด็น ทั้งข้อพิพาทด้านความมั่นคงในทะเลจีนใต้ สถานการณ์ช่องแคบไต้หวัน และการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของญี่ปุ่นซึ่งอยู่ในระดับสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัทส่วนใหญ่ที่ถูกระบุชื่อเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนและเทคโนโลยีสำหรับอากาศยาน เรือรบ ระบบป้องกันประเทศ และงานวิจัยด้านกลาโหม โดยรัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าการพัฒนาขีดความสามารถดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการป้องกันประเทศตามรัฐธรรมนูญ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศระบุว่า การควบคุมการส่งออกสินค้าที่สามารถใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและภาคการทหารได้กลายเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่หลายประเทศนำมาใช้ในการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ และจีนก็เคยใช้มาตรการลักษณะเดียวกันกับประเทศที่มีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์มาก่อน

การประกาศครั้งล่าสุดยังสอดคล้องกับแนวโน้มที่จีนพยายามจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและวัสดุสำคัญที่อาจถูกนำไปใช้เสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารของประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

จนถึงขณะนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่ได้แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการต่อมาตรการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ดำเนินนโยบายกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบและเทคโนโลยี พร้อมทั้งขยายความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาและประเทศพันธมิตร เพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีน

รายงานของ Al Jazeera และสื่อญี่ปุ่นระบุว่า ความตึงเครียดระหว่างจีนกับญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2568 หลังนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนปัจจุบันแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ไต้หวัน ซึ่งจีนมองว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของตน ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นได้ปรับนโยบายด้านกลาโหมด้วยการเพิ่มงบประมาณทางทหารสูงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เพื่อเสริมขีดความสามารถในการรับมือภัยคุกคามจากภายนอก

จีนเห็นว่านโยบายดังกล่าวขัดต่อหลักการที่กำหนดขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และอาจนำไปสู่การฟื้นฟูแนวคิดทางทหารของญี่ปุ่น ซึ่งยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ขณะที่ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริการะบุว่า การขยายกำลังทางทหารของจีน โดยเฉพาะบริเวณทะเลจีนใต้และพื้นที่รอบช่องแคบไต้หวัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคตึงเครียดมากขึ้น

มาตรการควบคุมการส่งออกของจีนครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ วัสดุเฉพาะทาง ไปจนถึงเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ซึ่งนักวิเคราะห์เศรษฐกิจมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของบริษัทญี่ปุ่น รวมถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมยานยนต์ในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จีนยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวมุ่งเป้าเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางทหารโดยตรง และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าปกติระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นมีความซับซ้อนทั้งในด้านประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และความมั่นคง นับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นดำเนินนโยบายสันติภาพตามรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ซึ่งจำกัดบทบาททางทหารของประเทศ แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นได้ทยอยปรับนโยบายเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการขยายอิทธิพลทางทหารของจีนในภูมิภาค

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ญี่ปุ่นเปิดตัวตำรวจ AI สู้แก๊งหลอกลวงออนไลน์ หลังเสียหาย 6.8 หมื่นล้าน
ญี่ปุ่นเปิดตัวตำรวจ AI สู้แก๊งหลอกลวงออนไลน์ หลังเสียหาย 6.8 หมื่นล้าน