Next News ตามคุ้ยต่อ! เจออีกคดีทุจริตโครงการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์รูปนก ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 พิพากษา 'ยกฟ้อง' อนุสรณ์ นาคาศัย อดีตนายก อบจ.ชัยนาท/พวก 13 ราย - อสส.มีความเห็นสั่งไม่อุทธรณ์สู้ต่อแล้ว
นายอนุสรณ์ นาคาศัย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชัยนาท ที่ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุก 45 ปี 60 เดือน ในคดีกล่าวหาทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณเงินอุดหนุนสนับสนุนส่วนราชการและสมาคมกีฬาจังหวัด ระหว่างปีงบประมาณ 2552 - 2553 จำนวน 21 โครงการ และทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณเงินอุดหนุนสนับสนุนสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท จำนวน 2 โครงการ
มิได้แค่รอดพ้นโทษจำคุกในคดีกรณีกล่าวหาอนุญาตให้สโมสรฟุตบอลชัยนาท เอฟ.ซี. หรือสโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล เข้าไปใช้ประโยชน์ในสนาม กีฬาจังหวัดชัยนาท (เขาพลอง) ตั้งแต่ ปี 2554-2559 โดยไม่เรียกเก็บค่าสาธารณูปโภค หลังจากที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษายกฟ้อง ขณะที่ อัยการสูงสุด (อสส.) สั่งไม่อุทธรณ์คำพิพากษาคดีนี้ แม้ว่า นายกำจัด พ่วงสวัสดิ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จะทำความเห็นแย้งคำพิพากษาของศาลฯ ที่ตัดสินยกฟ้องคดีนี้ไว้
ตามที่สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบข้อมูลไปแล้วเท่านั้น

ภาพประกอบรายงาน
ยกฟ้อง 'อนุสรณ์' อดีตนายกอบจ.ชัยนาท หลังโดนคุกคดีแรก 45 ปี 60 ด.
เจาะคดี 'อนุสรณ์' เอื้อทีมบอลชัยนาท อธิบดี 'พ.' เห็นแย้งไม่ควรยกฟ้อง
เปิดความเห็นอธิบดีผู้พิพากษา แย้งยกฟ้องน้องอดีตรมต. เอื้อทีมบอลชัยนาท
ข้อมูลใหม่! คดียกฟ้อง'อนุสรณ์'เอื้อทีมบอลชัยนาท-อสส.สั่งไม่อุทธรณ์
หากแต่ยังมีอีกหนึ่งคดี เป็นกรณีกล่าวหาทุจริตโครงการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์รูปนก LED Full Color Display ของ อบจ.ชัยนาท
นายอนุสรณ์ ก็รอดพ้นโทษจำคุกด้วย ภายหลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษายกฟ้อง ขณะที่ อัยการสูงสุด (อสส.) ก็มีความเห็นสั่งไม่อุทธรณ์คำพิพากษาคดีนี้ไปแล้ว
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยกฟ้องคดีนี้ ถูกเปิดเผยขึ้น
เมื่อสำนักข่าว Next News สืบค้นข้อมูลพบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ได้มีคำพิพากษาตัดสินยกฟ้องคดีกล่าวหา นายอนุสรณ์ และพวกรวม 13 ราย ทุจริตโครงการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์รูปนก LED Full Color Display ของ อบจ.ชัยนาท ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 , 157 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) มาตรา 4,7, 11 และ 12 และพ.ร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 และส่งสำนวนไต่สวนให้อัยการสูงสูดฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ขณะที่อัยการสูงสุด (อสส.) พิจารณาแล้ว มีเห็นว่า คดีนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษายกฟ้องจำเลย เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอฟังว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาชอบแล้ว จึงไม่อุทธรณ์
เบื้องต้นยังไม่มีข้อมูลว่า ผลคำตัดสินคดีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเห็นควรอุทธรณ์สู้คดีต่อหรือไม่
แต่จากข้อมูลข้างต้น เท่ากับว่า ปัจจุบัน นายอนุสรณ์ ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในคดีทุจริตจำนวน 3 คดี และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
คดีแรก กล่าวหาทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณเงินอุดหนุนสนับสนุนส่วนราชการและสมาคมกีฬาจังหวัด ระหว่างปีงบประมาณ 2552 - 2553 จำนวน 21 โครงการ และทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณเงินอุดหนุนสนับสนุนสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท จำนวน 2 โครงการ
ศาลฯ พิพากษาลงโทษจำคุก 45 ปี 60 เดือน
คดีที่สอง กรณีกล่าวหาอนุญาตให้สโมสรฟุตบอลชัยนาท เอฟ.ซี. หรือสโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล เข้าไปใช้ประโยชน์ในสนาม กีฬาจังหวัดชัยนาท (เขาพลอง) ตั้งแต่ ปี 2554-2559 โดยไม่เรียกเก็บค่าสาธารณูปโภค
คดีที่สาม กรณีกล่าวหาทุจริตโครงการจัดทำป้าย ประชาสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์รูปนก LED Full Color Display ของ อบจ.ชัยนาท
ศาลฯ พิพากษายกฟ้อง และอสส. มีความเห็นไม่อุทธรณ์สู้คดีต่อทั้ง 2 คดี
นายอนุสรณ์ รับโทษจำคุกคดีเดียว ไม่ต้องถูกนับโทษเพิ่มต่อจากคดีอะไรอีก!!




