News Logo
หน้าแรก
ก่อนคดีเรียกรับเงินโกงสอบท้องถิ่น นายกเฮง โดน ป.ป.ช.ชี้มูลร่ำรวย 37 ล.

ก่อนคดีเรียกรับเงินโกงสอบท้องถิ่น นายกเฮง โดน ป.ป.ช.ชี้มูลร่ำรวย 37 ล.

3 ก.ย. 2569 11:58
ผู้ชม 25 คน

เปิดแฟ้ม ป.ป.ช. คุ้ยข้อมูลคดี 'นายกเฮง' พบก่อนโดน ตร.รวบตัวคดีเรียกรับเงินโกงสอบท้องถิ่น เคยโดนชี้มูลคดีดังเพียบ จงใจยื่นบัญชฯเท็จ เจอคุก 1 เดือน รอลงอาญา 1 ปี พ่วงอีก 2 ปม เอื้อละเว้นไม่เก็นภาษีโรงสีญาติ -ร่ำรวยผิดปกติ 37.18 ล้าน ปัจจุบันยังไม่รู้ผลคำตัดสินคดีในชั้นศาล

นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” หรือ “ผู้ใหญ่เฮง” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สำโรง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ที่ถูกตำรวจ บก.ปปป. เข้าจับกุมเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ในข้อกล่าวหาเรียกรับเงินจากประชาชน โดยอ้างว่ามีโควตาและสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ หลังมีผู้เสียหายระบุว่า ถูกชักชวนให้สมัครสอบและจ่ายเงินรวม 650,000 บาท โดยมีการอ้างว่าจะนำเงินไปมอบให้คณะกรรมการจัดสอบหรือผู้มีอำนาจเพื่อช่วยเหลือให้ได้รับการบรรจุ แต่ท้ายที่สุดไม่ผ่านการสอบและไม่ได้รับเงินคืน เบื้องต้น เจ้าตัวให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท

ไม่ได้มีปัญหาคดีความเพียงแค่เรื่องเรียกรับเงินโกงสอบท้องถิ่นเท่านั้น

หากแต่ นายประวิทย์ จารุรัชกุล ยังปรากฏชื่อเป็นจำเลย คดีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ และยังเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดี ละเว้นไม่ดำเนินการจัดเก็บภาษีจากโรงมิตรใหม่พืชผล รวมถึงคดีร่ำรวยผิดปกติ ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดด้วย

ย้อนคดีบัญชีทรัพย์สิน ศาลชี้ “จงใจยื่นบัญชฯ เท็จ”

ข้อเท็จจริงคดีนี้เหล่านี้ ถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อสำนักข่าว Next News สืบค้นข้อมูลพบว่า เมื่อปี 2563 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีที่ ป.ป.ช. กล่าวหานายประวิทย์ กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

โดย นายประวิทย์ไม่ได้แสดงรายการทรัพย์สินหลายรายการในช่วงพ้นจากตำแหน่งนายก อบต.สำโรง ของตนและคู่สมรส รวมไปถึง เงินฝากธนาคารของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หลายรายการ

ศาลไม่รับฟังคำชี้แจงว่าไม่ทราบรายละเอียดของบัญชี เนื่องจากสมุดบัญชีสูญหาย หรือเป็นบัญชีของคู่สมรสและบุตร โดยพิจารณาประกอบกับข้อเท็จจริงว่าหลายบัญชียังมีเงินและมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง

ที่สำคัญ นายประวิทย์เคยแจ้งว่าตนมีรายได้จากธุรกิจค้าขายทรายสูงถึง 5 ล้านบาท ศาลจึงเห็นว่าการไม่แสดงทรัพย์สินดังกล่าวมีเหตุให้เชื่อว่าเป็นการจงใจปกปิด

ศาลฯ มีคำพิพากษา ให้พ้นจากตำแหน่งนายก อบต.สำโรง วาระที่ 2 และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ 6 กันยายน 2556

ส่วนโทษอาญาให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/053/T_0004.PDF

ปี 2566 เจออีกปม “ภาษีโรงสีญาติ”

นอกจากคดีจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินข้างต้นแล้ว ในช่วงเดือนกันยายน 2566 สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดศรีสะเกษ เผยมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 94/2566 เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 กรณีกล่าวหานายประวิทย์ จารุรัชกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายก อบต.สำโรง ว่ากระทำความผิด ฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีละเว้นไม่ดำเนินการจัดก็บภาษีกับโรงมิตรใหม่พืชผลซึ่งเป็นโรงสีญาติพี่น้องของตน

พฤติการณ์ในคดี องค์การบริหารส่วนตำบลสำโรงมีอำนาจหน้าที่จัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน โดยองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง ได้จัดทำคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดขอบ จากนั้นก็ได้ทำประกาศกำหนดระยะการจัดเก็บ โดยกำหนดช่วงระยะเวลาของการยื่นแบบประเมินการเสียภาษีที่องค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง (ภ.ร.ด.2) ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ของทุกปี

ปี 2568 ป.ป.ช.ชี้มูล “ร่ำรวยผิดปกติ” 37.18 ล้าน

จากนั้นวันที่ 26 สิงหาคม 2568 สำนักงาน ป.ป.ช. เผยแพร่เอกสารข่าวแจกผลการชี้มูลคดีในพื้นที่รับผิดชอบ ป.ป.ช.ภาค 3 ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายราย ถูกชี้มูลความผิด มีชื่อ นายประวิทย์ จารุรัชกุล อยู่ในคดีสำคัญ กรณีถูกกล่าวหาว่า ร่ำรวยผิดปกติ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ รวมอยู่ด้วย

คดีดังกล่าวเป็นคดีหมายเลขดำที่ 93-1-313/2563 และคดีหมายเลขแดงที่ 0322-1-20/2568 โดย ป.ป.ช. พบว่าผู้ถูกกล่าวหามีทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ รวมมูลค่า 37,183,478 บาท

สำหรับคดีกรณีละเว้นไม่ดำเนินการจัดก็บภาษีกับโรงมิตรใหม่พืชผลซึ่งเป็นโรงสีญาติพี่น้องของตน และ คดีร่ำรวยผิดปกติ 37,183,478 บาท

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่า ศาลฯ มีคำพิพากษาตัดสินคดีเหล่านี้ไปแล้วหรือไม่

ขณะที่การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่วหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด

หากมีข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของคดีเหล่านี้ จะนำมาเสนอต่อไป

อ่านประกอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
นายกเฮง
คดีร่ำรวยผิดปกติ
ประวิทย์ จารุรัชกุล



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มท.4 แถลงเพิกถอน 5,925 ขรก.โกงสอบ ย้ำ มท.1 ไม่เกี่ยวเลิกสัญญา ม.บูรพา
มท.4 แถลงเพิกถอน 5,925 ขรก.โกงสอบ ย้ำ มท.1 ไม่เกี่ยวเลิกสัญญา ม.บูรพา