‘พาณิชย์-มหาดไทย’ พร้อมตำรวจลุยกระบี่ ตรวจนอมินี เจอชาวอังกฤษตั้งบริษัทตอนแรกมีคนไทยถือหุ้นด้วย ก่อนเอาชื่อออกในภายหลัง พบครอบครองที่ดิน 22 แปลงกว่า 120 ไร่ มูลค่า 2 พันล้าน จ่อดำเนินคดี-เพิกถอนสิทธิ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (พณ.)เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กระทรวงมหาดไทย(มท.) นำโดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และทีมปราบนอมินี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เปิดปฏิบัติการบูรณาการลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตรวจสอบบริษัทที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) เพื่ออำพรางการประกอบธุรกิจที่กฎหมายกำหนดให้คนต่างด้าวต้องได้รับอนุญาตก่อนดำเนินกิจการ รวมถึงตรวจสอบการถือครองหรือครอบครองที่ดิน ซึ่งอาจมีการใช้โครงสร้างบริษัทเป็นเครื่องมือหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารสำคัญ อาทิ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ทะเบียนผู้ถือหุ้น งบการเงิน แหล่งที่มาของเงินลงทุน โครงสร้างการบริหาร การใช้สถานที่ประกอบกิจการ และความเชื่อมโยงของผู้ถือหุ้นและกรรมการ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดี
“ผลการลงพื้นที่ตรวจพบนิติบุคคลที่เข้าข่ายเป็นนอมินี โดยพบชาวอังกฤษ จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทตั้งแต่ปี 2543 โดยมีคนไทยร่วมเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้น ภายหลังการจดทะเบียนพบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นคนไทยออกจากบริษัท และเปลี่ยนลักษณะเป็นการถือหุ้นไขว้กันเอง 3 บริษัท โดยมีกรรมการบริษัทเป็นบุคคลคนเดียวกัน นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทดังกล่าวเข้าถือครองที่ดินรวมประมาณ 22 แปลง พื้นที่กว่า 120 ไร่ มูลค่ารวมประมาณ 2,000 ล้านบาท และประกาศขายที่ดินอย่างเปิดเผย ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกเพื่อพิจารณาเพิกถอนที่ดินและดำเนินคดีต่อไป ขณะเดียวกันทุกหน่วยงานพร้อมบังคับใช้กฎหมายกับคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายเช่นกัน”นายพูนพงษ์กล่าว
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะกรณีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบการกระทำที่ขัดต่อ ประมวลกฎหมายที่ดิน หากพบว่ามีการใช้โครงสร้างนิติบุคคลเพื่อให้คนต่างด้าวเข้าถือครองหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหากพบการกระทำผิดในกฎหมายอื่น เช่น กฎหมายอาญา กฎหมายฟอกเงิน กฎหมายภาษีอากร หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่มีอำนาจจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นายพูนพงษ์กล่าวว่า จังหวัดกระบี่ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่มีการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ จากฐานข้อมูลนิติบุคคลของกรมฯ ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 พบนิติบุคคลจำนวน 4,661 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 33,722 ล้านบาท แบ่งเป็น เมืองกระบี่ 2,888 ราย เกาะลันตา 616 ราย เหนือคลอง 307 ราย อ่าวลึก 266 ราย คลองท่อม 205 ราย และอื่นๆ 379 ราย ทั้งนี้ มีนิติบุคคลต่างด้าวที่ถือหุ้นระหว่าง 0-49.99% จำนวน 696 ราย (เกาะลันตา 280 ราย) และนิติบุคคลต่างด้าวที่ถือหุ้น 50% ขึ้นไป 13 ราย (เกาะลันตา 1 ราย )
“ขอย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ แต่เป็นการส่งเสริมและกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการต่างชาติที่ประสงค์จะลงทุนในประเทศไทยดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมายอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนที่มีมาตรฐานสากล และรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงสร้างความเป็นธรรมให้กับนักลงทุนชาวต่างชาติที่ประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากการตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบการกระทำความผิดจะมีการดำเนินคดี ตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายและนิติบุคคลที่มีความเชื่อมโยง เพื่อยกระดับการปราบปรามธุรกิจนอมินีให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ”นายพูนพงษ์กล่าว




