News Logo
หน้าแรก
แกะรอยขบวนการโกงสอบ ขรก. รูปลักษณ์ 'องค์กรอาชญากรรม' ล่าเงิน 4.5 พันล.

แกะรอยขบวนการโกงสอบ ขรก. รูปลักษณ์ 'องค์กรอาชญากรรม' ล่าเงิน 4.5 พันล.

25 มิ.ย. 2569 06:42
ผู้ชม 97 คน

"บริษัทนี้ เจ้าของเป็นข้าราชการอยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ เหตุผลว่าทำไมมาเลือกใช้สถานที่บางใหญ่ ยังไม่รู้เหตุผลแน่ชัด ส่วนข้อมูลกรรมการและผู้ถือหุ้น ก็เหมือนที่ Next News รู้ น่าจะเป็นญาติๆ กัน แต่ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในจุดที่สะดวกต่อการเดินทาง เชื่อมต่อกับกรุงเทพมหานคร และอยู่ไม่ไกลจากหน่วยงานหรือสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลการสอบ ..."

ประเด็นตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก!

ปฏิบัติการทลายขบวนการโกงการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ประจำปี 2568 ภายหลังเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นบริษัทย่านบางเลน จังหวัดนนทบุรี เพื่อค้นหากระดาษคำตอบที่ขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น 2568 นำมาใช้แก้ไข เพื่อช่วยเหลือผู้สมัครสอบที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่งให้สามารถสอบผ่านได้ ซึ่งผลจากการตรวจค้น พบว่ามีบุคคลอยู่ในที่เกิดเหตุประมาณ 10 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กำลังดำเนินการแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือผู้เข้าสอบที่จ่ายเงินแลกกับการบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ให้สามารถสอบผ่านได้ โดยใช้วิธีการทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ปรับแก้คะแนนให้ตรงกับผลคะแนนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งเข้าข่ายการทุจริตในการแก้ไขข้อมูลคะแนนสอบอันเป็นเท็จ ที่กำลังปรากฏเป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทีมสืบสวนคดีนี้ เกี่ยวกับเงื่อนปมสำคัญหลายประการของขบวนการ ว่าไม่ใช่แค่การกระทำความผิดโดยทั่วไป แต่การดำเนินการมีลักษณะใกล้เคียงกับ “องค์กรอาชญากรรม" ที่มีบุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปที่รวมตัวกันอย่างมีโครงสร้าง วางแผนอย่างเป็นระบบ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อย่างผิดกฎหมาย และพบพยานหลักฐานสำคัญที่อาจสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการแก้ไขข้อมูลคำตอบสอบในระดับโครงสร้าง และคดีนี้อาจกลายเป็นคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่มีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการตรวจสอบมา

@ รูปลักษณ์ “องค์กรอาชญากรรม”

แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนเปิดเผยว่า คดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเปิดรับสมัครรวม 87 ตำแหน่ง จำนวน 6,669 อัตรา และทำการสอบเมื่อเดือน ธ.ค.2568 กำลังถูกขยายผลอย่างเข้มข้น และสิ่งที่ทำให้คดีนี้ถูกยกระดับจากการทุจริตรายบุคคลไปสู่การสืบสวนในลักษณะ “องค์กรอาชญากรรม” คือการตรวจพบไฟล์ข้อมูลกระดาษคำตอบจำนวนมากถึง 9,000 ชุด แบ่งเป็นข้อสอบภาค ก. และภาค ข. อย่างละประมาณ 4,500 ชุด ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ตรวจยึดได้จากบริษัทดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่า จำนวนไฟล์ที่พบมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากหากมีการคิดค่าดำเนินการแก้ไขคำตอบในอัตราเฉลี่ยรายละประมาณ 500,000 บาท ตามข้อมูลที่อยู่ระหว่างการสืบสวน จะทำให้มูลค่าความเสียหายหรือผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากขบวนการดังกล่าวสูงถึงประมาณ 4,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงผิดปกติสำหรับคดีทุจริตการสอบของภาครัฐ

"การสอบครั้งนี้ มี 6,000 กว่าอัตรา ข้อมูลไฟล์กระดาษคำตอบ ที่ตรวจพบมี 9,000 ชุด ผู้สมัครราย 1 แบ่งเป็น 2 ชุด ภาค ก. และภาค ข. อย่างละ 4,500 ชุด คำนวณเงิน 4,500 ล้าน จากตรงนี้ ซึ่งตัวเลขนี้ ไม่ใช่ความเสียหายที่รัฐได้รับ แต่เป็นตัวเลขรายได้ที่ขบวนการนี้จะได้รับไปจากการดำเนินการเรื่องนี้" แหล่งข่าวระบุ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงสมมติฐานทางการสืบสวนที่ใช้ประเมินขนาดของขบวนการ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเส้นทางการเงินเพื่อยืนยันจำนวนเงินที่มีการจ่ายจริง และเส้นทางเงินทั้งหมดว่าไปอยู่ที่ใคร ผู้ร่วมขบวนการเป็นใครบ้าง แบ่งสันปันส่วนกันอย่างไร ต้องติดตามแกะรอยเส้นทางเงินกันต่อไป

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

@ ที่มาของไฟล์กระดาษคำตอบ

แหล่งข่าวระบุว่า แนวทางการสืบสวนในขณะนี้มุ่งไปที่กระบวนการจัดการข้อมูลหลังการสอบเสร็จสิ้น โดยเชื่อว่ากระดาษคำตอบทุกฉบับจะถูกนำเข้าสู่ระบบสแกนเป็นไฟล์ดิจิทัลก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจประมวลผล

จากพยานหลักฐานที่ตรวจพบ มีความเป็นไปได้ว่ามีผู้เข้าถึงไฟล์สแกนดังกล่าว ก่อนที่จะมีการจัดเก็บเข้าสู่ระบบควบคุมเอกสาร เพราะมีผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลว่า หลังการสอบเสร็จสิ้น จะมีการนำกระดาษคำตอบ ของผู้สมัครมาสแกน โดยเครื่องสแกนที่สนามสอบเก็บไว้ ก่อนจะมีการเก็บกระดาษคำตอบเข้าแฟ้มเพื่อรักษาข้อมูลเป็นความลับ

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่า หลังจากได้ไฟล์สแกนมาแล้ว มีการนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ จากนั้นอาจใช้วิธีการแก้ไขข้อมูลดิจิทัล หรือแก้ไขไฟล์ฐานข้อมูลโดยตรง ก่อนนำข้อมูลใหม่กลับเข้าไปแทนที่ข้อมูลเดิมในระบบตรวจข้อสอบ

หากข้อสันนิษฐานดังกล่าวเป็นจริง จะหมายความว่าการทุจริตไม่ได้เกิดขึ้นที่ห้องสอบ แต่เกิดขึ้นภายหลังการสอบเสร็จสิ้น ผ่านกระบวนการจัดการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความซับซ้อนกว่าการทุจริตสอบในรูปแบบเดิมอย่างมาก

"รูปแบบการแก้ไขคำตอบที่ถูกตรวจสอบพบ จะมีนำไฟล์สแกนคำตอบ มาเทียบข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ แล้วเข้าไปแก้ไขข้อมูลให้ใหม่ วิธีการอาจจะใช้วิธีแก้ไขระบบไฟล์ จากนั้น จะมีการนำข้อมูลใหม่ เข้าไปเปลี่ยนในระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานแทน ซึ่งจุดนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบยืนยันข้อมูลอยู่" แหล่งข่าวระบุ

@ทำไมต้องบริษัทบางใหญ่?

อีกประเด็นที่เจ้าหน้าที่ให้ความสนใจ คือ เหตุผลที่มีการใช้บริษัทในพื้นที่บางใหญ่เป็นฐานปฏิบัติการ ทั้งที่เจ้าของกิจการเป็นข้าราชการในจังหวัดเพชรบูรณ์

"บริษัทนี้ เจ้าของเป็นข้าราชการอยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ เหตุผลว่าทำไมมาเลือกใช้สถานที่บางใหญ่ ยังไม่รู้เหตุผลแน่ชัด ส่วนข้อมูลกรรมการและผู้ถือหุ้น ก็เหมือนที่ Next News รู้ น่าจะเป็นญาติๆ กัน"

แม้ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในจุดที่สะดวกต่อการเดินทาง เชื่อมต่อกับกรุงเทพมหานคร และอยู่ไม่ไกลจากหน่วยงานหรือสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลการสอบ

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ บริษัทที่ถูกตรวจค้น สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า คือ บริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้ง 14 กันยายน 2559 ทุนปัจจุบัน 5,000,000 บาท ตั้งอยู่เลขที่ 93/64 หมู่ 9 ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี แจ้งประกอบธุรกิจการซื้อและการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองที่ไม่ใช่ เพื่อเป็นที่พักอาศัย ปรากฏชื่อ นางสุภาวิณี ทั้งพรม, นายพิชิต ทั้งพรม และ นาง สำเภา บุญเอี่ยม เป็นกรรมการ ณ 30 เมษายน 2569 นาง สุภาวิณี ทั้งพรม ถือหุ้นใหญ่สุด 70% หุ้นที่เหลืออยู่ในชื่อ นาย พิชิต ทั้งพรม นางสาว สำเภอ บุญเอี่ยม นำส่งงบการเงินแสดงผลประกอบการธุรกิต ล่าสุด 31 ธันวาคม 2568 แจ้งว่ามีรายได้รวม 9,672.93 บาท รวมรายจ่าย บาท 2,619,289.72 บาท ขาดทุนสุทธิ 2,609,616.79 บาท

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบว่า บริษัทแห่งนี้ มีเว็บไซต์ ทำธุรกิจขายบ้านจัดสรรด้วย แต่ยังไม่สามารถติดต่อผู้รับผิดชอบชี้แจงข้อเท็จจริงได้ (https://www.sammueang.com/)

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

@ ใช้เจ้าหน้าที่รัฐ ในพื้นที่ใกล้เคียงร่วมงาน

ข้อมูลที่ได้จากการตรวจค้นยังพบว่า ในวันที่เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการ มีบุคคลหลายรายกำลังทำงานอยู่ภายในบริษัท โดยแต่ละคนประจำอยู่ตามเครื่องคอมพิวเตอร์คนละชุด โดยคนที่นำค้นในวันบุกตรวจก็เป็นหนึ่งในทีมงานที่ได้รับการว่าจ้างให้เข้ามาแก้ไขข้อสอบ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น มีบางรายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ ซึ่งถูกชักชวนเข้ามาร่วมปฏิบัติงาน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าบุคคลเหล่านี้ได้รับผลตอบแทนจำนวนเท่าใด หรือมีบทบาทในการแก้ไขข้อมูลมากน้อยเพียงใด จำเป็นต้องรอผลตรวจพิสูจน์ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์และเส้นทางการเงินประกอบ แต่ถ้าหากใครให้ความร่วมมือก็จะได้รับสิทธิ์กันตัวไว้เป็นพยานในคดี

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

@จุดศูนย์กลาง รับข้อมูลจาก 10 สนามสอบ

ข้อมูลจากชุดสืบสวนยังพบว่า บริษัทที่ถูกตรวจค้นทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลคำตอบจากสนามสอบอย่างน้อย 10 แห่งทั่วประเทศ

ประเด็นนี้ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การกระทำเฉพาะบุคคล แต่ต้องอาศัยเครือข่ายที่สามารถเข้าถึงข้อมูลการสอบจากหลายพื้นที่ในเวลาเดียวกัน

แหล่งข่าวอธิบายว่า หากข้อมูลจากหลายสนามสอบถูกส่งมายังจุดเดียวจริง ย่อมหมายถึงต้องมีบุคคลที่อยู่ในกระบวนการจัดสอบ การขนส่งเอกสาร หรือการจัดเก็บข้อมูล เข้ามาเกี่ยวข้องในบางขั้นตอน

ด้วยเหตุนี้ ป.ป.ช. จึงขยายการตรวจสอบไปยังบุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อสอบและกระดาษคำตอบทั้งหมด ตั้งแต่ระดับสนามสอบจนถึงระดับส่วนกลาง

@ขั้นตอนชี้ชะตา “กระดาษจริง” กับ “ไฟล์สแกน”

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ขอกระดาษคำตอบฉบับจริงจากหน่วยงานที่รับผิดชอบการสอบมาแล้ว และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญที่สุดของคดี

นั่นคือการนำกระดาษคำตอบต้นฉบับมาเปรียบเทียบกับไฟล์สแกนและข้อมูลที่ปรากฏในระบบคอมพิวเตอร์

หากพบว่าคำตอบในกระดาษต้นฉบับไม่ตรงกับข้อมูลที่ถูกบันทึกในระบบ จะถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สามารถยืนยันได้ว่ามีการแก้ไขข้อมูลภายหลังการสอบจริง

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะเริ่มกระบวนการระบุตัวผู้ได้รับประโยชน์จากการแก้ไขข้อมูล และตรวจสอบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังผู้สมัครสอบ นายหน้า ผู้ประสานงาน และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง

ถ้าหากใครให้ความร่วมมือก็จะได้รับสิทธิ์กันตัวไว้เป็นพยานในคดีเช่นกัน

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

@ป.ป.ช. เตรียมตั้ง “ทีมเฉพาะกิจ”

รายงานข่าวแจ้งว่า ป.ป.ช. อยู่ระหว่างเตรียมจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามคดีนี้โดยตรง เนื่องจากพยานหลักฐานที่ตรวจพบมีจำนวนมาก และมีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลดิจิทัลจำนวนมหาศาล

เป้าหมายสำคัญคือการพิสูจน์ให้ได้ว่า มีการแก้ไขข้อมูลคำตอบเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้ดำเนินการ และมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนกันผ่านช่องทางใด

แหล่งข่าวระดับสูงประเมินว่า หากสามารถพิสูจน์ความเชื่อมโยงระหว่างไฟล์สแกน ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ และเส้นทางการเงินได้ครบถ้วน

คดีนี้อาจกลายเป็นคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่มีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการตรวจสอบมา และอาจนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากทั่วประเทศอีกคดีหนึ่งด้วย

ผลการสอบสวนคดีนี้ จากนี้เป็นอย่างไร ต้องติดตามดูกันต่อไปแบบห้ามกะพริบตาโดยเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวตรวจสอบ Next News:

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ทุจริตสอบท้องถิ่น
บรรจุข้าราชการท้องถิ่น
ป.ป.ช.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทุจริตเงินหลวงอบต.เสาเล้า ล่าสุด ลูกน้อง อดีตนายกฯ เจอคุก 95 ปี
ทุจริตเงินหลวงอบต.เสาเล้า ล่าสุด ลูกน้อง อดีตนายกฯ เจอคุก 95 ปี