News Logo
หน้าแรก
เปิดคดีตัวอย่าง! อดีตผอ.คลัง ปล่อยปละลูกน้องทุจริต หน.ต้องชดใช้ด้วย

เปิดคดีตัวอย่าง! อดีตผอ.คลัง ปล่อยปละลูกน้องทุจริต หน.ต้องชดใช้ด้วย

8 มิ.ย. 2569 08:56
ผู้ชม 93 คน

"...นางวัชรี มิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมดูแลตรวจสอบการจัดเก็บภาษี พฤติการณ์ของนางวัชรี ดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้เทศบาลเมืองราชบุรีได้รับความเสียหาย การกระทำของนางวัชรี จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อเทศบาลเมืองราชบุรี ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นางวัชรีจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เทศบาลเมืองราชบุรี..."

กรณีสำนักข่าว Next News นำเสนอรายงานเรื่อง บทเรียนข้าราชการไทย (9) ปล่อยปละลูกน้องทุจริต หัวหน้าต้องชดใช้ด้วย เขียนโดย ข้าราชการผลัดถิ่น ซึ่งมีการระบุถึงคดีตัวอย่าง ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.2010/2565 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.194/2569 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นกรณีศึกษาบทเรียน "ผู้อำนวยการ (ผอ.) กองคลัง" รายหนึ่ง ที่ปล่อยปละละเลยงานในหน้าที่ จนทำให้ลูกน้องเห็นช่องโหว่การทำทุจริต ที่แม้ตนเองจะไม่ได้มีส่วนร่วมทุจริตด้วย ก็ต้องมีส่วนรวมชดใช้ความเสียหาย มานำเสนอ

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

เพื่อให้สาธารณชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีศึกษาบทเรียนเรื่องนี้มากขึ้น

ล่าสุด สำนักข่าว Next News นำรายละเอียดคำพิพากษาคดีนี้ มาเสนอ ณ ที่นี้

กรณีพิพาท นางวัชรี (สงวนนามสกุล) ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองคลังเทศบาลเมืองราชบุรี ผู้ฟ้องคดี

เทศบาลเมืองราชบุรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2

@พฤติการณ์ทุจริตในคดี

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นางสาววรรณิศา (สงวนนามสกุล) พนักงานจ้างทั่วไป สังกัดกองคลัง ตำแหน่งเจ้าหน้าที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์ของเทศบาลเมืองราชบุรี ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติและรับผิดชอบจัดทำภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย ตามหมวดรหัส ส ป ภ มีหน้าที่จัดหาทะเบียนคุมทรัพย์สิน (ผท.4) ทะเบียนคุมผู้ชำระภาษี (ผท.5) เพื่อจัดเก็บภาษี บันทึกรายการเกี่ยวกับการชำระภาษีในทะเบียนคุมผู้ชำระภาษีแต่ละรายเป็นประจำทุกวัน ได้ทำการแก้ไขจำนวนเงินในสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าภาษีโรงเรือน

โดยการขีดฆ่าจำนวนเงินแล้วเปลี่ยนจำนวนเงินใหม่ให้น้อยกว่าเดิม หรือตกเติมตัวเลขจำนวนเงินในหลักพันหรือหลักหมื่น เพื่อให้จำนวนเงินในสำเนาใบเสร็จรับเงินเหลือน้อยลง แล้วจัดทำสรุปรายการจำนวนเงินปิดหลังใบเสร็จรับเงิน และนำส่งเงินตามจำนวนที่แก้ไข รวมจำนวน 3,139,269 บาท และภาษีป้ายก็ได้ทำการแก้ไขตกเติมในทำนองเดียวกัน ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2555 ถึงปี พ.ศ. 2559 รวมจำนวนเงิน 222,586 บาท

ประกอบกับนางสาววรรณิศาได้ทำหนังสือรับสารภาพเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559 ว่า ได้แก้ไขจำนวนเงินในสำเนาใบเสร็จรับเงินที่นำส่งให้มีจำนวนที่น้อยกว่าที่รับจริงและไม่ได้นำส่งเงินตามใบเสร็จรับเงินที่จัดเก็บมาได้ และนำเงินส่วนต่างที่เกิดจากการแก้ไขไปใช้ประโยชน์ส่วนตน

กรณีจึงรับฟังเป็นที่ยุติว่า นางสาววรรณิศา ได้กระทำการทุจริตเงินค่าภาษีโรงเรือนและเงินค่าภาษีป้ายดังกล่าวจริง

เมื่อนางวัชรี (สงวนนามสกุล) ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองคลังของเทศบาลเมืองราชบุรี และต้องปฏิบัติงานในหน้าที่ของหัวหน้าฝ่ายบริหารงานคลังและหัวหน้าฝ่ายพัสดุและทรัพย์สิน นางวัชรี จึงมีหน้าที่ที่จะต้องควบคุมกำกับดูแลรับผิดชอบการปฏิบัติงานของพนักงานจ้างของกองคลังให้เป็นไปด้วยควาฟมเรียบร้อยตามระเบียบ กฎหมายและหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน้าที่ในการควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติงานการจัดเก็บภาษีของเทศบาลเมืองราชบุรี และมีหน้าที่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของนางสาววรรณิศา พนักงานจ้างทั่วไป ตำแหน่งเจ้าหน้าที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์ ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติและรับผิดชอบในการจัดทำภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย ตามหมวดรหัส ส ป ภ มีหน้าที่จัดหาทะเบียนคุมทรัพย์สิน (ผท.4) ทะเบียนคุมผู้ชำระภาษี (ผท.5) เพื่อจัดเก็บภาษี บันทึกรายการเกี่ยวกับการชำระภาษีในทะเบียนคุมผู้ชำระภาษีแต่ละรายเป็นประจำทุกวัน

@ ต้องดูแลตรวจตราความถูกต้อง

โดยนางวัชรี ต้องดูแลและตรวจตราความถูกต้องของเงินภาษีที่เป็นรายได้ของเทศบาลเมืองราชบุรี ว่าจำนวนเงินภาษีที่นางสาววรรณิศาผู้ใต้บังคับบัญชาได้จัดเก็บจากผู้ต้องเสียภาษีแต่ละวันนั้นถูกต้องครบถ้วนหรือไม่

การที่นางวัชรี มิได้ตรวจสอบการปฏิบัติงานของนางสาววรรณิศาให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบของทางราชการโดยเคร่งครัด นางวัชรี เพียงแต่ตรวจโดยใช้วิธีสุ่มตรวจเป็นบางครั้งเท่านั้น ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยขาดการเอาใจใส่ในการควบคุมดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งเป็นช่องทางให้นางสาววรรณิศาผู้ใต้บังคับบัญชาอาศัยโอกาสในการที่นางวัชรี มิได้ตรวจสอบการปฏิบัติงานโดยเคร่งครัด แก้ไขจำนวนเงินในสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าภาษีโรงเรือนและใบเสร็จรับเงินค่าภาษีป้ายที่นำส่งให้มีจำนวนที่น้อยกว่าที่รับจริงและไม่ได้นำส่งเงินตามใบเสร็จรับเงินที่จัดเก็บมาได้ และนำเงินส่วนต่างที่เกิดจากการแก้ไขไปใช้ประโยชน์ส่วนตนโดยง่ายต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานและเป็นเงินจำนวนมาก หากนางวัชรี ในฐานะผู้อำนวยการคลังซึ่งย่อมมีความรู้และประสบการณ์ในการควบคุมดูแลตรวจสอบการจัดเก็บภาษีสูงกว่าเจ้าหน้าที่ในบังคับบัญชา ได้ตรวจสอบตามทะเบียนบัญชีรายชื่อผู้ชำระค่าภาษี (ก.ค.1) เปรียบเทียบกับทะเบียนทรัพย์สิน (ผท.4) ทะเบียนคุมผู้ชำระภาษี (ผท.5) แบบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.8) ใบเสร็จรับเงินภาษีโรงเรือน (ภ.ร.ด.12)

@ อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น

ประกอบกับใบนำส่งเงินและใบสรุปใบนำส่งเงินที่มีข้อมูลรายละเอียดผู้ชำระภาษี รายละเอียดของทรัพย์สิน รายละเอียดของจำนวนเงิน ซึ่งจะต้องมีข้อมูลที่ตรงกัน ย่อมจะทราบถึงความผิดปกติของจำนวนเงินในใบเสร็จรับเงินไม่ตรงตามทะเบียนทรัพย์สิน (ผท.4) ทะเบียนคุมผู้ชำระภาษี (ผท.5) แบบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.8)

แต่นางวัชรี มิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมดูแลตรวจสอบการจัดเก็บภาษี พฤติการณ์ของนางวัชรี ดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้เทศบาลเมืองราชบุรีได้รับความเสียหาย การกระทำของนางวัชรี จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อเทศบาลเมืองราชบุรี ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นางวัชรีจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เทศบาลเมืองราชบุรี ตามนัยมาตรา 10 วรรคหนึ่ง ประกอบกับมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

อุทธรณ์ของนางวัชรี ฟังไม่ขึ้น

กรณีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่า นางวัชรี จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่เทศบาลเมืองราชบุรีเพียงใด

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า มาตรา 8 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 บัญญัติว่า สิทธิเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามวรรคหนึ่งจะมีได้เพียงใด ให้คำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรมในแต่ละกรณีเป็นเกณฑ์ โดยมิต้องให้ใช้เต็มจำนวนของความเสียหายก็ได้ วรรคสาม บัญญัติว่า ถ้าการละเมิดเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือระบบการดำเนินงานส่วนรวม ให้หักส่วนแห่งความรับผิดดังกล่าวออกด้วย

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นางวัชรีปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองคลัง ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งตามบันทึกกองคลังลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 พบว่า มีความเสียหายของภาษีโรงเรือนและที่ดินและของภาษีป้ายที่นางวัชรีเกี่ยวข้องทั้งสิ้น 3,172,293 บาท เทศบาลเมืองราชบุรี เห็นว่าการที่อัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอย่อมเป็นโอกาสให้เจ้าหน้าที่ก่อการทุจริตโดยง่าย

การที่บุคลากรไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงานและมีการแต่งตั้งบุคคลที่ไม่เหมาะสมเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้การปฏิบัติงานต่าง ๆ ขาดความรอบคอบ และขาดการตรวจสอบซึ่งกันและกัน การที่เทศบาลเมืองราชบุรี มีคำสั่งกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้นางสาววรรณิศา มาลา ตำแหน่งเจ้าหน้าที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์ มาปฏิบัติหน้าที่รับชำระภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย หมวด ส ป ภ จึงมีส่วนบกพร่อง

เมื่อคำนึงถึงความเสียหายที่จะต้องรับผิดชดใช้ตามมาตรา 8 วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ในฐานะที่หน่วยงานมีส่วนบกพร่องอยู่ด้วย และเมื่อคำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรมแล้วมีเหตุอันควรหักส่วนความรับผิดเหลือร้อยละ 50 ของความเสียหายทั้งหมด คือ ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 3,028,317 บาท ภาษีป้ายตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 143,956 บาท รวมจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,172,273 บาท หักส่วนความรับผิดที่หน่วยงานมีความบกพร่องอยู่ด้วยร้อยละ 50 คงเหลือความเสียหายทั้งสิ้นจำนวน 1,586,136.50 บาท ซึ่งการหักส่วนความเสียหายดังกล่าว เป็นการหักส่วนความบกพร่องในภาพรวมอันเนื่องมาจากหน่วยงานของรัฐมีส่วนบกพร่องอันก่อให้เกิดการกระทำละเมิดจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานรัฐ และเมื่อได้มีการหักส่วนความบกพร่องของหน่วยงานแล้ว เทศบาลเมืองราชบุรี ได้พิจารณาสัดส่วนความรับผิดทางละเมิดโดยพิจารณาถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรมในแต่ละกรณีโดยพิจารณา ให้นางวัชรี ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองคลัง รับผิดชดใช้ในอัตราร้อยละ 20 ของความเสียหายหลังจากหักส่วนความรับผิดของความบกพร่องของหน่วยงานรัฐออกแล้ว คือ จำนวน 1,586,136.50 บาท

ประกอบกับในช่วงการปฏิบัติหน้าที่ของนางวัชรี ณ เขตพื้นที่ของเทศบาลเมืองราชบุรี ระหว่างวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 มีความเสียหายจากภาษีโรงเรือนและที่ดิน ทั้งสิ้น 1,542,912 บาท หักความเสียหายในช่วงวันลาพักผ่อนและวันเดินทางไปราชการในประเทศและต่างประเทศ จำนวนเงิน 180,455 บาท คงเหลือความเสียหายจากภาษีโรงเรือนและที่ดิน จำนวน 1,362,457 บาท และมีความเสียหายจากภาษีป้ายในช่วงที่นางวัชรี ปฏิบัติหน้าที่ ณ เขตพื้นที่ของเทศบาลเมืองราชบุรี จำนวนทั้งสิ้น 127,758 บาท หักความเสียหายในช่วงวันลาพักผ่อนและวันเดินทางไปราชการในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 8,809 บาท คงเหลือความเสียหายจากภาษีป้าย จำนวน 118,949 บาท

@ต้องรวมชดใช้เท่าไหร่

ดังนั้น รวมความเสียหายทั้งจากภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีป้าย ในช่วงนางวัชรีปฏิบัติหน้าที่ ณ เขตพื้นที่ของเทศบาลเมืองราชบุรี จำนวนทั้งสิ้น 1,481,406 บาท เมื่อคิดเฉลี่ยสัดส่วนแห่งความรับผิดตามสัดส่วนแห่งค่าความเสียหาย คิดเป็นอัตราร้อยละ 46.70 (1,481,506 x 50/1,586,136.50)

เมื่อต้องรับผิดชดใช้ความเสียหายอัตราร้อยละ 20 ของค่าความเสียหายหลังจากหักส่วนแห่งความรับผิดของความบกพร่องของหน่วยงานรัฐออกแล้ว คือ จำนวน 1,586,136.50 บาท คิดเป็นเงิน 317,227.30 บาท (1,586,136.50 x 20/100) จึงต้องรับผิดคิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นจำนวน 148,145.15 บาท (317,227.30 x 46.70/100) โดยเป็นการพิจารณาตามสัดส่วนในช่วงการปฏิบัติหน้าที่ของนางวัชรี ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 และระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำผิดในฐานะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองคลัง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป

และเนื่องจากนางสาววรรณิศา ได้นำเงินสดจำนวน 100,000 บาท ส่งคืนกองคลัง จึงได้เฉลี่ยคืนตามอัตราส่วน คือ ส่วนที่ต้องชดใช้ x 100,000/ความเสียหายที่เกิดขึ้น (148,145.15 x 100,000/1,586,136.50 = 9,340) ดังนั้น จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าความเสียหายเป็นเงิน จำนวน 138,805.15 บาท (148,145.15 - 9,340) ตามนัยมาตรา 10 ประกอบมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ประกอบหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0804.4/ว 3986 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2550 เรื่อง แนวทางการกำหนดสัดส่วนความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

ดังนั้น เมื่อเทศบาลเมืองราชบุรี ได้พิจารณาสัดส่วนความรับผิดทางละเมิดโดยพิจารณาให้นางวัชรี รับผิดชดใช้ในอัตราร้อยละ 20 ของความเสียหายหลังจากหักส่วนความรับผิดของหน่วยงานออกแล้วร้อยละ 50 ตามมาตรา 8 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว กรณีจึงเป็นการพิจารณาสัดส่วนแห่งความรับผิดโดยคำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรม ตามมาตรา 8 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันแล้ว

@สั่งชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 138,805.15 บาท

และเมื่อนางวัชรี มิได้อุทธรณ์โต้แย้งการกำหนดสัดส่วนความรับผิดและการคำนวณค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว คำสั่งของผู้เทศบาลเมืองราชบุรี ตามคำสั่งเทศบาลเมืองราชบุรี ลับ ที่ 13/2564 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ที่ให้นางวัชรี ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เทศบาลเมืองราชบุรี เป็นเงินจำนวน 138,805.15 บาท

จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ตามหนังสือจังหวัดราชบุรี ลับ ที่ รบ 0023.4/528 ลงวันที่ 6 กันยายน 2564 ที่ยกอุทธรณ์ของนางวัชรี จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน

กรณีที่นางวัชรี อุทธรณ์ว่า การวินิจฉัยอุทธรณ์ของเทศบาลเมืองราชบุรี เป็นการพิจารณาที่ไม่เป็นธรรมแก่นางวัชรี เนื่องจากนางวัชรี ได้ลาพักผ่อนในวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 จึงต้องหักค่าความเสียหายจากค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินออกเพิ่มเติมอีก 3 รายการ เป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท นั้น

เห็นว่า ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดราชบุรี ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2545 เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาล ข้อ 360 กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการปฏิบัติในกรณีที่พนักงานเทศบาลลาพักผ่อนไว้ว่า พนักงานเทศบาลซึ่งประสงค์จะลาพักผ่อน ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาต และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะหยุดราชการได้ ดังนั้น เมื่อนางวัชรี อุทธรณ์ว่าได้มีการลาพักผ่อนในวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 จึงต้องมีสำเนาใบลาพักผ่อน ที่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาของนางวัชรี มาแสดงเพื่อพิสูจน์ว่านางวัชรี ได้ลาพักผ่อนในวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 อย่างถูกต้องตามที่ระเบียบกฎหมายกำหนดไว้แล้ว

ส่วนสำเนาการลาในสมุดคุมวันลาพนักงานเทศบาลของสำนักปลัดเทศบาลประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 นั้น เป็นเพียงเอกสารที่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับวันที่นางวัชรี ยื่นใบลา สถิติการลาของนางวัชรี จำนวนวันลาที่เหลือของนางวัชรี และช่วงเวลาที่นางวัชรี ขอลาเท่านั้น โดยไม่ปรากฏในเอกสารดังกล่าวว่า ได้มีการอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาให้นางวัชรี ลาพักผ่อนในวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 แต่อย่างใด อีกทั้งเอกสารดังกล่าวมิใช่ใบลาพักผ่อนที่นางวัชรี จะต้องเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่ออนุญาตให้ลาตามระเบียบกฎหมาย

อุทธรณ์ของนางวัชรี ข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น

การที่ศาลปกครองขั้นต้นพิพากษายกฟ้อง นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย

อ่านเรื่องก่อนหน้านี้

@ บทเรียนข้าราชการไทย : แค่เซ็น 'ทราบ' ก็โดนไล่ออก-ติดคุกได้

@ บทเรียนข้าราชการไทย (2) 'นายสั่งให้ทำ' / เราต้องทำอย่างไรไม่ให้ติดคุก

@ บทเรียนขรก.ไทย (3) หนทางรอดคุก 'ลูกน้อง' โต้แย้งคำสั่งนายได้จริงหรือ?

@ บทเรียนขรก.ไทย (4) ถูกชี้มูลทุจริต ต้องโดนไล่ออกสถานเดียวจริงหรือ?

@ บทเรียน ขรก.ไทย (5) เกิดปัญหา จนท.รับผิดก่อนเสมอ ยุติธรรมแล้วหรือ?

@บทเรียนข้าราชการไทย(6)ระวัง!! รอดอาญาแต่วินัยไม่รอด โดนไล่ออกราชการได้

@ บทเรียนขรก.ไทย (7) ขยันมาก! ใช้รถหลวงขนงานไปทำที่บ้าน สุดท้ายโดนไล่ออก

@ บทเรียนข้าราชการไทย(8) คนทำงานพลาด กับ คน(ร่วม)ทุจริต ต่างกันอย่างไร?

@บทเรียนขรก.ไทย (9) ปล่อยปละลูกน้องทุจริต หัวหน้าต้องชดใช้ด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
บทเรียนข้าราชการไทย
อดีตผอ.คลัง
ปล่อยปละลูกน้องทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุก 3 ปี! รอลงอาญาอดีตนายกอบต.หนองบัวโคก ชัยภูมิ สารภาพทุจริตถนนลูกรัง
คุก 3 ปี! รอลงอาญาอดีตนายกอบต.หนองบัวโคก ชัยภูมิ สารภาพทุจริตถนนลูกรัง