ใครเป็นใคร? เปิดแฟ้ม ป.ป.ช.ภาค 9 เผยผลความคืบหน้า 18 คดีกล่าวหาสอบสวนจนท.รัฐทุจริต-เรียกรับเงิน-ใช้ทรัพย์สินราชการ จับตาเฉพาะ อบจ.สงขลา 6 เรื่อง ทั้งเช่าเครื่องจักร 200 ล้าน-กู้ 2,000 ล้าน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 9 เผยแพร่ข้อมูลเรื่องกล่าวหาที่เข้าสู่กระบวนการไต่สวน เรื่องกล่าวหาที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้น และเรื่องกล่าวหาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐที่ประชาชนให้ความสนใจในพื้นที่ภาคใต้

@ คืบหน้าคดีสำคัญ อบจ.สงขลา
ในส่วนของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) มีจำนวน 8 เรื่อง แบ่งเป็นเรื่องที่เข้าสู่ชั้นไต่สวน เรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้น และเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป
-3 เรื่องเข้าสู่ชั้นไต่สวน
เรื่องแรก เป็นประเด็น การก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ (โรงอาหาร) โดยถูกกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการและไม่ได้ตั้งงบประมาณประจำปี รวมถึงมีการจัดทำเอกสารหรือดำเนินการในลักษณะบริจาคภายหลัง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
เรื่องที่สอง เป็นประเด็น ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และยินยอมให้มีการก่อสร้างในพื้นที่รับผิดชอบของ อบจ.สงขลา โดยถูกกล่าวหาว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
เรื่องที่สาม เป็นกรณี ปรับปรุงตกแต่งห้องทำงานนายก อบจ.สงขลา ห้องเลขานุการนายก อบจ.สงขลา และห้องโถงชั้น 4 โดยมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง รวมถึงมีการปรับปรุงห้องจนแล้วเสร็จ ก่อนดำเนินการจัดทำเอกสารภายหลัง
-3 เรื่องอยู่ระหว่างตรวจสอบเบื้องต้น
เรื่องแรก คือ โครงการประกวดราคาเช่าเครื่องจักรเพื่อปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพร้อมพนักงานขับ ระยะเวลา 5 ปี วงเงินงบประมาณประมาณ 200 ล้านบาท
เรื่องที่สอง เป็นประเด็น การสมยอมและการตอบแทนผลประโยชน์ระหว่างเอกชนรายหนึ่งกับผู้บริหาร อบจ.สงขลา โดยมีข้อกล่าวหาว่าเอกชนรายดังกล่าวยกหนี้จำนวน 145 ล้านบาท ให้ผู้บริหาร อบจ.สงขลารายหนึ่ง ซึ่งมีผู้บริหาร อบจ.สงขลาอีกรายเป็นผู้ค้ำประกัน ก่อนที่เอกชนรายดังกล่าวจะเข้ามาเป็นคู่สัญญากับ อบจ.สงขลา ในโครงการเช่าเครื่องจักร วงเงินประมาณ 197 ล้านบาทเศษ
อีกเรื่องเป็นประเด็น อบจ.สงขลากู้เงินจำนวน 2,000 ล้านบาทโดยมิชอบ
-2 เรื่อง ป.ป.ช.มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป
ส่วนเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป ได้แก่ ประเด็น ผู้บริหาร อบจ.สงขลาเอื้อประโยชน์ในการจัดงานของ อบจ.สงขลา กับโรงแรมลากูน่า แกรนด์ โฮเทล แอนด์ สปา สงขลา ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับความเป็นเครือญาติ
อีกเรื่องเป็นประเด็น สภา อบจ.สงขลาละเว้นไม่ถอดถอนนายสิรดนัย พลายด้วง สมาชิกสภา อบจ.สงขลา ซึ่งถูกตรวจสอบและอยู่ในกระบวนการถอดถอนจากกรณีถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง และถูกดำเนินคดีอาญาจากกรณีสั่งการให้ลูกน้องรุมทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ
@ เปิดอีก 8 คดีเจ้าหน้าที่รัฐภาคใต้เข้าสู่ชั้นไต่สวน
นอกจากคดีของ อบจ.สงขลาแล้ว สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 ยังเปิดเผยเรื่องกล่าวหาสำคัญที่เข้าสู่ชั้นไต่สวนอีกหลายกรณี
นายเอกสิทธิ์ สองเมือง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินแลกกับการได้เข้าไปมีชื่อในคำสั่ง กอ.รมน. จังหวัดปัตตานี และคำสั่ง ศปก.อำเภอหนองจิก
นางสาวรุจิรา แกล้วทะนงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจบังคับให้คณะกรรมการวิทยาลัยอนุมัติเงินกองทุนสวัสดิการ เพื่อนำไปใช้ในการต้อนรับแขกผู้ใหญ่ที่จะเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ จังหวัดสตูล
นายกริช น้อยผา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ยื่นคำขอทำการตัดไม้และขนย้ายไม้ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลเชิงคีรี อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส
นายณรงค์ศักดิ์ พงดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา ถูกกล่าวหาหลายประเด็น ได้แก่ การทุจริตทำสัญญาว่าจ้างลูกจ้างประเภท “บุคคลภายนอก” ซึ่งไม่ได้ปฏิบัติงานจริง แต่นำเงินเดือนมาเป็นของตนเอง การใช้อำนาจบังคับให้ลูกจ้างนำเงินเดือนบางส่วนมามอบให้เพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้าง และการนำรถกระบะของทางราชการไปใช้ส่วนตัว
นายนนทรัตน์ หอมศรีประเสริฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการเรือนจำกลางยะลา ถูกกล่าวหาว่าเบียดบังเงินค่าแรงผู้ต้องขังที่ผู้รับจ้างจ่ายเป็นค่าแรงของผู้ต้องขังในโครงการจ้างก่อสร้างปรับปรุงห้องกักโรค
พันเอกยุทธภูมิ ทองแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 402 กองพลพัฒนาที่ 4 ถูกกล่าวหาว่าเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงไปราชการอันเป็นเท็จ ในโครงการก่อสร้างทางเดินค่ายวชิราวุธ จังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการก่อสร้างตึกแถวนายสิบ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 และโครงการก่อสร้างสนามฝึกกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 จังหวัดกระบี่
นายสังคม เกิดก่อ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ถูกกล่าวหาว่าก่อสร้างอาคารบุกรุกและเข้าครอบครองพื้นที่คลองโคกเคียน ซึ่งเป็นคลองสาธารณประโยชน์
นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการปรับปรุงถนนคอนกรีตเสริมเหล็กและติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
และ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ถูกกล่าวหาว่าออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแก่นายแซม แวดาโอะ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่โดยมิชอบ
อย่างไรก็ดี เรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนหรือการตรวจสอบเบื้องต้นยังเป็นเพียง ข้อกล่าวหา การดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบและไต่สวนตามกฎหมาย ผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับสิทธิในการชี้แจงและต่อสู้ข้อกล่าวหาตามกระบวนการจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
หากมีความคืบหน้าคดีเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป
อ่านประกอบ :




