"...หากหน่วยงานกำกับได้ตรวจทดสอบระบบแล้วเห็นว่าถูกต้อง และมีการออกหนังสือรับรองการจัดเก็บค่าบริการให้แก่ผู้ให้บริการแล้ว หน่วยงานกำกับควรแจ้งให้ผู้ให้บริการคำนึงถึงข้อตกลงให้สิทธิบริการในสัญญาให้สิทธิฯ ข้อ 2 ที่ระบุว่า "ทั้งนี้ ในการดำเนินการดังกล่าวต้องไม่กระทบกับการให้บริการระบบ NSW เดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน การเน้นย้ำนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อมิให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระต้นทุนโดยไม่เป็นธรรมและขัดต่อเจตนารมณ์ของสัญญาให้สิทธิฯ โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพื่อประโยชน์ของรัฐในการแข่งขันระหว่างประเทศ และป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่รัฐในการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ..."
ประเด็นตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก!
โครงการพัฒนาระบบ National Single Window (NSW) ซึ่งเป็นระบบศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์ของประเทศ ของกรมศุลกากร ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจพบปัญหาว่า ระบบดังกล่าวยังพัฒนาไม่แล้วเสร็จครบถ้วนตามเงื่อนไขสัญญา แต่มีการเปิดให้บริการและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้บริการแล้ว พร้อมแจ้งข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและทดสอบระบบ NSW ให้ครบถ้วนตามสัญญาโดยด่วน
จากการตรวจสอบพบว่า กรมศุลกากรในฐานะหน่วยงานกำกับ ได้ทำสัญญาให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการระบบ NSW ของประเทศ ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ควบรวมกิจการกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และจดทะเบียนเป็นบริษัทใหม่ชื่อ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT โดยมีภารกิจดำเนินการพัฒนาระบบ NSW เพื่อทดแทนระบบเดิม ตามสัญญากำหนดให้ผู้ให้บริการต้องจัดทำระบบคอมพิวเตอร์ NSW ใหม่ พร้อมพัฒนาองค์ประกอบสำคัญหลายระบบ
เบื้องต้น ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 สตง. ได้ทำหนังสือแจ้ง NT ให้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องและควบคุมหรือกำกับมิให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นอีก พร้อมแจ้งผลการดำเนินการให้ สตง. รับทราบทุก 60 วัน จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ แต่หลังจากนั้นก็ยังดำเนินการไม่ครบถ้วน ทาง สตง. จึงมีหนังสือในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 ถึง NT เพื่อเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และแจ้งผลการดำเนินงานให้ สตง. รับทราบต่อไป

ภาพประกอบรายงาน
สตง.ชี้พิรุธ!ระบบศุลกากร 'NSW' ยังไม่เสร็จ แต่เริ่มเก็บเงินผู้ใช้แล้ว
โชว์หนังสือสตง.ขีดเส้น60วัน แก้ระบบNSW งานไม่เสร็จแต่เก็บค่าธรรมเนียม?
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวใน NT เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการ ระบบ NSW ของ NT ว่า ภายหลังจากที่ สตง. ได้ทำหนังสือ ถึง NT เพื่อเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และแจ้งผลการดำเนินงานให้ สตง. รับทราบต่อไป ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 นั้น
"ในช่วงเดือน ก.พ.2569 กรมศุลกากรได้ทำหนังสือแจ้งถึง NT ระบุว่า ได้ดำเนินการทดสอบระบบ NSW แล้ว และเห็นว่าสามารถใช้งานระบบดังกล่าวได้ ซึ่งทาง NT ได้ส่งหนังสือฉบับนี้ แจ้งให้ทาง สตง.รับทราบแล้ว แต่ทาง สตง. ได้ทำหนังสืออีก 1 ฉบับ ลงวันที่ 5 มีนาคม 2569 มาที่ NT ปัจจุบัน ทาง NT และ กรมศุลกากร อยู่ระหว่างการนัดประชุมกับ สตง. เพื่อหารือถึงความชัดเจนตามความเห็นของ สตง.อีกครั้ง " แหล่งข่าวระบุ
ทั้งนี้ เพื่อให้สาธารณชนรับทราบข้อมูลเรื่องนี้มากขึ้น
สำนักข่าว Next News ขอนำบทสรุปรายงานผลการตรวจสอบระบบ NSW ของ สตง. มานำให้สาธารณชนได้รับทราบ ณ ที่นี้ ซึ่งมีประเด็นสำคัญอยู่ที่การตรวจสอบพบว่ากรณีสัญญาให้สิทธิบริการระบบ National Single Window (NSW Operator) เลขที่ 50/2564 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ระหว่างกรมศุลกากรและบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT มีการเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการของ NT มีข้อบกพร่องและไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาสำคัญหลายประการ
โดยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สตง. ได้มีข้อเสนอแนะให้เร่งแก้ไข และกรมศุลกากรในฐานะหน่วยงานกำกับต้องพิจารณาทบทวนแนวทางดำเนินการเพื่อรักษาประโยชน์ของประเทศอย่างเร่งด่วน
@ ที่มาของปัญหา: คำร้องเรียนและการตรวจสอบ สตง.
เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนักตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่ 3 ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ซึ่งระบุว่า NT ไม่สามารถดำเนินการพัฒนาระบบ NSW ให้เป็นไปตามขอบเขตของงานและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะขององค์กรผู้ให้บริการระบบ NSW ได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ยังไม่สามารถส่งมอบระบบ NSW ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญา อีกทั้งยังมีการเรียกเก็บอัตราค่าบริการใช้ระบบ National Single Window (NSW) ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญาให้สิทธิบริการระบบ National Single Window (NSW Operator) สัญญาเลขที่ 50/2564 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2563
จากข้อร้องเรียนดังกล่าว สตง. จึงได้เข้าตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยมีประเด็นหลักในการตรวจสอบคือ การเรียกเก็บค่าบริการที่เกี่ยวกับระบบ National Single Window (NSW) จากผู้ใช้บริการของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการ ได้ดำเนินการเป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญาให้สิทธิบริการระบบ National Single Window (NSW Operator) สัญญาเลขที่ 50/2564 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2563 หรือไม่ เกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจสอบครอบคลุมสัญญาข้อ 2, ข้อ 3, ข้อ 5, ข้อ 6, ข้อ 9 และเอกสารแนบท้ายสัญญา
@ ภาพรวมสัญญาและบทบาทของ NT
เมื่อปี 2563 กรมศุลกากรในฐานะ “หน่วยงานกำกับ” และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อมาควบรวมเป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ในฐานะ “ผู้ให้บริการ” ได้ตกลงทำสัญญาให้สิทธิบริการระบบ National Single Window (NSW Operator) โดยกรมศุลกากรได้ตกลงให้ผู้ให้บริการเป็นผู้มีสิทธิให้บริการระบบ NSW หรือ NSW Operator ของประเทศ และจัดให้มีระบบดังกล่าว ระบบ NSW มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอำนวยความสะดวกทางการค้า การนำเข้า-ส่งออก และโลจิสติกส์ของประเทศ โดยทำหน้าที่เป็นช่องทางเดียวในการส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอน ลดระยะเวลา และลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ
@ ไทม์ไลน์การพัฒนาระบบและการเก็บค่าบริการที่ไม่ปกติ
จากการตรวจสอบ สตง. ได้สรุปข้อเท็จจริงที่ได้มาจากพยานหลักฐานต่างๆ โดยพบว่า หลังจากที่ NT ได้รับมอบหมายในการพัฒนาระบบ NSW แทนระบบเดิมของกรมศุลกากร ได้เกิดความล่าช้าในการส่งมอบงาน
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือแจ้งกรมศุลกากรเพื่อขอขยายระยะเวลาการพัฒนาระบบ NSW ตามสัญญาให้สิทธิฯ จากเดิมที่กำหนดสิ้นสุดภายใน 730 วัน (ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 - วันที่ 31 ธันวาคม 2565) โดยขอขยายระยะเวลาเพิ่มเป็นจำนวน 1,096 วัน (วันที่ 1 มกราคม 2566 – วันที่ 31 ธันวาคม 2568) NT ให้เหตุผลว่า การพัฒนาระบบงานใหม่เพิ่มเติมจากระบบงานเดิมของ NSW ตามขอบเขตงานบทที่ 3 นั้น จำเป็นต้องดำเนินการร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนำเข้าส่งออกและโลจิสติกส์ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาประสานงาน ส่งผลให้การพัฒนาระบบงานในบางระบบไม่สามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลา 730 วัน โดยถือว่าเป็นเหตุขัดข้องที่มีผลจากปัจจัยภายนอกเกี่ยวข้องด้วย NT ยังได้ขอความอนุเคราะห์ต่อคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาขยายระยะเวลาและยกเว้นค่าปรับตามสัญญาให้สิทธิฯ ข้อ 16 ที่อาจเกิดขึ้นด้วย
ต่อมาในวันที่ 19 ธันวาคม 2565 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งให้กรมศุลกากรทราบว่า ได้ดำเนินการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ NSW ใหม่ทดแทนระบบเดิมของกรมศุลกากร และถ่ายโอนการให้บริการไปยังระบบใหม่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2564 โดยระบบ NSW ใหม่สามารถให้บริการได้อย่างมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกยังไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้บริการ เนื่องจากอยู่ระหว่างการนำเสนอขอความเห็นชอบเรื่องกรอบอัตราค่าบริการ และข้อกำหนดการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ National Single Window (NSW) จากคณะอนุกรรมการฯ
หลังจากที่คณะอนุกรรมการฯ ได้ให้ความเห็นชอบกรอบอัตราค่าบริการและข้อกำหนดการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ National Single Window (NSW) ตามที่บริษัทฯ เสนอ NT จึงได้เตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์และเรียกเก็บค่าใช้บริการระบบ โดยกำหนดวันเริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์และเรียกเก็บค่าใช้บริการระบบ NSW ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป
บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ได้มีการประกาศเรื่อง อัตราค่าใช้บริการระบบ National Single Window (NSW) ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2565 โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 คิดค่าบริการตามขนาดของข้อมูลที่รับ-ส่ง และประเภทที่ 2 คิดค่าบริการโดยคิดตามจำนวน Transaction ของข้อมูลที่รับ-ส่ง นอกจากนี้ ยังมีการประกาศเรื่อง ข้อกำหนดการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ National Single Window (NSW) ที่เป็นไปตามสัญญาให้สิทธิบริการระบบ National Single Window (NSW Operator) เลขที่ 50/2564 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2563 เอกสารแนบท้ายสัญญา ผนวก 1 ขอบเขตของงานและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะขององค์กรผู้ให้บริการระบบ National Single Window (NSW Operator) ข้อ 3.2.12
@ ผลการตรวจสอบของ สตง.: พบข้อบกพร่อง
ปัญหาที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจพบ มี 5 ประการดังนี้:
ไม่สามารถพัฒนาระบบและส่งมอบระบบ NSW ได้ตามสัญญา บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ไม่สามารถดำเนินการพัฒนาระบบ NSW ให้เป็นไปตามขอบเขตของงานและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะขององค์กรผู้ให้บริการระบบ NSW และไม่สามารถส่งมอบระบบ NSW ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญา .
การเรียกเก็บอัตราค่าบริการไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญา NT เรียกเก็บอัตราค่าบริการใช้ระบบ National Single Window (NSW) ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญาให้สิทธิบริการระบบ National Single Window (NSW Operator) สัญญาเลขที่ 50/2564 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2563
ระบบ NSW ยังไม่สมบูรณ์และพร้อมใช้งานตามข้อกำหนด ระบบคอมพิวเตอร์ NSW ที่ NT จัดหามาเพื่อทดแทนระบบเดิม และการให้บริการระบบ NSW ยังไม่เป็นไปโดยสมบูรณ์ ถูกต้อง ครบถ้วน และพร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามข้อกำหนดในสัญญาและเอกสารแนบท้ายสัญญา .
ขาดหนังสือรับรองจากหน่วยงานกำกับ หน่วยงานกำกับ (กรมศุลกากร) ยังไม่ได้ออกหนังสือรับรองให้แก่ NT หลังจากที่ได้ทดสอบระบบคอมพิวเตอร์ NSW แล้ว ว่าสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณาความสมบูรณ์ของระบบและการให้บริการ .
ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาหลายข้อ จากการพิจารณาผลการตรวจสอบ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนักตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่ 3 ได้สรุปอย่างชัดเจนว่า ผลการตรวจสอบกรณีการเรียกเก็บค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นใดเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับระบบ NSW ปรากฏว่า “มีข้อบกพร่องเนื่องจากปฏิบัติไม่เป็นไปตามสัญญาให้สิทธิบริการระบบ National Single Window (NSW Operator) สัญญาเลขที่ 50/2564 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 9 และเอกสารแนบท้ายสัญญา
การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดสำคัญของสัญญาเหล่านี้สะท้อนถึงการขาดความโปร่งใสหรือไม่เป็นไปตามหลักการที่ตกลงกันไว้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้บริการและวัตถุประสงค์หลักของโครงการ NSW ที่มุ่งหวังจะลดภาระให้กับภาคธุรกิจ
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนักตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่ 3 ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าผลการตรวจสอบกรณีการเรียกเก็บค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับระบบ National Single Window (NSW) มีข้อบกพร่องเนื่องจากปฏิบัติไม่เป็นไปตามสัญญาให้สิทธิบริการระบบ NSW Operator สัญญาเลขที่ 50/2564 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2563 โดยเฉพาะข้อ 2, ข้อ 3, ข้อ 5, ข้อ 6, ข้อ 9 และเอกสารแนบท้ายสัญญา .
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจึงได้เสนอแนะดังนี้:
แจ้งให้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ทราบ: ควรแจ้งให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ทราบถึงข้อบกพร่องที่พบ เพื่อดำเนินการแก้ไขและควบคุมกำกับดูแลมิให้เกิดข้อบกพร่องเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต .
แจ้งให้หน่วยงานกำกับดำเนินการ: หน่วยงานกำกับ (กรมศุลกากร ตามที่ระบุใน ) ควรเร่งรัดการตรวจทดสอบระบบ NSW เพื่อดำเนินการออกหนังสือรับรองหรือพิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญา แล้วแต่กรณี ตามผลการตรวจทดสอบต่อไป .
รักษาประโยชน์ของราชการ: การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการในการได้ใช้งานระบบ NSW ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และหลีกเลี่ยงมิให้เกิดความล่าช้าที่ไม่สามารถควบคุมระยะเวลาแล้วเสร็จได้ในลักษณะเช่นนี้อีก .
คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการ: หากหน่วยงานกำกับได้ตรวจทดสอบระบบแล้วเห็นว่าถูกต้องและมีการออกหนังสือรับรองการจัดเก็บค่าบริการให้แก่ผู้ให้บริการแล้ว หน่วยงานกำกับควรแจ้งให้ผู้ให้บริการคำนึงถึงสัญญาให้สิทธิฯ ข้อ 2 ที่ระบุว่า "ในการดำเนินการดังกล่าวต้องไม่กระทบกับการให้บริการระบบ NSW เดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน" เพื่อมิให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระต้นทุนโดยไม่เป็นธรรม และขัดต่อเจตนารมณ์ของสัญญาในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว .
ป้องกันความเสียหายต่อรัฐ: การดำเนินการตามข้อเสนอแนะนี้ยังเป็นไปเพื่อประโยชน์ของรัฐในการแข่งขันระหว่างประเทศ และหลีกเลี่ยงมิให้เกิดความเสียหายแก่รัฐในการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ
@ ข้อเสนอแนะเร่งด่วนจากผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
เพื่อแก้ไขสถานการณ์และรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 85 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 จึงเห็นควรแจ้งให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขและควบคุมหรือกำกับมิให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นอีก
นอกจากนี้ ยังได้แจ้งให้ “หน่วยงานกำกับ” ซึ่งก็คือกรมศุลกากร ให้เร่งรัดการตรวจทดสอบระบบ NSW เพื่อดำเนินการออกหนังสือรับรองหรือพิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญา แล้วแต่กรณี ตามผลการตรวจทดสอบต่อไป เพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการในการได้ใช้งานระบบ NSW ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และหลีกเลี่ยงมิให้เกิดความล่าช้าที่ไม่สามารถควบคุมระยะเวลาแล้วเสร็จได้ในลักษณะนี้อีก
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนักตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่ 3 ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่าหากหน่วยงานกำกับได้ตรวจทดสอบระบบแล้วเห็นว่าถูกต้อง และมีการออกหนังสือรับรองการจัดเก็บค่าบริการให้แก่ผู้ให้บริการแล้ว หน่วยงานกำกับควรแจ้งให้ผู้ให้บริการคำนึงถึงข้อตกลงให้สิทธิบริการในสัญญาให้สิทธิฯ ข้อ 2 ที่ระบุว่า "ทั้งนี้ ในการดำเนินการดังกล่าวต้องไม่กระทบกับการให้บริการระบบ NSW เดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน"
การเน้นย้ำนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อมิให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระต้นทุนโดยไม่เป็นธรรมและขัดต่อเจตนารมณ์ของสัญญาให้สิทธิฯ โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพื่อประโยชน์ของรัฐในการแข่งขันระหว่างประเทศ และป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่รัฐในการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ
............................
อนึ่ง เกี่ยวกับกรณีนี้ ทางบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้ชี้แจงต่อสำนักข่าว Next News แล้วว่า ตามที่ได้ปรากฏข่าวรายงาน สตง. ตรวจสอบว่า NT ผู้ให้บริการ NSW ซึ่งเป็นระบบศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลการค้า การนำเข้า ส่งออก และการขนส่งระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และต่างประเทศ ได้เปิดให้บริการระบบดังกล่าวโดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเอกชนผู้ใช้บริการ โดยที่งานยังไม่แล้วเสร็จครบตามสัญญา นั้น ตามสัญญาให้สิทธิบริการระบบ National Single Window (NSW Operator) NT ได้ดำเนินการจัดหาระบบใหม่ทดแทนระบบเดิม ซึ่งเป็นระบบหลักและเป็นส่วนสำคัญของสัญญา ฯ ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและให้บริการระบบ NSW ได้อย่างต่อเนื่อง โดย NT ได้ดำเนินการแล้วเสร็จส่งมอบงานตั้งแต่ปี 2564
นอกจากนี้ ขั้นตอนการนำเสนออัตราค่าบริการได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการพัฒนานโยบายและกำกับดูแลระบบ NSW ถูกต้องตามสัญญาฯ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 ทั้งนี้ในช่วงทดสอบระบบกว่า 1 ปี NT ได้ให้บริการแก่เอกชนผู้ใช้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 และได้นำส่งรายได้จากการให้บริการในอัตรา 3.75 % ของเงินที่เรียกเก็บได้ให้กับกรมศุลกากรตามสัญญาฯ
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีเอกชน 1 ราย ไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมให้ NT โดยยกเหตุผลเรื่องระบบที่ยังไม่แล้วเสร็จ และมีคดีฟ้องร้องกับ NT อยู่ที่ศาลปกครองในขณะนี้




