News Logo
หน้าแรก
สตม. ตรวจเข้มเด็กไทยต่ำ 18 ปี ออกนอกประเทศ สกัดเข้มค้ามนุษย์

สตม. ตรวจเข้มเด็กไทยต่ำ 18 ปี ออกนอกประเทศ สกัดเข้มค้ามนุษย์

4 พ.ย. 2569 16:09
ผู้ชม 4 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

สตม. ยกระดับมาตรการคัดกรองเด็กต่ำ 18 ปี สกัด "พ่อไทยทิพย์" ตัดวงจรค้ามนุษย์ข้ามชาติ เข้มงวดตรวจสอบเอกสาร-ความสัมพันธ์ผู้เดินทาง คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กไทย ป้องกันลักพาตัว

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้เปิดเผยแนวทางการยกระดับมาตรการตรวจเข้มสำหรับเด็กสัญชาติไทยที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ประสงค์จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยมุ่งเน้นการป้องกันการค้ามนุษย์ การลักพาตัวเด็กข้ามชาติ และการนำเด็กออกนอกประเทศโดยมิชอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตัดวงจรขบวนการที่ใช้ช่องว่างทางกฎหมาย เช่น "พ่อไทยทิพย์" หรือการสวมสิทธิ เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้เยาว์อย่างสูงสุด โดยได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ร่วมเดินทาง พร้อมทั้งกำหนดให้มีการเตรียมเอกสารสำคัญให้ครบถ้วนก่อนการเดินทาง เพื่อความสะดวกในการตรวจอนุญาตและคุ้มครองความปลอดภัยของเด็กในทุกกรณี

เอกสารที่ผู้ปกครองและผู้ร่วมเดินทางต้องเตรียม ได้แก่ หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ และสูติบัตรของเด็ก ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งฉบับจริง สำเนา หรือภาพถ่ายอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ ยังมีเอกสารเพิ่มเติมตามกรณีต่าง ๆ เช่น หากเด็กเดินทางกับบิดาหรือมารดาเพียงฝ่ายเดียว ต้องมีหนังสือยินยอมจากอีกฝ่ายที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ และเอกสารแสดงอำนาจปกครองเพิ่มเติมในกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสหรือหย่าร้าง หากเดินทางกับผู้แทนโดยชอบธรรม ต้องมีสำเนาคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้แทนโดยชอบธรรม ในกรณีที่เด็กเดินทางกับบุคคลอื่น ต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดาและมารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ โดยหนังสือยินยอมดังกล่าวต้องจัดทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ หรือสถานทูต และต้องมีอายุไม่เกิน 60 วัน สำหรับกรณีที่เด็กเดินทางเป็นหมู่คณะกับสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือสมาคมโรงเรียนนานาชาติ เพื่อวัตถุประสงค์เช่น การแข่งขันกีฬา ศึกษาดูงาน หรือแลกเปลี่ยนทางการศึกษา สามารถใช้หนังสือรับรองจากสถานศึกษาแทนได้ โดยต้องผ่านขั้นตอนการขอความยินยอมและอนุมัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ในห้วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา สตม. ได้ดำเนินการตรวจคัดกรองเด็กสัญชาติไทยไปแล้วจำนวน 120 ราย และได้พบพิรุธจากเอกสารและถ้อยคำของผู้เดินทาง โดยเฉพาะกรณีของมารดาชาวจีนที่เดินทางร่วมกับเด็กซึ่งอ้างว่าเป็นบุตรของบิดาชาวไทย จำนวน 32 ราย ซึ่งอาจเข้าข่ายขบวนการ "กุมารจีน พ่อไทยทิพย์" จึงได้ปฏิเสธการตรวจอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร พร้อมส่งเรื่องเพื่อดำเนินการสืบสวนขยายผล จับกุมและดำเนินคดีผู้กระทำความผิดต่อไป

สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ที่ร่วมกันเปิดเผยแนวทางการยกระดับมาตรการในครั้งนี้ประกอบด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รองผบช.สตม.) ในฐานะโฆษก, พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ และ พล.ต.ต.ปิยอนันต์ โตสกุลวงศ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รอง ผบช.สตม.), พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (ผบก.ตม.2) ในฐานะรองโฆษก และ พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 (ผบก.ตม.5) โดยทุกคนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อความสะดวกของผู้ปกครองและเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของเด็กอย่างสูงสุด.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สตม.

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แอมเนสตี้ฯ เรียกร้องไทยยุติแผนส่ง 2 อุยกูร์กลับจีน เสี่ยงทรมาน-สูญหาย
แอมเนสตี้ฯ เรียกร้องไทยยุติแผนส่ง 2 อุยกูร์กลับจีน เสี่ยงทรมาน-สูญหาย