"....จำเลยมีตำแหน่งเป็นถึงผู้อำนวยการกองคลัง มีหน้าที่ตรวจฎีกาเบิกเงินให้ถูกต้องตามระเบียบ ควรปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคลากรในองค์กร แต่จำเลยกลับอาศัยโอกาสจากอำนาจหน้าที่ปลอมใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบ้านเสียเอง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริตต่อหน้าที่ พฤติการณ์กระทำความผิดร้ายแรง แม้จำเลยจะชดใช้เงิน 45,500 บาท ให้องค์การบริหารส่วนตำบลศาลาใหม่ผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว ไม่มีเหตุรอการลงโทษจำคุกจำเลย...."
สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 9 แถลงความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางสาวพัฒนรัตน์ ดำละเอียด เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองคลังองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ศาลาใหม่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทุจริตเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้าน ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดตามกฎหมาย และส่งสำนวนเอกสารหลักฐานให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาว่า นางสาวพัฒนรัตน์ จำเลยมีความผิดรวม 17 กระทง พิพากษาลงโทษจำคุก 102 เดือน เนื่องด้วยจำเลยมีตำแหน่งถึงระดับผู้อำนวยการกองคลัง มีหน้าที่ตรวจฎีกาเบิกจ่ายเงินให้ถูกต้องตามระเบียบ และควรปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตเพื่อเป็นแบบอย่างแก่บุคลากรในองค์กร แต่กลับอาศัยโอกาสจากอำนาจหน้าที่ปลอมใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบ้านเสียเอง เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริตต่อหน้าที่พฤติการณ์เป็นการกระทำความผิดที่ร้ายแรง แม้จำเลยจะชดใช้เงินจำนวน 45,500 บาท ให้แก่ อบต.ศาลาใหม่ ผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว แต่ไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุก

ภาพประกอบรายงาน
ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดฉบับเต็ม พฤติการณ์การกระทำความผิดและผลคำพิพากษาศาลฯ คดีนี้
คดีหมายเลขดำที่ 52-1-0688/2566 ,คดีหมายเลขแดงที่ 0321-1-50/2568
ผู้ถูกกล่าวหา นางสาวพัฒนรัตน์ ดำละเอียด เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองคลังองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาใหม่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
พฤติการณ์ในการกระทำความผิด
ผู้ถูกกล่าวหาขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองคลังองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาใหม่ ได้ทำสัญญาเช่าบ้านเลขที่ 57/3 หมู่ 4 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ของนายบุญมา อ่อนพองาม เป็นระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ในอัตราเดือนละ 4,000 บาท
แต่ความจริงแล้วผู้ถูกกล่าวหาจ่ายค่าเช่าบ้านเพียงเดือนละ 2,500 บาท ทำให้ในแต่ละเดือนผู้ถูกกล่าวหาได้รับเงินส่วนต่างจำนวน 1,500 บาท เป็นเวลา 9 เดือน รวมเป็นเงิน 13,500 บาท
ผู้ถูกกล่าวหาในฐานะผู้อำนวยการกองคลังองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาใหม่ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารของผู้ขอเบิกค่าเช่าบ้าน ใช้อำนาจในตำแหน่งกระทำการรับรองความถูกต้องของเอกสารว่าตนเองได้เช่าบ้านเดือนละ 4,000 บาทจริง เป็นเหตุให้ได้เงินค่าเช่าบ้านจากองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาใหม่ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 4,000 บาท
อีกทั้งผู้ถูกกล่าวหาได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าหลังดังกล่าวเพียง 9 เดือนเท่านั้น โดยผู้ถูกกล่าวหาได้ย้ายออกจากบ้านเช่าหลังดังกล่าวตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564
แต่ผู้ถูกกล่าวหายังคงทำเรื่องขอเบิกค่าเช่าบ้านจากองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาใหม่เรื่อยมาจนถึงเดือนพฤษภาคม 2565 รวม 8 เดือน ๆ ละ 4,000 บาท เป็นเงิน 32,000 บาท
เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนตำบลศาลาใหม่ได้รับความเสียหาย
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ ว่าการกระทำของนางสาวพัฒนรัตน์ ดำละเอียด ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 มาตรา 265 มาตรา 268 และมาตรา 341 ประกอบมาตรา 91 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และฐานกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดนราธิวาส เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2563 ข้อ 7 วรรคสาม ข้อ 10 วรรคสอง ข้อ 15 วรรคสอง และข้อ 23 วรรคสอง
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนางสาวพัฒนรัตน์ ดำละเอียด ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาใหม่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง ต่อไปด้วย
คกก.สอบข้อเท็จจริง ไม่ตรวจสอบข้อมูล ส่งเรื่องฟันเพิ่ม
ทั้งนี้ จากการไต่สวนเบื้องต้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาใหม่ ที่ 434/2563 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 มิได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย โดยมิได้เข้าตรวจสอบสภาพบ้านเช่าของนางพัฒนรัตน์ ดำละเอียด และได้รับรองการเช่าบ้านอันเป็นเท็จจนเป็นเหตุให้นางสาวพัฒนรัตน์ ดำละเอียด ได้รับเงินค่าเช่าบ้านเดือนละ 4,000 บาท จึงมีมติให้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอน ดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจกับคณะกรรมการดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 64
อัยการยื่นฟ้องคดีให้
อัยการยื่นฟ้องคดี เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 โดยอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งดำเนินคดีอาญาฟ้องผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 265, 268 และมาตรา 341 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 13 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4 และมาตรา 7 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91
ผลคำพิพากษา
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 265, 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 265, 341 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 จำเลยกระทำความผิด 17 กระทง รวมจำคุก 102 เดือน
เนื่องด้วยจำเลยมีตำแหน่งเป็นถึงผู้อำนวยการกองคลัง มีหน้าที่ตรวจฎีกาเบิกเงินให้ถูกต้องตามระเบียบ ควรปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคลากรในองค์กร แต่จำเลยกลับอาศัยโอกาสจากอำนาจหน้าที่ปลอมใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบ้านเสียเอง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริตต่อหน้าที่ พฤติการณ์กระทำความผิดร้ายแรง แม้จำเลยจะชดใช้เงิน 45,500 บาท ให้องค์การบริหารส่วนตำบลศาลาใหม่ผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว ไม่มีเหตุรอการลงโทษจำคุกจำเลย
อย่างไรก็ดี คดีนี้ ยังไม่สิ้นสุด จำเลยยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นอุทธรณ์ได้อีก
อ่านข่าวในหมวดเดียวกัน
ป.ป.ช.ฟันอดีตผอ.ร.ร.หาดใหญ่วิทยาลัย ปมทุจริตรับย้ายเด็ก 11 คน เกินแผน
โชว์ชัดๆ เอกสารมติ ป.ป.ช.ฟันอดีต ผอ.ร.ร.หาดใหญ่ฯ ปมทุจริตรับย้าย นร.
ป.ป.ช.ฟันอดีตศึกษาธิการสงขลา คดีรถหลวง-ครูช่วยราชการโดนด้วยขับรับส่ง
ป.ป.ช.ฟันอดีต ผอ.ส่วนอนุรักษ์ฯ ปัตตานี-พวก คดีทุจริตเบิกค่าตอบแทนทิพย์
เขย่าใต้! ป.ป.ช.ภาค 9 เปิด18 คดีจนท.รัฐถูกสอบสวนคดีทุจริต-เรียกรับเงิน
เป็นทางการ! โชว์เอกสารป.ป.ช.สอบคดีใหญ่ใต้ 9 จนท.รัฐ-อบจ.สงขลา 8 เรื่อง




