K3 ได้แสดงประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับระบบชั้นนำ เช่น GPT 5.6 Sol ของ OpenAI และ Claude Fable 5 ของ Anthropic บนเกณฑ์มาตรฐานต่างๆ ซึ่งช่วยลดช่องว่างระหว่างโมเดล AI ของจีนและอเมริกาให้แคบลงอีก
หมายเหตุสำนักข่าว Next News: สืบเนื่องจากที่เป็นข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าบริษัท Moonshot สตาร์ตอัพจากประเทศจีนใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการจัดหาเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งชิป GB300 และเข้าถึงชิป GB300 ในประเทศไทย เพื่อใช้ในการฝึกฝนโมเดลปัญญาปัญญาประดิษฐ์หรือว่า AI ของตน ซึ่งคาดว่าจะเป็นชื่อโมเดล Kimi K3 ที่มีการเปิดตัวก่อนจะมีข่าวเรื่องการลักลอบใช้ชิปจากประเทศไทย

สหรัฐฯ แฉ บ.จีน ใช้ไทยเข้าถึงชิป Nvidia-ประมวลผลฝึกโมเดล AI แดนมังกร
ล่าสุดสำนักข่าว CNN ของสหรัฐอเมริกาได้มีการนำเสนอรายงานข่าวว่าเหตุใดสหรัฐฯ ถึงต้องมีความกังวลเกี่ยวกับโมเดล Kimi K3 ตัวใหม่นี้ สำนักข่าว Next News จึงได้นำเอารายงานของสำนักข่าว CNN มานำเสนอ มีรายละเอียดดังนี้
โมเดล Kimi K3 ของ Moonshot AI จุดชนวนความกังวลในสหรัฐฯ
โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ล่าสุดจากจีนนามว่า Kimi K3 ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทสตาร์ตอัพ Moonshot AI ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก กำลังสร้างคลื่นความกังวลครั้งใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เพราะเพียงสองวันหลังจากการเปิดตัว Moonshot AI ต้องระงับการสมัครสมาชิกใหม่ เนื่องจากความต้องการใช้งานที่ล้นหลามเกินกว่าขีดความสามารถในการประมวลผล
ความกระตือรือร้นที่ไม่คาดคิดต่อโมเดล Kimi K3 เกิดจากความสามารถที่ทัดเทียม และในบางกรณีอาจจะเหนือกว่า คู่แข่งที่ล้ำหน้าที่สุดของสหรัฐฯ เช่น โมเดล GPT เวอร์ชันล่าสุดของ OpenAI และ Claude ของ Anthropic โดยมีจุดเด่นที่การนำเสนอแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อเทียบกับโมเดลของสหรัฐฯ
การผงาดขึ้นของ Kimi K3 กำลังทวีความรุนแรงของการแข่งขันที่ตึงเครียดอยู่แล้วระหว่างสหรัฐฯ และจีน เพื่อครองความเป็นผู้นำในด้าน AI ที่ล้ำสมัย

ข่าวงานเปิดตัว AI KIMI ที่นครเซี่ยงไฮ้
ข้อกล่าวหา "การสกัด" โมเดล AI ของสหรัฐฯ
หลังจากการเปิดตัว Kimi K3 เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และบริษัท Anthropic ได้กล่าวหา Moonshot AI อีกครั้งว่าได้ทำการ "สกัด" (distilling) โมเดล AI ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเทคนิคที่โมเดล AI หนึ่งถูกฝึกโดยใช้ผลลัพธ์จากโมเดลอื่น อย่างไรก็ตาม Moonshot AI ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ความกังวลที่แพร่หลายในหมู่บริษัทและเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแข่งขันด้าน AI และผลกระทบที่กว้างไกลต่อเศรษฐกิจ การป้องกันประเทศ และความมั่นคงของชาติ การมาถึงของโมเดล Kimi K3 ยังจุดคำถามขึ้นใหม่เกี่ยวกับประสิทธิผลของการจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีของวอชิงตัน และท้าทายความเชื่อในอุตสาหกรรมที่ว่า AI ที่ล้ำสมัยต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลกับศูนย์ข้อมูลและชิปขั้นสูงที่สหรัฐฯ ได้จำกัดการเข้าถึง

หน้าเว็บ Moonshot AI
เบื้องหลัง Moonshot AI: จากศิษย์เอกสู่ผู้ประกอบการ
Moonshot AI ก่อตั้งขึ้นเมื่อสามปีที่แล้วโดยมีผู้ก่อตั้งคือนาย หยาง จือหลิน (Yang Zhilin) วิศวกรซอฟต์แวร์ผู้มีแววในวัยสามสิบต้นๆ จากเมืองซัวเถา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เขาแสดงให้เห็นศักยภาพตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อศึกษาที่มหาวิทยาลัยชิงหวา ซึ่งเป็นโรงเรียนวิศวกรรมชั้นนำของจีน โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาคือ นายถัง เจี๋ย (Tang Jie) ซึ่งต่อมาได้ก่อตั้งสตาร์ตอัพ AI ที่โดดเด่นอีกแห่งคือบริษัท Z.ai
นายหยาง จือหลิน ไปศึกษาต่อปริญญาเอกด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ Carnegie Mellon University รัฐเพนซิลวาเนีย ภายใต้การดูแลของ นายรัสลาน ซาลาคุทดินอฟ (Ruslan Salakhutdinov) ซึ่งเคยเป็นผู้บริหาร AI ที่ บริษัท Meta และบริษัท Apple
นายรัสลาน ซาลาคุทดินอฟ เล่าว่า นายหยาง จือหลิน เคยปฏิเสธข้อเสนอตำแหน่งงานจากผู้บริหารระดับสูงของ Apple ที่ขึ้นตรงต่อนาย ทิม คุก (Tim Cook) โดยนายหยาง จือหลินให้เหตุผลว่าเขาต้องการลองก่อตั้งบริษัทของตัวเอง เนื่องจากเห็นโอกาสมหาศาลจากการสนับสนุนของรัฐบาลและเงินทุนร่วมลงทุน รวมถึงความก้าวหน้าทางการศึกษาของจีน
นายหยาง จือหลิน โดดเด่นในอุตสาหกรรม AI ของจีนไม่เพียงเพราะก่อตั้งบริษัท Moonshot AI ด้วยวัย 32 ปี ซึ่งทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการ AI ที่อายุน้อยที่สุดในประเทศจีน
แต่อีกเหตุผลที่ทำให้ นายหยาง จือหลิน โดดเด่น เพราะเขาเลือกที่จะกลับมายังประเทศจีนเพื่อเริ่มต้นธุรกิจของเขาชื่อว่าบริษัท Moonshot AI ซึ่งได้รับเงินทุนเกือบ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,113 ล้านบาท ในสองรอบแรกของการระดมทุนในปี 2566
โมเดลเปิด ไม่จำกัด: กลยุทธ์ AIของจีน
แตกต่างจากโมเดลที่เป็นกรรมสิทธิ์ของอเมริกันส่วนใหญ่ โมเดล AI Kimi K3 ได้รับการเผยแพร่ในฐานะโมเดลแบบ open-weight ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถดาวน์โหลด แก้ไข และเรียกใช้บนเซิร์ฟเวอร์ของตนเองได้ฟรี ทำให้ง่ายต่อการนำไปใช้และเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้นทั่วโลก
ด้วยข้อจำกัดที่น้อยกว่าในการเข้าถึงฮาร์ดแวร์ AI และการลงทุนที่น้อยกว่าบริษัทอเมริกัน จีนได้หันมาใช้โมเดลแบบเปิด ในทางตรงกันข้ามกับคู่แข่งในสหรัฐฯ ที่ส่วนใหญ่เปิดให้บริการผ่านการสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน
นางเชลซีย์ แทม (Chelsey Tam) นักวิเคราะห์หุ้นอาวุโสจากบริษัท Morningstar กล่าวว่าหลายองค์กรให้ความสำคัญกับความสามารถในการให้บริการโมเดล AI แบบเปิดด้วยตนเอง ซึ่งช่วยให้พวกเขารักษาสิทธิ์ในการควบคุมข้อมูลที่ละเอียดอ่อน แทนที่จะพึ่งพาผู้ให้บริการโมเดลแบบปิดเพียงอย่างเดียว
การลดช่องว่างของ AI จีนกับสหรัฐฯ
ความสนใจจากนานาชาติต่อ Kimi K3 เป็นเหมือนเงาสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของ AI อีกตัวของบริษัท DeepSeek โดยช่วงต้นปี 2568 เมื่อโมเดล R1 ของ DeepSeek สร้างแรงสั่นสะเทือนในชุมชน AI ทั่วโลก
ในครั้งนี้ K3 ได้แสดงประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับระบบชั้นนำ เช่น GPT 5.6 Sol ของ OpenAI และ Claude Fable 5 ของ Anthropic บนเกณฑ์มาตรฐานต่างๆ ซึ่งช่วยลดช่องว่างระหว่างโมเดล AI ของจีนและอเมริกาให้แคบลงอีก
นายปอ จ้าว (Poe Zhao) นักวิเคราะห์และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ข่าว Hello China Tech กล่าวว่า K3 แสดงให้เห็นว่าบริษัทจีนยังคงต่อยอดความสำเร็จของ DeepSeek และลดช่องว่างระหว่างโมเดล AI ของจีนและสหรัฐฯ
ส่วนนางเวย ซุน (Wei Sun) หัวหน้านักวิเคราะห์ AI ของ Counterpoint Research กล่าวว่า ด้วยการกำเนิดของ K3 สิ่งนี้ส่งผลทำให้ช่องว่างทั่วไประหว่างโมเดลของจีนและอเมริกาแคบลงเหลือสามถึงหกเดือน แม้ว่าจะยังมีความแตกต่างกันอย่างมากในเรื่องของการประมวลผล

Kimi K3 vs ChatGPT
ข้อโต้แย้งและความไม่น่าเชื่อถือของข้อกล่าวหา
กระนั้น นักวิเคราะห์บางคนยังคงแสดงข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถที่แท้จริงของ K3 อาทิ นายมาลิก อาห์เหม็ด ข่าน (Malik Ahmed Khan) นักวิเคราะห์หุ้นอาวุโสของ Morningstar กล่าวว่า "แม้ว่า K3 จะก้าวหน้า แต่เราลังเลที่จะจัดว่ามันมีความเท่าเทียมกับโมเดลชั้นนำของอเมริกา เช่น Fable 5 ในการทำงานจริง" โดยอธิบายว่านักพัฒนาโมเดลแบบเปิดหลายรายได้ปรับปรุงประสิทธิภาพซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับเกณฑ์มาตรฐานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
ด้านนายหวาง เจิ้นซิน (Huang Zhenxin) หัวหน้าฝ่ายธุรกิจองค์กรของ Moonshot AI ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องบริษัทใช้การสกัดโมเดล AI ของสหรัฐฯ ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อของรัฐบาลจีน
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังคงเตือนว่าสหรัฐฯ อาจคว่ำบาตรบริษัทจีนที่ทำการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา โดย นายสกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า "เมื่อบริษัทจีนทำการโจมตีโดยการสกัดโมเดล AI ของสหรัฐฯ แบบลับๆ ในระดับอุตสาหกรรมที่ก้าวข้ามเส้นไปสู่การขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ก็จะมีการคว่ำบาตรและการกำหนดรายชื่อ จะอยู่บนโต๊ะ"
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่พบว่าข้อกล่าวหาเรื่องการสกัดต่อ Moonshot AI ไม่น่าเป็นไปได้ โดยนางเวย ซุน จากสถาบัน Counterpoint Research กล่าวว่า Moonshot AI คงไม่มีเวลาเพียงพอที่จะฝึกโมเดล AI ของตนเพราะโมเดลล่าสุดของคู่แข่งจากสหรัฐฯ ซึ่งมีให้บริการอย่างจำกัดก่อนการเปิดตัว K3 นอกจากนี้ การสกัดการประมวลผลเพียงอย่างเดียวก็ไม่น่าจะอธิบายถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของโมเดล Kimi K3 ได้
“ด้วยกรอบเวลาที่มี บริษัท Moonshot ไม่น่าจะสกัดการประมวลผล AI ได้” นางซุนกล่าวทิ้งท้าย
ที่มา https://edition.cnn.com/2026/07/23/tech/china-ai-moonshot-kimi-explainer-intl-hnk




