สถานการณ์ตะวันออกกลางทวีความรุนแรง หลังกลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีนครริยาดและโรงงาน Aramco ขณะที่อิหร่านขู่โจมตีฐานทัพและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ โดยไม่จำกัดขอบเขต ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนอาจเกิด “เหตุการณ์ใหญ่” ก่อนผู้นำทั้งสองประเทศเดินทางร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก
ล่าสุดสื่อต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนมุ่งเป้าไปยังกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยมีรายงานเสียงระเบิดดังขึ้นในช่วงกลางคืน และพบควันดำบริเวณใกล้สนามบินนานาชาติหลักของกรุงริยาด
ยะห์ยา ซารี โฆษกกองกำลังฮูตี ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้ขีปนาวุธพิสัยไกล ขีปนาวุธร่อน และโดรนจำนวนมาก โจมตีเป้าหมายสำคัญในกรุงริยาด รวมถึง โรงงานของบริษัทน้ำมัน Aramco ในเมืองยานบู บริเวณชายฝั่งทะเลแดง
Al Jazeera รายงานโดยอ้างกองกำลังผสมที่นำโดยซาอุดีอาระเบียว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถ สกัดและทำลายขีปนาวุธลูกหนึ่งที่มุ่งหน้าไปยังกรุงริยาด ได้สำเร็จ ขณะที่ความพยายามโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในเมืองบีชา ตาอิฟ ฟาราซาน และยานบู ถูกสกัดกั้นทั้งหมด การโจมตีครั้งนี้นับเป็น ครั้งแรกที่กรุงริยาดถูกคุกคาม นับตั้งแต่การสู้รบในเยเมนกลับมารุนแรงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) ออกคำเตือนด้านความมั่นคงว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความซับซ้อนและเสี่ยงลุกลามโดยไม่คาดคิด พร้อมแนะนำให้ชาวอเมริกันในภูมิภาคเพิ่มความระมัดระวัง และเตรียมรับมือกับการยกเลิกเที่ยวบิน การปิดน่านฟ้า รวมถึงการหยุดชะงักของการเดินทาง ส่วนผู้ที่อยู่นอกภูมิภาคควรทบทวนแผนเดินทางไปหรือผ่านตะวันออกกลางอย่างรอบคอบ
คำเตือนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า กลุ่มฮูตีได้เข้าสู่การสู้รบกับซาอุดีอาระเบีย โดยการโจมตีบางส่วนส่งผลกระทบต่อสนามบินพลเรือน เพิ่มความเสี่ยงต่อประชาชนและระบบการเดินทางทางอากาศในภูมิภาค
Reuters รายงานว่า กองบัญชาการกลางทางทหารของอิหร่านออกแถลงการณ์ว่า ได้รับข้อมูลว่าสหรัฐฯ และบางประเทศในภูมิภาคกำลังเตรียมโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หลังมีการตัดสินใจร่วมกันในการประชุมที่ประเทศแห่งหนึ่งในยุโรป โดยอิหร่านเตือนว่า หากสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการใด ๆ ฐานทัพและผลประโยชน์ทั้งหมดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคจะถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีข้อจำกัดด้านขอบเขตหรือเงื่อนไข
กองบัญชาการกลางทางทหารของอิหร่านยังระบุว่า ประเทศใดในภูมิภาคที่สนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ จะถูกถือเป็นคู่สงคราม และไม่ควรคาดหวังว่าอิหร่านจะใช้ความยับยั้งชั่งใจในการตอบโต้เช่นที่ผ่านมา
ด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับ Fox News เมื่อวันที่ 20 กันยายนว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างตัดสินใจเกี่ยวกับสงครามกับอิหร่าน พร้อมเตือนว่า “เหตุการณ์ใหญ่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้” หากอิหร่านไม่เปลี่ยนท่าที โดยทรัมป์กล่าวถึงทางเลือก 3 แนวทาง ได้แก่ การจัดการอิหร่านอย่างเบ็ดเสร็จ การปล่อยให้เศรษฐกิจอิหร่านล่มสลาย หรือการบรรลุข้อตกลงร่วมกัน
ทรัมป์ยังเปิดโอกาสพบหารือกับ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความพยายามเปิดช่องทางเจรจาเพื่อหยุดการสู้รบที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7
Al Jazeera รายงานว่า โมฮเซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เปิดเผยเมื่อวันที่ 19 กันยายนว่า อิหร่านส่ง เงื่อนไข 7 ข้อ ให้สหรัฐฯ ผ่านผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์และปากีสถาน เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการรื้อฟื้นการเจรจา
เรซาอีระบุว่า เงื่อนไขสำคัญประกอบด้วย การยุติสงครามในทุกแนวรบ การปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัด และการยุติมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ซึ่งจำกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน พร้อมยืนยันว่าอิหร่านพร้อมเข้าสู่สงครามขั้นเด็ดขาดหากจำเป็น แต่ยังรอคำตอบจากทรัมป์
ในช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 สหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านหลายลำ เพื่อตอบโต้ความพยายามยิงขีปนาวุธใส่เรือรบสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านประกาศว่าได้โจมตีฐานทัพในจอร์แดน บาห์เรน และอิรัก โดยระดับการปะทะกลับมาใกล้เคียงกับช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ตามรายงานของ Reuters
ขณะเดียวกัน Al Jazeera รายงานว่า การสู้รบในเยเมนระหว่างกลุ่มฮูตีกับกองกำลังรัฐบาลและพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียรุนแรงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีสามารถยึดพื้นที่เพิ่มเติม ขณะที่ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า การสู้รบทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยรายและ ประชาชนต้องพลัดถิ่นมากกว่า 110,000 คน
Reuters รายงานว่า ความไม่แน่นอนต่อการขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซและเส้นทางทะเลแดง ยังผลักดันราคาพลังงานให้ปรับตัวสูงขึ้น แม้เรือบางส่วนยังสามารถเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวได้อย่างจำกัด ขณะที่ประเทศอ่าวหลายแห่งออกคำเตือนประชาชนและเพิ่มมาตรการป้องกันภัยทางอากาศ
รายงานจากสื่อหลายแห่งระบุว่า สหรัฐฯ ยังคงสนับสนุนข้อมูลข่าวกรองแก่ซาอุดีอาระเบีย แต่ยังไม่เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮูตีโดยตรง ส่วนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์นี้ถูกจับตาในฐานะช่องทางสำคัญที่อาจนำไปสู่การติดต่อระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และอิหร่าน
ประธานาธิบดีเปเซชเคียนมีกำหนดเดินทางไปนครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการประชุมและพบปะผู้นำประเทศต่าง ๆ ขณะที่ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯ ยังเปิดช่องสำหรับการเจรจา หากอิหร่านแสดงท่าทีตามเงื่อนไขที่สหรัฐฯ ต้องการ
ข้อมูลล่าสุดจากฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่า สงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7 ทำให้ ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 18 นาย และบาดเจ็บมากกว่า 800 นาย ขณะที่ฝ่ายอิหร่านรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตหลายพันราย รวมถึงพลเรือน ส่วนค่าใช้จ่ายในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นหลายหมื่นล้านดอลลาร์ และเศรษฐกิจอิหร่านเผชิญทั้งภาวะเงินเฟ้อ การขาดแคลนสินค้า มาตรการคว่ำบาตร และผลกระทบจากการปิดล้อมทางทะเล
การโจมตีกรุงริยาดของกลุ่มฮูตีและคำขู่ตอบโต้ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ทำให้สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยตลาดพลังงานและภาคการบินยังติดตามความเสี่ยงจากการขยายวงของสงคราม โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง ตามรายงานของ Reuters และ Al Jazeera
อ้างอิง:
Reuters: Iran and US trade threats after Houthi attacks escalate regional conflict
Al Jazeera: Saudi-led coalition says defence intercepted Houthi missile fired at Riyadh
IRNA: Iran warns US, regional states of ‘painful’ attacks if they act against Tehran
CGTN: Saudi-Houthi tensions escalate as Iran signals conditions for US talks




