News Logo
หน้าแรก
เปิดแถลงการณ์ร่วมไทย-จีน 38ข้อ หนุนหยุดยิงเขมร ย้ำไต้หวันแบ่งแยกไม่ได้

เปิดแถลงการณ์ร่วมไทย-จีน 38ข้อ หนุนหยุดยิงเขมร ย้ำไต้หวันแบ่งแยกไม่ได้

23 ก.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 16 คน

เปิดแถลงการณ์ร่วมไทย-จีน 38 ข้อ: มุ่งสร้างประชาคมอนาคตร่วมกัน กระชับสัมพันธ์ทุกมิติ-ไทยย้ำไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งที่แบ่งแยกไม่ได้-จีนยืนยันพร้อมสนุนบทบาทไทยในการแก้ไขความขัดแย้งกับกัมพูชาให้หยุดยิงตามผลประชุม GBC ธ.ค.68

สำนักข่าว Next News เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศของจีนและไทยได้มีการเผยแพร่แถลงการณ์ร่วม 38 ข้อ ซึ่งครอบคลุมประเด็นความร่วมมือหลากหลายมิติ หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการที่จีนได้แสดงการสนับสนุนความพยายามของไทยและกัมพูชาในการรวมกำลังหยุดยิงที่ตกลงกันไว้ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 พร้อมทั้งสนับสนุนให้ทั้งสองประเทศเดินหน้าแก้ไขความแตกต่างผ่านกลไกการเจรจาทวิภาคีและกระบวนการปรึกษาหารือ เพื่อสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นขึ้นมาใหม่ โดยการแถลงการณ์ร่วมนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีไทยได้เยือนประเทศจีนเมื่อวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569

สาระสำคัญของแถลงการณ์ร่วม 38 ข้อ มีดังนี้:

1.ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักรไทย ได้เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ตามคำเชิญของ นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน

2.ระหว่างการเยือน นายกรัฐมนตรีอนุทินได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และได้มีการหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง รวมถึงได้พบปะกับ นายจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีอนุทินยังได้เข้าร่วมการประชุม World AI Conference 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้

3.ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้แสดงความพึงพอใจต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ทวิภาคีจีน-ไทย ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจและความเคารพซึ่งกันและกัน

4.ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่ได้ทำไว้ในระหว่างการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในปี 2565 เพื่อสถาปนาประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อเพิ่มพูนความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง และความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในความสัมพันธ์ทวิภาคี นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำถึงการเสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นวาระสำคัญในการรำลึกครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย ที่ช่วยกระชับมิตรภาพที่แน่นแฟ้นและยั่งยืนระหว่างสองประเทศและประชาชนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

5.ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะทำงานร่วมกันเพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในอีก 50 ปีข้างหน้า ในขณะที่สร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน โดยจะยังคงสนับสนุนการแลกเปลี่ยนระดับสูงที่บ่อยครั้งขึ้น รวมถึงการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาล องค์กรนิติบัญญัติ และสถาบันอื่น ๆ นอกจากนี้ยังตกลงที่จะจัดตั้งกลไกการเจรจา 2+2 จีน-ไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานร่วม เพื่อเสริมสร้างการประสานงานและการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองฝ่าย

6.ทั้งสองฝ่ายยืนยันการสนับสนุนซึ่งกันและกันในเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์หลักและข้อกังวลที่สำคัญของแต่ละฝ่าย จีนย้ำความเคารพต่อเอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย และสนับสนุนไทยอย่างมั่นคงในการปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และลำดับความสำคัญด้านการพัฒนาของไทย ไทยย้ำความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงต่อนโยบายจีนเดียว โดยรับรองว่ารัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงผู้เดียวที่แสดงถึงจีนทั้งหมด และถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งที่แบ่งแยกไม่ได้ของจีน โดยสนับสนุนการรวมชาติอย่างสันติ และจะไม่สนับสนุนการเรียกร้องเอกราชของไต้หวัน นอกจากนี้ ไทยยังสนับสนุนนโยบาย "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ของจีน

7.ท่ามกลางความท้าทายระดับโลกและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการยึดมั่นในพหุภาคีนิยมตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยจำเป็นต้องส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันซึ่งมองการณ์ไกล ยืดหยุ่น ครอบคลุม และยั่งยืน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบการค้าพหุภาคีที่เปิดกว้างและมีกฎเกณฑ์ เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในด้านเศรษฐกิจและการค้า เทคโนโลยี และบุคลากร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มั่นใจถึงห่วงโซ่อุตสาหกรรมและอุปทานที่ปลอดภัยและยืดหยุ่น และเป็นแรงขับเคลื่อนกระบวนการปรับปรุงให้ทันสมัยของทั้งสองประเทศ

8.ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการค้าทวิภาคีอย่างต่อเนื่องโดยการเพิ่มการเข้าถึงตลาดและส่งเสริมการลงทุนคุณภาพสูงและมีความรับผิดชอบ ซึ่งคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของธุรกิจท้องถิ่น แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านสิ่งแวดล้อม และการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่น เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ ทั้งสองฝ่ายจะสรุปแผนปฏิบัติการร่วมฉบับต่อไปภายใต้แผนพัฒนาห้าปีด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยโดยเร็วที่สุด

9.ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะทำงานร่วมกันเพื่อรักษาความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม-วิชาการ-การวิจัย นอกจากนี้ยังตกลงที่จะเพิ่มความร่วมมือในการแพลตฟอร์มการวิจัยร่วม การพัฒนาบุคลากร สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี และการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายเพืออสร้างระบบนิเวศของห่วงโซ่อุปทานที่ทำงานได้อย่างเต็มที่

10.ทั้งสองฝ่ายชื่นชมการลงนามในพิธีสารการยกระดับเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน 3.0 ในเดือนตุลาคม 2568 และจะทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อให้พิธีสารดังกล่าวมีผลบังคับใช้โดยเร็ว นอกจากนี้ยังตกลงที่จะดำเนินการและใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่ให้เกิดผลอย่างเต็มที่ เช่น ข้อตกลงการค้าเสรีจีน-อาเซียน (ACFTA) และข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

11.จีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับไทยและภาคีที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อดำเนินการตามความคิดริเริ่มว่าด้วยกรอบความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและสีเขียวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลและสีเขียว ตลอดจนการพัฒนาที่ยั่งยืน

12.ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านศุลกากรดิจิทัล ซึ่งมีเป้าหมายในการสำรวจแนวปฏิบัติด้านศุลกากรที่ชาญฉลาด จัดตั้งบริการหน้าต่างเดียว และเพิ่มความร่วมมือด้านกฎระเบียบ การเสริมสร้างขีดความสามารถ และการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการลักลอบค้าขาย ทั้งสองฝ่ายจะยังคงกระชับความร่วมมือภายใต้คณะกรรมการเทคนิคร่วมจีน-ไทยว่าด้วยมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) จีนยินดีต้อนรับความเต็มใจของไทยในการเข้าร่วมกลไกความร่วมมือด้านศุลกากร Belt and Road ว่าด้วยความปลอดภัยด้านอาหาร โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันเสริมสร้างขีดความสามารถในการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านอาหาร และขยายปริมาณการค้าผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารอย่างต่อเนื่อง

13.ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกทางการค้าดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการกำกับดูแลและมาตรฐานดิจิทัลเพื่อสนับสนุน SME

14.เน้นย้ำว่าการใช้ข้อตกลงการค้าเสรีและกลไกการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศ รวมถึงการะะงับข้อพิพาททางเลือกอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ ในการนี้ จีนได้แสดงการสนับสนุนการเสนอตัวของไทยในการเป็นเจ้าภาพสำนักงานใหญ่ของศูนย์ที่ปรึกษาว่าด้วยการระงับข้อพิพาทการลงทุนระหว่างประเทศ (ACIIDR) ภายใต้อนุสัญญา UNCITRAL

15.ในขณะที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลได้เปิดโอกาสใหม่ๆ จำนวนมากให้ทั้งสองประเทศนำมาใช้ประโยชน์ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยกระดับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) เพื่อส่งเสริมพลังการผลิตคุณภาพใหม่ๆ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต

16. นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะใช้ประโยชน์จากบทบาทของคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อกระชับการปรับนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้สอดคล้องกัน และเสริมสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น ชีวิตและสุขภาพ ข้อมูลเชิงพื้นที่ การบรรเทาความยากจนด้วยเทคโนโลยี เทคโนโลยีทางการเกษตร และวัสดุขั้นสูง ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขยายการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการสาธิต ตลอดจนการประยุกต์ใช้ความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ ความร่วมมือในด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รถยนต์สมัยใหม่ อาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีการบินและอวกาศ เทคโนโลยีควอนตัม พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมชีวภาพ จะได้รับการกระชับให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

17. ประเทศไทยแสดงความยินดีกับจีนที่ประสบความสำเร็จในการจัดงานประชุม World AI Conference & High-Level Meeting on Global AI Governance ปี 2026 และยินดีกับข้อริเริ่มของจีนในการจัดตั้งองค์กรความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์โลก (WAICO) ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและการกำกับดูแล AI ในระดับโลก ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนา AI เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ

18. ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการยกระดับทักษะและเพิ่มทักษะของแรงงาน เพื่อเพิ่มผลผลิต ในการนี้ ประเทศไทยแสดงความพร้อมที่จะต้อนรับการเป็นหุ้นส่วนการลงทุนระยะยาวและยั่งยืน รวมถึงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) กับจีนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมนวัตกรรมและอุตสาหกรรมขั้นสูงที่มุ่งเน้นอนาคต เพื่อส่งเสริมการบูรณาการของห่วงโซ่อุปทาน

19. โดยตระหนักว่าการเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและการเติบโตร่วมกันทั่วทั้งภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเร่งการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 สรุปรูปแบบความร่วมมือ และเปิดตัวระยะที่ 2 โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะเสริมสร้างการเชื่อมโยงทางรถไฟและถนน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และการกักกันโรค

20. ในด้านความร่วมมือด้านกลาโหม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มการแลกเปลี่ยนการเยือนและเสริมสร้างความร่วมมือในการฝึกซ้อมและฝึกอบรมทางทหารร่วมกัน การแบ่งปันข้อมูล การแลกเปลี่ยนการสร้างขีดความสามารถ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ ตลอดจนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านกลาโหม ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะสำรวจพื้นที่ความร่วมมือเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่

21. ทั้งสองฝ่ายยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องความปลอดภัยและความมั่นคงของพลเมือง และตกลงที่จะเพิ่มความร่วมมือในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงทางโทรคมนาคม รวมถึงการหลอกลวงออนไลน์ การค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย การพนันผิดกฎหมาย และการฟอกเงิน ด้วยจุดยืนที่เข้มแข็งว่าไม่ยอมรับโดยสิ้นเชิง ในการนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีกับแถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ ปี 2025 โดย Global Partnership against Online Scams ของไทย และ International Alliance Combating Telecom Fraud and Cybercrime ของจีน ในฐานะแพลตฟอร์มที่สำคัญสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องนี้ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะเพิ่มความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานตุลาการ ตลอดจนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและความช่วยเหลือทางกฎหมายซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ

22. เพื่อกระชับความเข้าใจระหว่างประชาชน ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนที่มีอยู่เดิมในด้านวัฒนธรรม การศึกษา การอาชีวศึกษาและฝึกอบรม (TVET) ทักษะดิจิทัลและภาษา จีนยินดีต้อนรับประเทศไทยในฐานะประเทศเกียรติยศในงาน China Annual Conference & Expo for International Education ปี 2026 ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะเพิ่มความร่วมมือในระดับท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมมากขึ้นผ่านกลไกเมืองคู่มิตร ดำเนินกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ และส่งเสริมการเยือนที่บ่อยขึ้น

23. ในด้านความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ให้ความสำคัญกับการเพิ่มความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นคุณค่าโครงการยกเว้นวีซ่าสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางและนำไปสู่การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนนับตั้งแต่เริ่มโครงการ ทั้งสองฝ่ายจะสำรวจการเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศต่อไป

24. ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านสื่อ สิ่งพิมพ์ การแพร่ภาพและกระจายเสียง และภาพยนตร์ เพื่อต่อสู้กับข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างประชาชนและประเทศของตน

25. ทั้งสองฝ่ายยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขร่วมกัน ในด้านต่างๆ เช่น การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ การป้องกันและรับมือกับการระบาดใหญ่ และการแพทย์แผนโบราณ ทั้งสองฝ่ายจะสำรวจความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจสีเงิน การปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงในสังคมผู้สูงอายุ และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ

26. ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อม การจัดการมลพิษทางอากาศและน้ำ ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด

27. ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยกระดับความร่วมมือในการบริหารจัดการภัยพิบัติผ่านการแบ่งปันความเชี่ยวชาญและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในด้านระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการป้องกัน การบรรเทา และการฟื้นฟูภัยพิบัติ

28. ต่อเนื่องจากการประชุม Fuxian ในเดือนธันวาคม 2568 จีนสนับสนุนความพยายามของประเทศไทยและกัมพูชาในการรวมการหยุดยิงที่ตกลงกันในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปพิเศษ (GBC) ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และเพื่อดำเนินการแก้ไขความแตกต่างผ่านการเจรจาทวิภาคีและกลไกการปรึกษาหารือ และค่อยๆ สร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นขึ้นมาใหม่

29. จีนและไทยมีความสนใจและมุมมองร่วมกันอย่างกว้างขวางในประเด็นระหว่างประเทศต่างๆ ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการรักษาระบบพหุภาคีโดยมีสหประชาชาติเป็นแกนหลัก และในการสนับสนุนระเบียบระหว่างประเทศที่ยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษากฎหมาย การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ การพัฒนาที่ยั่งยืน ความเสมอภาคและยุติธรรม ประชาธิปไตยและเสรีภาพ

30. ประเทศไทยชื่นชมและยินดีกับสี่ข้อริเริ่มระดับโลกที่เสนอโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เนื่องจากสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราต่อพหุภาคี ทั้งสองฝ่ายแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกันต่อไปในการแก้ไขความท้าทายร่วมกันและส่งเสริมความพยายามในการปรับปรุงให้ทันสมัยของแต่ละประเทศ

31.ทั้งสองฝ่ายจะเสริมสร้างการประสานงานในเวทีพหุภาคี เช่น องค์การสหประชาชาติ (UN), องค์การการค้าโลก (WTO), ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC), กรอบความร่วมมือเอเชีย (ACD), ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS Economic Cooperation), และยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS)

32.ประเทศไทยแสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อจีนในการเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำทางเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Meeting) ปี 2026 และตั้งตารอความสำเร็จของปีเอเปคของจีนด้วยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม จีนชื่นชมการมีส่วนร่วมที่สำคัญของประเทศไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific - ESCAP) ประเทศไทยให้คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่จีนในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอสแคป (ESCAP) สมัยที่ 83 ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างการประสานงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นบวกจากการประชุมประจำปี

33.ประเทศไทยยินดีกับความคิดริเริ่มของจีนในการจัดตั้งองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการไกล่เกลี่ย (International Organization for Mediation - IOMed) ตระหนักถึงบทบาทเชิงบวกในการอำนวยความสะดวกในการระงับข้อพิพาทอย่างเป็นมิตร และแสดงเจตจำนงที่จะลงนามในอนุสัญญาองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการไกล่เกลี่ย (IOMed Convention) โดยเร็วที่สุด

34.ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นต่อสถาปัตยกรรมความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เปิดกว้างและครอบคลุม โดยยึดถือความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) ภายในภูมิทัศน์ภูมิภาคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะร่วมกันส่งเสริมบ้านที่สงบสุข ปลอดภัย มั่งคั่ง สวยงาม และเป็นมิตรสำหรับจีนและอาเซียน และส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างจีน-อาเซียนไปสู่ประชาคมจีน-อาเซียนที่มีอนาคตร่วมกันที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

35.ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสำคัญของการธำรงรักษาและส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ และการแสวงหาการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ ทั้งสองฝ่ายจะทำงานร่วมกับสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ด้วยความมุ่งมั่นร่วมกันในการดำเนินการตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Declaration on the Conduct of Parties in the South China Sea - DOC) อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเร่งสรุปประมวลหลักปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct in the South China Sea - COC) ที่มีประสิทธิภาพและเป็นสาระสำคัญ โดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนทะเลจีนใต้ให้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ มิตรภาพ และความร่วมมือ

36.ในฐานะประธานร่วมปัจจุบันของความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Lancang-Mekong Cooperation - LMC) จีนและไทยจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (LMC) อื่นๆ เพื่อจัดการประชุมผู้นำ LMC โดยเร็ว เพื่อกระชับความร่วมมือระดับภูมิภาคในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และเศรษฐกิจดิจิทัล และเพื่อร่วมกันแก้ไขความท้าทายร่วมกัน รวมถึงมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง ยกระดับ LMC สู่เวอร์ชัน 2.0 และสร้างประชาคมแม่โขง-ล้านช้างที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง

37.ระหว่างการเยือน ทั้งสองฝ่ายได้เป็นสักขีพยานในการลงนามในเอกสารความร่วมมือด้านการค้า การเกษตร ศุลกากร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การบินและอวกาศ ทรัพย์สินทางปัญญา การต่อต้านการฟอกเงิน และสื่อสิ่งพิมพ์

38.นายกรัฐมนตรีอนุทิน ได้แสดงความชื่นชมต่อฝ่ายจีนสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นที่มอบให้แก่ท่านและคณะผู้แทนไทย ท่านยังได้เชิญผู้นำจีนมาเยือนประเทศไทยในเวลาที่สะดวกร่วมกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ประเทศจีน
กัมพูชา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผ่นดินไหว 5.1 เขย่าตอนเหนือสุมาตรา ใกล้ไทย 381 กม.
แผ่นดินไหว 5.1 เขย่าตอนเหนือสุมาตรา ใกล้ไทย 381 กม.