ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ทวีศักดิ์ ครูเรืองปัญญา' จนท.อบต.บ้านช้าง อำเภอสองพี่น้อง สุพรรณบุรี ทุจริตเบิกเงินบัญชีระบบหลักประกันสุขภาพ ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 6 พิพากษาลงโทษ จำคุก 8 ปี 24 เดือน หลังรับสารภาพ ได้รอลงอาญา 1 ปี
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายรังสิต กลิ่นสุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านช้าง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี กับพวก ทุจริตเบิกเงินจากบัญชีเงินฝากของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสองพี่น้อง ชื่อบัญชี “ระบบหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านช้าง” ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 , 157 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568
คดีนี้ ปรากฏชื่อ นายทวีศักดิ์ ครูเรืองปัญญา เป็นจำเลยเพียงรายเดียว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาว่า นายทวีศักดิ์ ครูเรืองปัญญา จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 4 กระทง
การกระทำแต่ละกระทงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 4,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน และปรับกระทงละ 2,000 บาท รวม 4 กระทง
เป็นจำคุก 8 ปี 24 เดือน และปรับ 8,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว ไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ประกอบอาชีพเป็นกิจจะลักษณะ
หลังเกิดเหตุ จำเลยได้คืนเงินแก่ผู้เสียหายจนครบ เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติ โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 2 ครั้ง และให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีกำหนด 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท


อ่านข่าวในหมวดเดียวกัน
ป.ป.ช.เผยผลคดีอดีตเลขาฯ สศก.ประเมินผลงานมิชอบ คุก 8 ด. ไม่รอลงอาญา
ตัดสินแล้ว! คดีเบิกดูงานเท็จ อดีตนายกฯอบต.นาซำ-พวก คืนเงินครบ-รอดคุก
เปิดพฤติการณ์! อดีตนายกฯนาซำ-พวก รอดคุก โป๊ะแตกบิลดูงานพ่วงคาราโอเกะ
รอดคุกยกชุด! อดีตปฏิรูปที่ดินอุตรดิตถ์-พวก โกงงบแต่งสวน 5 หมื่น
จบที่โดนคุก 8 ด.! คดี อดีต สส.ปชป. เสียบบัตรฯแทน ป.ป.ช.เห็นชอบตาม อสส.
คุก 8 เดือน! อ.สุกรี อดีตคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหิดล ได้รอลงอาญา
เปิดชีวิต 'อ.สุกรี' ตำนานดุริยางคศิลป์มหิดล สู่จำเลยคดีจ้างพนง.ซ้ำซ้อน




