News Logo
หน้าแรก
โกงเงินเด็กแต่รอดคุก! ป.ป.ช.อุทธรณ์สู้โทษอดีตผอ.ร.ร.บ้านห้วยต้มฯ ลำพูน

โกงเงินเด็กแต่รอดคุก! ป.ป.ช.อุทธรณ์สู้โทษอดีตผอ.ร.ร.บ้านห้วยต้มฯ ลำพูน

27 ต.ค. 2569 06:02
ผู้ชม 31 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'วรเชษฐ์ ค่วยเทศ' อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ อ.ลี้ จ.ลำพูน ทุจริตเบิกจ่ายเงินโครงการเรียนฟรี 15 ปี ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 5 พิพากษาลงโทษจำคุก 8 ปี 24 เดือน หลังรับสารภาพ - พวก 4 ราย โดนโทษด้วย ได้รอลงอาญาทั้งหมด - ป.ป.ช.ขออุทธรณ์สู้

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายวรเชษฐ์ ค่วยเทศ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ อ.ลี้ จ.ลำพูน กับพวก ในคดีร่วมกันเบิกจ่ายเงินโครงการเรียนฟรี 15 ปี ค่าวัสดุกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ โดยทุจริต ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิด ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 ,157 ,264 ,265 ,268 ประกอบมาตรา 264 และ 265 ประกอบมาตรา 91 และตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567

คดีนี้ มีจำเลย 5 ราย นายวรเชษฐ์ ค่วยเทศ จำเลยที่ 1 , นายจรูญ สมดี จำเลยที่ 2 , น.ส.ปิยะมาศ เมืองใจ จำเลยที่ 3 ,นายคฑาวุฒิ วินันท์ จำเลยที่ 4 และนายอิทธิพันธ์ ศรีสุคนธ์ จำเลยที่ 5

ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 มีคำพิพากษาดังนี้

1. นายวรเชษฐ์ ค่วยเทศ จำเลยที่ 1 , นายจรูญ สมดี จำเลยที่ 2 ,น.ส.ปิยะมาศ เมืองใจ จำเลยที่ 3 ,นายคฑาวุฒิ วินันท์ จำเลยที่ 4 และนายอิทธิพันธ์ ศรีสุคนธ์ จำเลยที่ 5 มีความผิดตามกฎหมาย

ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 21,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 1 ปี และปรับกระทงละ 21,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 กระทงละ 8 เดือน และปรับกระทงละ 14,000 บาท

2.จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามป.อ. มาตรา 78

คงจำคุก จำเลยที่ 1 กระทงละ 2 ปี 6 เดือน และปรับกระทงละ 10,500 บาท รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 8 ปี 24 เดือน และปรับ 42,000 บาท

คงจำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 6 เดือน และปรับกระทงละ 10,500 บาท รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 24 เดือน และปรับ 42,000 บาท

คงจำคุกจำเลยที่ 3 และที่ 4 คนละ 4 เดือน และปรับคนละ 7,000 บาท

คงจำคุกจำเลยที่ 5 กระทงละ 4 เดือน และปรับกระทงละ 7,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 8 เดือน และปรับ 14,000 บาท

3.พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งห้าของพนักงานคุมประพฤติแล้ว การกระทำความผิดของจำเลยทั้งห้าไม่ร้ายแรงนัก โดยเฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้กระทำเพื่อนำประโยชน์ไปใช้ส่วนตัว แต่กระทำไปเพื่อนำเงินไปใช้ในวัตถุประสงค์อย่างอื่นที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่โรงเรียนและนักเรียน และมีมูลค่าความเสียหายไม่มากนัก หลังเกิดเหตุก็นำเงินส่วนต่างไปซื้อวัสดุอุปกรณ์ตามโครงการให้แก่โรงเรียนจนครบถ้วน ไม่มีความเสียหายแก่ทางราชการอีกต่อไป

ในปัจจุบันจำเลยทั้งห้ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ประกอบอาชีพเป็นกิจจะลักษณะ มีภาระต้องอุปการะเลี้ยงดูครอบครัว นิสัยและความประพฤติไม่ปรากฎข้อเสียหาย อยู่ในวิสัยที่จะสามารถปรับปรุงตนเองได้ประกอบกับการถูกดำเนินคดีก็น่าจะพอทำให้หลาบจำไม่หวนกลับไปกระทำความผิดอีก

เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งห้าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยทั้งห้ากลับตนเป็นพลเมืองดีสักครั้ง โทษจำคุกของจำเลยทั้งห้าให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี และคุมความประพฤติมีกำหนดคนละ 1 ปี โดยให้จำเลยทั้งห้าไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด

ให้จำเลยทั้งห้ากระทำกิจกรรมบริการสังคม หรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 12 ชั่วโมง และให้จำเลยทั้งห้าเข้ารับการแก้ไขฟื้นฟูเพื่อเสริมสร้างการพัฒนาทักษะทางจิตใจเป็นระยะเวลาตามที่จำเลยทั้งห้าและพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ตามป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการ ตาม ป.อ.มาตรา 29, 30

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 มีมติเห็นควรอุทธรณ์คำพิพากษาที่รอการลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านข่าวหมวดเดียวกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
คำพิพากษาจำคุก
โกงเงินเด็กแต่รอดคุก
โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ อ.ลี้ จ.ลำพูน

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

JFM ร้อง ปปง.-กรมพัฒฯ สอบ บ.ไทย อ้างชำระบัญชี ขายน้ำมัน ทอ.เมียนมา
JFM ร้อง ปปง.-กรมพัฒฯ สอบ บ.ไทย อ้างชำระบัญชี ขายน้ำมัน ทอ.เมียนมา