ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'กิตติศักดิ์ สุขเจริญ' พวก ของ นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา นำทรัพย์สินไปจำหน่ายโดยมิชอบ ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พระนครศรีอยุธยา กับพวก นำอุปกรณ์สนามกีฬาประจำอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปให้โรงเรียนวัดนาค อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยืม และนำทรัพย์สินดังกล่าวไปจำหน่ายโดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123 (เดิม) ปัจจุบันเป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567
โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อ นายกิตติศักดิ์ สุขเจริญ เป็นจำเลยเพียงรายเดียว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาว่า นายกิตติศักดิ์ สุขเจริญ จำเลย มีความผิดตาม พ.ร.ป. พ.ศ. 2542 มาตรา 123 (เดิม) จำคุก 3 ปี
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลอุทธรณ์ได้อีก
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1
สำหรับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 ระบุว่า เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้นเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตีตกข้อกล่าวหา ในส่วนนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล เนื่องจากการไต่สวนเบื้องต้น ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่า ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




