อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างไม่มีกำหนด พร้อมเปิดปฏิบัติการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศอาหรับ ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันยังคงรักษาเสรีภาพการเดินเรือ ท่ามกลางความกังวลต่อตลาดพลังงานโลกและการขยายวงของความขัดแย้ง
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ต่อเนื่องถึงช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยกระดับขึ้นอีกครั้ง กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างไม่มีกำหนด ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า ช่องแคบยังคงเปิดให้เรือพาณิชย์สัญจรได้ แม้จะมีรายงานว่ากองกำลังอิหร่านยิงเตือนเรือในพื้นที่และขยายปฏิบัติการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศตะวันออกกลาง ตามรายงานของ BBC เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569
Al Jazeera รายงานว่า การประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศหลายระลอกต่อเป้าหมายในอิหร่าน โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ที่สหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลัง ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อิหร่านประกาศว่าได้โจมตีฐานทัพและสถานที่ทางทหารของสหรัฐฯ ในบาห์เรน คูเวต จอร์แดน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบางรายงานระบุว่ารวมถึงโอมาน
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 อิหร่านระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อปฏิบัติการของสหรัฐฯ ที่มุ่งทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ด้าน AP News รายงานว่า หลังการประกาศปิดช่องแคบ ปริมาณการเดินเรือในพื้นที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมเพื่อตอบโต้เหตุยิงเรือบรรทุกตู้สินค้าที่จดทะเบียนในไซปรัส ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที ท่ามกลางความกังวลว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงาน
CENTCOM ระบุในแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ครอบคลุมเป้าหมายทางทหารประมาณ 140 แห่ง ทั้งฐานยิงขีปนาวุธ ฐานอากาศยานไร้คนขับ คลังเก็บอาวุธ และระบบสื่อสาร ขณะที่ BBC รายงานว่า ทางการอิหร่านยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คนจากการโจมตีดังกล่าว
ฝั่งอิหร่าน IRGC ระบุว่าปฏิบัติการตอบโต้สร้างความเสียหายต่อฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่ง โดยเฉพาะในบาห์เรนและคูเวต พร้อมอ้างว่าสามารถทำลายถังเก็บเชื้อเพลิงและระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot ได้ อย่างไรก็ตาม CNN รายงานว่ายังไม่มีการยืนยันความเสียหายดังกล่าวจากฝ่ายสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ จะดำเนินการรักษาเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะไม่เปิดเส้นทางดังกล่าวจนกว่าสหรัฐฯ จะยุติปฏิบัติการทางทหารและการแทรกแซงในภูมิภาค
การโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศอาหรับยังทำให้ความกังวลขยายวงกว้าง เนื่องจากหลายประเทศเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ และเคยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีในช่วงก่อนหน้า ขณะที่หลายรัฐบาลในภูมิภาคประกาศเพิ่มระดับการเฝ้าระวัง และบางประเทศยืนยันว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับได้บางส่วน
แม้ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่ได้ประกาศเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบ แต่การโจมตีตอบโต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและการเผชิญหน้าบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าความขัดแย้งอาจลุกลามเป็นวิกฤตด้านความมั่นคงและพลังงานที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายในระยะอันใกล้
อ้างอิง:
BBC: US insists Strait of Hormuz is open as it exchanges strikes with Iran
Al Jazeera: Iran war live: Tehran attacks Bahrain, Kuwait, Jordan after US bombings
Reuters: Iran expands attacks on Gulf states after US strikes, says Strait of Hormuz closed
AP News: U.S. hits dozens of Iranian targets in retaliatory strikes




