News Logo
หน้าแรก
สหรัฐฯ ถล่มอิหร่านรอบ 4 ฮอร์มุซระอุ ดันราคาน้ำมันโลกพุ่ง 4%

สหรัฐฯ ถล่มอิหร่านรอบ 4 ฮอร์มุซระอุ ดันราคาน้ำมันโลกพุ่ง 4%

13 ก.ค. 2569 11:12
ผู้ชม 41 คน

สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นรอบที่ 4 หลังข้อตกลงหยุดยิงล่ม ช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียดอีกครั้ง การเดินเรือชะงักและราคาน้ำมันโลกพุ่งทันทีราว 4%

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ตามคำสั่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยมุ่งโจมตีฐานทัพ ระบบขีปนาวุธ และระบบป้องกันภัยทางอากาศใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านประกาศปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซและโจมตีเรือพาณิชย์หลายลำในช่วงที่ผ่านมา โดย Al Jazeera รายงานว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการโจมตีของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่ยิงขีปนาวุธและส่งอากาศยานไร้คนขับโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และพันธมิตรในจอร์แดน คูเวต และบาห์เรน

ด้าน CENTCOM แถลงว่า การโจมตีมีเป้าหมายเพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือและการค้าระหว่างประเทศ หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไซปรัสชื่อ จีเอฟเอส กาแล็กซี จนมีลูกเรือสูญหายอย่างน้อย 1 คน

ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า "สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านขอให้สหรัฐฯ กลับเข้าสู่การเจรจา สหรัฐฯ ยอมรับ แต่ได้แจ้งอย่างชัดเจนว่า ข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดลงแล้ว" ขณะที่ฝ่ายอิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ อย่างหนัก หากยังมีปฏิบัติการทางทหารเกิดขึ้นต่อไป

ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศยุติบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการหยุดยิงชั่วคราวเมื่อช่วงวันที่ 7-8 ก.ค. 2569 หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนการโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง โดยสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีหลักอย่างน้อย 3 ระลอกในคืนวันที่ 8-9 และ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา รวมเป้าหมายมากกว่า 300 จุด ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธหลายระลอกเช่นกัน

ช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งอีกครั้ง โดย Al Jazeera รายงานว่า ปริมาณเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบลดลงอย่างมาก จากปกติราว 100-140 ลำต่อวัน เหลือเพียงประมาณ 20 ลำในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัยของผู้ประกอบการเดินเรือ

ผลกระทบเกิดขึ้นทันทีในตลาดพลังงาน โดย Trading Economics รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 4% มาอยู่ที่ราว 79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังนักลงทุนประเมินว่าความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงอาจกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง

ด้าน Sky News รายงานว่า การโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ นับเป็นปฏิบัติการระลอกที่สามภายในสัปดาห์เดียว โดยโดนัลด์ ทรัมป์สั่งการให้กองทัพดำเนินมาตรการตอบโต้ เพื่อให้อิหร่านรับผิดชอบต่อการกระทำที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของการค้าระหว่างประเทศ

ฝ่ายอิหร่านยังคงยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ หรือพันธมิตร แม้ว่าจะเผชิญแรงกดดันทางทหารอย่างต่อเนื่อง หลังการเสียชีวิตของ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ในช่วงแรกของสงครามเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569

แม้ทั้งสองฝ่ายยังคงโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีความพยายามเปิดช่องทางการทูต โดยอิหร่านส่งสัญญาณผ่านช่องทางการทูตว่าพร้อมเดินหน้าเจรจา ส่วนสหรัฐฯ ยังคงย้ำจุดยืนว่าต้องการให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปอย่างเสรีและไม่มีข้อจำกัด

นักวิเคราะห์ด้านพลังงานเตือนว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อและการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเป็นเวลานาน ราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน รวมถึงประเทศไทยที่อาจเผชิญต้นทุนพลังงานสูงขึ้น

ปฏิบัติการโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ ทำให้เกิดการระเบิดหลายจุดในอิหร่าน รวมถึงสถานีสูบน้ำในเมืองมาห์ชาห์ร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และยังต้องติดตามว่าความขัดแย้งจะขยายวงกว้างไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคหรือไม่ ท่ามกลางความพยายามของหลายฝ่ายในการผลักดันให้ทั้งสองประเทศกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา เพื่อลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลก

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อิหร่านปิดฮอร์มุซไม่มีกำหนด ขยายโจมตีฐานสหรัฐฯ 6 ชาติอาหรับ
อิหร่านปิดฮอร์มุซไม่มีกำหนด ขยายโจมตีฐานสหรัฐฯ 6 ชาติอาหรับ