"...สำนักรองผู้ว่าการการไฟฟ้า ภาค 4 ได้พิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้ว่ากล่าวตักเตือน นายวัฒนา แพกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 ภาคใต้ (นครศรีธรรมราช) ไว้ครั้งหนึ่ง เพื่อต่อไปจะได้ระมัดระวังในการปฏิบัติงานและให้เป็นไปตามระเบียบโดยเคร่งครัดจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นกรณีนี้อีก ทั้งนี้ นายวัฒนา แพกุล ผู้ถูกว่ากล่าวตักเตือน ได้รับทราบและรับว่าจะปฏิบัติตามคำว่ากล่าวตักเตือนทุกประการ..."
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายวัฒนา แพกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองวิศวกรรมและบำรุงรักษา สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อหาประโยชน์ โดยนำรถยนต์ของตนเองให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช เช่าโดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 มาตรา 9 และมาตรา 11 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา
โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า นายวัฒนา แพกุล จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 มาตรา 9 และมาตรา 11 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 บทที่มีโทษหนักที่สุด ตามหลักกฎหมายว่าด้วยกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 5 ปี และปรับ 40,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี
ปัจจุบัน นายวัฒนา แพกุล ยังทำงานอยู่ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคใต้) จังหวัดเพชรบุรี

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.
ขณะที่ นายวัฒนา ชี้แจงสำนักข่าว Next News ว่า คดีที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากเจ้าหน้าที่รายหนึ่งในหน่วยงาน มีความขัดแย้งกับตนเองและไปยื่นเรื่องร้องเรียน แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว ตนก็น้อมรับคำพิพากษา แต่คดีถึงที่สุดแล้ว เนื่องจากไม่ปรากฏว่า มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์คำพิพากษา และได้ทำหนังสือชี้แจงต่อผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไปแล้ว และการถูกพิพากษาลงโทษจำคุกแต่ได้รอลงอาญา ไม่มีผลอะไรต่อการทำงานในตำแหน่งปัจจุบัน

ภาพประกอบข่าว
รอลงอาญาคุก! อดีตผอ.การไฟฟ้าภูมิภาคฯ เขต 2 เอารถตนเองให้หน่วยงานเช่า
อดีตผอ.ไฟฟ้าภูมิภาค คดีเอารถให้หน่วยงานเช่า ปัจจุบันเป็นผช.ผู้ว่าการฯ
ผช.ผู้ว่าการไฟฟ้าภูมิภาค แจงรอลงอาญาคุก คดีถึงที่สุดแล้ว-ไม่มีผลต่องาน
อย่างไรก็ดี คดีนี้ ยังมีข้อสงสัยตามมาว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้มีการสอบสวนทางวินัย นายวัฒนา ด้วยหรือไม่
สำนักข่าว Next News ได้ติดต่อไปยัง นายวัฒนา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสอบสวนทางวินัยในคดีนี้
นายวัฒนา ชี้แจงว่า ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและความรับผิดทางละเมิดต่อตนเองตั้งแต่ช่วงปี 2562 และมีการลงโทษว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว
โดยคำสั่งเรื่องว่ากล่าวตักเตือน ดังกล่าว ระบุว่า ตามคำสั่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ รก.(ภ4) 31/2558 สั่ง ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2558, คำสั่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ รก.(ภ4) 1/2559 สั่ง ณ วันที่ 13 มกราคม 2559 และคำสั่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ รก.(ภ4) 2/2559 สั่ง ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและความรับผิดทางละเมิด เนื่องจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กรณี นายวัฒนา แพกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 ภาคใต้ (นครศรีธรรมราช) ถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้ ทำให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับความเสียหาย นั้น
จากการสอบสวนยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า การกระทำของนายวัฒนา แพกุล ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 ภาคใต้ (นครศรีธรรมราช) เป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเองในขณะนั้นดำเนินการสร้างขั้นตอนต่าง ๆ ในการเสนอราคาโดยมีเจตนาจะเช่ารถยนต์แวนตรวจการณ์ของนายนพวงค์ คันฉ่อง ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นน้องภรรยาของนายวัฒนา แพกุล ประกอบกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่ได้รับความเสียหาย
แต่อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวของนายวัฒนา แพกุล ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
สำนักรองผู้ว่าการการไฟฟ้า ภาค 4 ได้พิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้ว่ากล่าวตักเตือน นายวัฒนา แพกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 ภาคใต้ (นครศรีธรรมราช) ไว้ครั้งหนึ่ง เพื่อต่อไปจะได้ระมัดระวังในการปฏิบัติงานและให้เป็นไปตามระเบียบโดยเคร่งครัดจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นกรณีนี้อีก
ทั้งนี้ นายวัฒนา แพกุล ผู้ถูกว่ากล่าวตักเตือน ได้รับทราบและรับว่าจะปฏิบัติตามคำว่ากล่าวตักเตือนทุกประการ
สั่ง ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562
(นายปกรณ์ นุตบุญเลิศ)
รองผู้ว่าการการไฟฟ้า ภาค 4 (ดูคำสั่งประกอบท้ายเรื่อง)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำสั่งว่ากล่าวตักเตือนดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงปี 2562 ก่อนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีมติชี้มูลคดีนี้ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ก่อนที่เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 จะมีคำพิพากษาว่า นายวัฒนา แพกุล จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 มาตรา 9 และมาตรา 11 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 บทที่มีโทษหนักที่สุด ตามหลักกฎหมายว่าด้วยกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 5 ปี และปรับ 40,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี
แต่คดีถึงที่สุดแล้ว เนื่องจากไม่ปรากฏว่า มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์คำพิพากษา ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว

คำสั่งว่ากล่าวตักเตือน




