การก่อสร้างของหน่วยงานราชการ แม้จะเป็นการทำตามความต้องการของประชาชน แต่หากดำเนินการไม่ถูกต้องตามแบบก่อสร้าง รายละเอียด และเงื่อนไขในสัญญาจ้าง อาจทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดได้
มีคดีตัวอย่างนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาของโครงการอาจเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หากกำหนดแบบก่อสร้างโดยไม่ได้พิจารณาสภาพพื้นที่จริง หรือไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน ย่อมส่งผลต่อขั้นตอนต่อไป ได้แก่ การก่อสร้าง การควบคุมงาน และการตรวจรับงานจ้าง
ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบให้รอบคอบว่า การดำเนินงานเป็นไปตามแบบ รายละเอียด และสัญญาจ้างหรือไม่ ไม่ควรเปลี่ยนแปลงงานเพียงเพราะเป็นความต้องการของประชาชน หากไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและกฎหมายที่กำหนด
ข้อเท็จจริงของคดี
นางสาว ศ. ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี สังกัดเทศบาลตำบลโนนสมบูรณ์ จังหวัดนครราชสีมา ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างขยายผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมทางเดินเท้าและทางเข้า-ออก ถนนร่วมมิตร ตามสัญญาจ้างระหว่างเทศบาลกับผู้รับจ้าง
หน้าที่ของนางสาว ศ. คือ ตรวจสอบว่างานก่อสร้างที่ผู้รับจ้างส่งมอบถูกต้องตามแบบ รายละเอียด และเงื่อนไขในสัญญาหรือไม่ ก่อนเสนอให้มีการเบิกจ่ายเงินค่าจ้าง
ต่อมา เมื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ประชาชนในพื้นที่จำนวน 22 คน ได้ทำหนังสือคัดค้านการก่อสร้างทางเดินเท้าตามแบบ เนื่องจากเห็นว่าจะทำให้ถนนแคบลง ไม่เหมาะกับสภาพพื้นที่ และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
ประชาชนเสนอให้ปรับรูปแบบถนนเป็นถนนเรียบ ไม่มีทางเท้า เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่เป็นทางเข้า-ออกบ้านเรือนได้สะดวก
ฝ่ายบริหารเทศบาลเห็นว่าข้อเสนอของประชาชนมีเหตุผล จึงให้ช่างผู้ควบคุมงานพิจารณาดำเนินการแก้ไข โดยมีการปรับเปลี่ยนบางส่วนจากทางเดินเท้าเป็นผิวจราจร
ผลคือ งานก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้ตรงกับแบบเดิมในสัญญาทั้งหมด
ข้อกล่าวหาและการดำเนินการทางวินัย
ต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าตรวจสอบและเห็นว่า การที่นางสาว ศ. ลงนามรับรองตรวจรับงานว่า ผู้รับจ้างส่งมอบงานถูกต้องตามแบบและสัญญา ทั้งที่ข้อเท็จจริงมีการเปลี่ยนแปลงงานบางส่วน อาจเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ได้แก่
ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ จนทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง
ต่อมา หน่วยงานมีคำสั่งลงโทษไล่นางสาว ศ. ออกจากราชการ
นางสาว ศ. ไม่เห็นด้วย จึงนำคดีเข้าสู่ศาลปกครอง โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษา ดังนี้
(1) เพิกถอนมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในส่วนที่เกี่ยวกับการชี้มูลความผิดของนางสาว ศ.
(2) เพิกถอนคำสั่งเทศบาลตำบลสีมามงคลที่ลงโทษไล่นางสาว ศ. ออกจากราชการ
(3) เพิกถอนมติของคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา ในส่วนที่มีมติให้ยกอุทธรณ์ของนางสาว ศ.
(4) ให้เทศบาลตำบลสีมามงคลจ่ายเงินเดือน เดือนละ 21,190 บาท นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งไล่นางสาว ศ. ออกจากราชการจนถึงวันฟ้องคดี เป็นเงิน 105,950 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นเงิน 1,324 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 107,274 บาท และให้จ่ายเงินเดือน เดือนละ 21,190 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งให้นางสาว ศ. กลับเข้ารับราชการ
(5) ให้เทศบาลตำบลสีมามงคลดำเนินการเลื่อนขั้นเงินเดือนให้นางสาว ศ. ทุกรอบที่มีการเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี (รอบวันที่ 1 เมษายน และรอบวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี) นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งไล่นางสาว ศ. ออกจากราชการ จนถึงวันที่มีคำสั่งให้นางสาว ศ. กลับเข้ารับราชการ
(6) ให้มีคำสั่งให้นางสาว ศ. ได้รับสิทธิตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ
ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลพิจารณา : ความผิดพลาดกับความทุจริตไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาว่า แม้การตรวจรับงานของนางสาว ศ. จะมีข้อบกพร่อง เพราะงานไม่ได้ตรงตามแบบสัญญาเดิมทั้งหมด แต่ต้องพิจารณาถึงเหตุการณ์ทั้งหมดประกอบกัน
ศาลเห็นว่า
1. ปัญหาเกิดจากการจัดทำโครงการตั้งแต่ต้น การกำหนดแบบก่อสร้างไม่ได้พิจารณาสภาพพื้นที่จริงและความคิดเห็นของประชาชนอย่างเพียงพอ ทำให้เมื่อเริ่มก่อสร้างจึงเกิดการคัดค้าน
2. การปรับเปลี่ยนงานไม่ได้เกิดจากเจ้าหน้าที่ดำเนินการเองโดยพลการ แต่เกิดจากความต้องการของประชาชนและแนวทางที่ฝ่ายบริหารเทศบาลเห็นด้วย
3. การเปลี่ยนแปลงงานไม่ได้ทำให้ผู้รับจ้างได้รับประโยชน์โดยมิชอบ
จากการตรวจสอบโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ พบว่าปริมาณงานก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริงมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากแบบเดิมประมาณ 46,976.99 บาท และไม่มีผู้ใดโต้แย้งผลการคำนวณดังกล่าว
จึงไม่ปรากฏว่าผู้รับจ้างได้รับเงินเกินกว่างานที่ทำ หรือทำให้เทศบาลได้รับความเสียหาย
4. ไม่พบเจตนาทุจริต
การที่จะเป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ต้องมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
มีหน้าที่ราชการที่ต้องปฏิบัติ
ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่ไม่ควรได้รับ
มีเจตนาทุจริต
แต่คดีนี้ไม่พบหลักฐานว่านางสาว ศ. ลงนามตรวจรับงานเพื่อช่วยเหลือผู้รับจ้าง หรือเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์โดยมิชอบ
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษา
ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า การกระทำของนางสาว ศ. ไม่เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูล
คำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลพิพากษาให้
เพิกถอนคำสั่งไล่นางสาว ศ. ออกจากราชการ
เพิกถอนมติที่ยกอุทธรณ์
ให้หน่วยงานดำเนินการคืนสิทธิด้านเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
ให้ดำเนินการเลื่อนขั้นเงินเดือนย้อนหลังเสมือนว่าไม่เคยถูกไล่ออกจากราชการ
พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้เพิกถอนคำสั่งเทศบาลตำบลสีมามงคล ที่ 247/2559 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ที่ลงโทษไล่นางสาว ศ. ออกจากราชการ และมติของคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา ในการประชุมครั้งที่ 7/2559 ที่ยกอุทธรณ์ของนางสาว ศ. โดยให้มีผลย้อนหลังถึงวันที่มีคำสั่งและมติ กับให้เทศบาลตำบลสีมามงคลชดใช้เงินเดือนและดำเนินการเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่นางสาว ศ. ส่วนคำขอค่าเสียหายในส่วนดอกเบี้ยให้ยก และให้คืนเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ที่นางสาว ศ. ชำระไว้เกินจำนวน 2,120 บาท แก่นางสาว ศ. โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา ว่าเทศบาลตำบลสีมามงคลและนายกเทศมนตรีตำบลสีมามงคล ควรที่จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ในการจ่ายเงินเดือนและสิทธิเลื่อนขั้นเงินเดือนที่พึงได้รับตามกฎหมาย และให้ถือปฏิบัติต่อสิทธิตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวกับนางสาว ศ. เสมือนว่ามิได้เคยถูกไล่ออกจากราชการมาตั้งแต่ต้น
บทอุทธรณ์สอนใจข้าราชการ
คดีนี้ไม่ได้สอนว่า “ทำผิดระเบียบแล้วไม่เป็นไร” แต่สอนให้เห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่ราชการต้องพิจารณาทั้ง ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง เจตนา และผลเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐควรตระหนักว่า
หนึ่ง การทำงานเพื่อประชาชนต้องเดินควบคู่กับการทำงานตามกฎหมาย
ความต้องการของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ แต่การดำเนินการของรัฐต้องผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง หากจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโครงการ ต้องแก้ไขแบบ แก้ไขสัญญา และจัดทำเอกสารให้ครบถ้วน
สอง อย่าลงนามรับรองสิ่งที่ไม่ได้ตรวจสอบ
ลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ในเอกสารราชการ ไม่ใช่เพียงขั้นตอนทางธุรการ แต่เป็นการรับรองความถูกต้องและอาจมีผลตามกฎหมาย
สาม ความผิดพลาดกับการทุจริตต้องแยกให้ออก
เจ้าหน้าที่อาจทำงานผิดขั้นตอนหรือขาดความรอบคอบ แต่การจะลงโทษฐานทุจริต ต้องมีหลักฐานชัดเจนว่ามีเจตนาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
สี่ ผู้บริหารต้องมีความรับผิดชอบในการสั่งการ
หากมีการเปลี่ยนแปลงโครงการ ผู้บริหารต้องกำกับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบ ไม่ควรใช้เพียงคำสั่งด้วยวาจา เพราะอาจทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติต้องรับภาระจากปัญหาที่เกิดขึ้น
ห้า ความรอบคอบตั้งแต่ต้น ลดปัญหาปลายทาง
โครงการที่ดีไม่ใช่เพียงโครงการที่ประชาชนต้องการ แต่ต้องเป็นโครงการที่ผ่านการศึกษาพื้นที่จริง ถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
ท้ายที่สุด ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ต้องยึดหลักว่า
“ทำงานเพื่อประชาชน ต้องไม่ละเลยกฎหมาย ทำงานตามกฎหมาย ต้องไม่ลืมความเดือดร้อนของประชาชนและทุกการตัดสินใจ ต้องสามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลและหลักฐาน”
นี่คือบทเรียนสำคัญจากคดีนี้ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนควรนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการต่อไป
เรื่องโดย...ข้าราชการผลัดถิ่น
อ่านเรื่องก่อนหน้านี้
@ บทเรียนข้าราชการไทย : แค่เซ็น 'ทราบ' ก็โดนไล่ออก-ติดคุกได้
เปิดคดีทุจริต อบต.วังศาล (ข้ออ้าง) แค่เซ็น'ทราบ' ก็โดนไล่ออก-ติดคุกได้
ชะตากรรม 'ข้าราชการ' บทเรียน 'เซ็นทราบ' โดนคุกไปแล้ว 3 ปี 4 เดือน
@ บทเรียนข้าราชการไทย (2) 'นายสั่งให้ทำ' / เราต้องทำอย่างไรไม่ให้ติดคุก
@ บทเรียนขรก.ไทย (3) หนทางรอดคุก 'ลูกน้อง' โต้แย้งคำสั่งนายได้จริงหรือ?
เปิดคดีล็อกชื่อเข้าเภสัชฯ บูรพา บทเรียน นายสั่ง/ลูกน้อง ท้วงติง รอดคุก
ไขคดีล็อกชื่อเข้าเภสัชฯ ม.บูรพา คณบดีเสียชีวิตก่อน ไม่ต้องรับโทษ
@ บทเรียนขรก.ไทย (4) ถูกชี้มูลทุจริต ต้องโดนไล่ออกสถานเดียวจริงหรือ?
@ บทเรียน ขรก.ไทย (5) เกิดปัญหา จนท.รับผิดก่อนเสมอ ยุติธรรมแล้วหรือ?
@บทเรียนข้าราชการไทย(6)ระวัง!! รอดอาญาแต่วินัยไม่รอด โดนไล่ออกราชการได้
@ บทเรียนขรก.ไทย (7) ขยันมาก! ใช้รถหลวงขนงานไปทำที่บ้าน สุดท้ายโดนไล่ออก
@ บทเรียนข้าราชการไทย(8) คนทำงานพลาด กับ คน(ร่วม)ทุจริต ต่างกันอย่างไร?
@ บทเรียนขรก.ไทย (9) ปล่อยปละลูกน้องทุจริต หัวหน้าต้องชดใช้ด้วย
@ บทเรียนข้าราชการไทย (10) หนทางรอดคุก/ไล่ออกราชการ ของ จนท.การเงิน
@ บทเรียน ขรก. ไทย (11) เชื่อผู้บังคับบัญชา เซ็นตามคำสั่ง ทำลายอนาคตได้
@ บทเรียนขรก.ไทย (12) ตัวอย่างโกงสอบเข้า ตร. แค่ร่วมวง ก็หมดอนาคตด้วย
@ บทเรียนข้าราชการไทย (13) กรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ โดนโทษวินัยได้หรือไม่?
@ บทเรียนข้าราชการไทย (14) กรณีศึกษาโกงสอบท้องถิ่นสารคาม ผลคะแนนปลอม
@ บทเรียน ขรก.ไทย (15) ขาดงาน 18 วัน อ้างป่วย-ทำภารกิจ สุดท้ายถูกปลดออก




