News Logo
หน้าแรก
นายกฯย้ำทุกหน่วยเตรียมรับมือฝนถล่ม4-10 ต.ค.เตือนภาคใต้เฝ้าระวังท่วม

นายกฯย้ำทุกหน่วยเตรียมรับมือฝนถล่ม4-10 ต.ค.เตือนภาคใต้เฝ้าระวังท่วม

3 ต.ค. 2569 15:37
ผู้ชม 4 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

นายกฯอนุทิน ย้ำทุกหน่วยเตรียมพร้อมรับมือฝนเพิ่ม 4–10 ต.ค. สั่งเร่งระบายน้ำต่อเนื่อง เตือนภาคใต้เฝ้าระวังท่วม ย้ำเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยให้รวดเร็ว-ทั่วถึง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่จ.นครสวรรค์ พร้อมมอบถุงยังชีพให้กำลังใจผู้ประสบภัย

 สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

 นายอนุทินกล่าวภายหลังการประชุมว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 4–10 ตุลาคมนี้ จะมีปริมาณฝนจะเพิ่มมากขึ้น จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ จะเร่งดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังขึ้นอีก แต่จะไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำ เมื่อใดที่สามารถระบายน้ำได้ จะเร่งดำเนินการทันที อย่างไรก็ตาม จะต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้านด้วยว่า น้ำสามารถไหลออกไปยังพื้นที่รับน้ำได้หรือไม่

 นายกฯกล่าวว่า กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ร่วมกันทุกเช้า จะช่วยให้ทุกฝ่ายได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และสามารถร่วมกันบริหารจัดการเส้นทางการไหลของน้ำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะดำเนินการได้ พร้อมสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและกรม ปภ.เป็นหน่วยงานหลักในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางและขั้นตอนการเยียวยาอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิตรงตามหลักเกณฑ์ต่อไป

 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะการสูบน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล แต่ยังต้องเฝ้าระวังสภาพอากาศช่วงวันที่ 4–10 ตุลาคมอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับทุกจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งปริมาณฝนสูงสุดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา 232 มิลลิเมตร  ให้เตรียมพร้อมรับฝนและอุทกภัย ทั้งการป้องกัน การช่วยเหลือ และการเยียวยา โดยให้รายงานสถานการณ์เข้าสู่ส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดสรรกำลังพล เครื่องจักร และทรัพยากรเข้าพื้นที่ได้ทันต่อสถานการณ์

 นายเอกภพกล่าวว่า ช่วงวันที่ 4–10 ตุลาคมทุกจังหวัดต้องเฝ้าระวังฝนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำเหนือแม่น้ำลดลงในทุกจุด ปัจจุบันยังระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และยังไม่มีแนวโน้มเพิ่มการระบาย พร้อมทยอยระบายน้ำเข้าคลองเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำ ขณะที่แม่น้ำแม่กลองยังไม่มีแผนเพิ่มการระบายน้ำ ต้องติดตามพื้นที่ปลายน้ำจ.สมุทรสงครามอย่างใกล้ชิด รวมถึงเฝ้าระวังภาวะน้ำทะเลหนุนสูงช่วงวันที่ 5–10 ตุลาคม ซึ่งอาจกระทบประสิทธิภาพการระบายน้ำ จึงให้ทุกหน่วยงานวางแผนการระบายให้สอดคล้องกับระดับน้ำขึ้น–น้ำลง

 นายเอกภพกล่าวว่า นายกฯยังให้ความสำคัญกับมาตรการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทั่วถึง ขณะนี้มีประชาชนลงทะเบียนรับการเยียวยาผู้ประสบภัยผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” แล้ว 584,785 ราย เป็นประชาชนในกรุงเทพฯประมาณ 290,000 ราย และจ.สมุทรปราการเกือบ 80,000 ราย พร้อมกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำนวยความสะดวกให้ประชาชนลงทะเบียนอย่างทั่วถึง สำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันได้ ให้ติดต่อหน่วยงานในพื้นที่ หากไม่สะดวกเดินทาง ให้จัดเจ้าหน้าที่ออกให้บริการเชิงรุกถึงพื้นที่หรือศูนย์อพยพ

 ต่อมา เวลา 12.45 น. ณ วัดบ้านแก่ง ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ นายกและคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

นายกฯกล่าวกับประชาชนว่า มากำลังใจ รับฟังปัญหา และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงดูว่าประชาชนมีสิ่งใดขาดเหลือหรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม จ.นครสวรรค์ถือเป็นพื้นที่สำคัญที่รองรับมวลน้ำจากแม่น้ำสายหลัก ได้แก่ ปิง วัง ยม และน่าน ก่อนจะไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเกิดฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายชุมชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

 นายอนุทินกล่าวว่า จากข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ก่อนสถานการณ์จะคลี่คลาย รัฐบาลได้สั่งการให้ระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกันดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้มีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นที่นอน อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของประชาชน

 นายกฯกล่าวว่า ส่วนการเยียวยา ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง โดยกรณีที่เกิดเหตุขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ส่วนกรณีที่เกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 จะมีเงินจากโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาในส่วนของที่อยู่อาศัย รวมถึงกรณีการเสียชีวิต ซึ่งรัฐบาลดำเนินโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ให้ความคุ้มครองภัย 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว สำหรับที่อยู่อาศัยจะได้รับความคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสียหาย ขณะที่กรณีที่อยู่อาศัยถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วัน จะได้รับค่าชดเชย 10,000 บาทต่อครั้ง และกรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชย 2,000,000 บาทต่อคน

 "ผมเข้าใจดีว่า ไม่มีใครอยากได้รับเงินเหล่านี้แน่นอน รัฐบาลจึงต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัย แต่เมื่อเกิดเหตุที่เกินกำลังของระบบขึ้นแล้ว เราก็ต้องดูแลกันให้ดีที่สุด หลังจากนี้จะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายตามบ้านเรือนของประชาชน เพื่อเร่งดำเนินมาตรการเยียวยาให้เร็วที่สุ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และทุกฝ่ายที่กำลังปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ด้วยความเสียสละ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนร่วมกันผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน" นายกฯกล่าว

 จากนั้น นายกฯ มอบถุงยังชีพ พร้อมพูดคุยและให้กำลังใจประชาชนที่มารอรับความช่วยเหลือ ก่อนตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งใช้ศาลาของวัดเป็นสถานที่พักพิงสำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก รวมถึงผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ ทั้งนี้ นายกฯขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำในพื้นที่ด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.รวบ 'อัจฉริยะ' ใช้ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเรี่ยไรเงินไปเล่นพนัน
ตร.รวบ 'อัจฉริยะ' ใช้ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเรี่ยไรเงินไปเล่นพนัน