รมว.ยุติธรรม สั่งลุย "ยุทธรัฐ" ผนึก 10 หน่วยงานล่า "นอมินี" กวาดล้างเครือข่ายธุรกิจ ที่ดินผิดกฎหมายเร่งสอบเส้นทางการเงิน ภาษี และสัญชาติคนต่างด้าวป้องกันโยกย้ายทรัพย์สิน เสริมแกร่งหลักนิติธรรม
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกคำสั่งเดินหน้าปฏิบัติการ "ยุทธรัฐ" โดยผนึกกำลังกว่า 10 หน่วยงานราชการสำคัญ ร่วมตรวจสอบเครือข่ายนอมินีที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ การถือครองที่ดิน และเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ เพื่อหยุดยั้งการใช้บุคคลหรือนิติบุคคลอำพรางการประกอบธุรกิจและถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติและสร้างความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจไทย
การออกคำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมติดตามผลปฏิบัติการ "ยุทธรัฐ" ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม 10-06 โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตำรวจสันติบาล สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสรรพากร กรมการจัดหางาน กรมการปกครอง กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจนครบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมบูรณาการข้อมูลและปฏิบัติการ หลังจากการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุดก่อนหน้านี้
พล.ต.ท. รุทธพล ได้เน้นย้ำข้อสั่งการสำคัญ 5 ด้าน เพื่อขยายผลการสอบสวนอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย:
ขยายผลเครือข่ายนอมินี: เร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคล บริษัท มูลนิธิ สมาคม โครงสร้างผู้ถือหุ้น และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง
ตรวจสอบเส้นทางการเงินและภาษี: โดยเฉพาะเงินบริจาคจากต่างประเทศ การโอนเงินระหว่างองค์กรและบริษัท รวมถึงการนำเงินไปลงทุนหรือซื้อทรัพย์สิน
ตรวจสอบข้อมูลสัญชาติและการเข้าเมือง: รวมถึงกรณีการแปลงสัญชาติที่น่าสงสัย
ป้องกันการโยกย้ายหรือถ่ายโอนทรัพย์สิน: ที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยพิจารณาใช้มาตรการตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
บูรณาการการทำงานทุกหน่วยงาน: แลกเปลี่ยนข้อมูลและพยานหลักฐาน กำหนดผู้รับผิดชอบ และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาข้อมูลการพำนักและการอยู่เกินกำหนดอนุญาตของคนต่างด้าว รวมถึงความเชื่อมโยงของบุคคลและนิติบุคคลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อประกอบการวิเคราะห์และดำเนินการตามกฎหมาย โดยยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ
กระทรวงยุติธรรมและ DSI มุ่งมั่นเดินหน้าป้องกันและปราบปรามการใช้นอมินีอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรและทรัพย์สินของประเทศโดยมิชอบ สร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ และคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ภายใต้หลักนิติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม




