โฆษกรัฐบาลแถลงภาพรวมอุทกภัย ครม. เตรียมอนุมัติงบกลาง 2,000 ล้านบาทเยียวยาผู้ประสบภัยทั่วประเทศ เผย กทม. เร่งระบายน้ำ 6 จุดวิกฤตฝั่งตะวันออก คาดกลับสู่ภาวะปกติใน 2-3 วัน พร้อมแจ้งเตือน 3 จังหวัดริมแม่น้ำแม่กลอง กาญจนบุรี-ราชบุรี-สมุทรสงคราม รับมือระดับน้ำสูงขึ้น 1 เมตร ส่วนกรณีอ่างเก็บน้ำคลองระโอก จ.ระยอง ยืนยันซ่อมแซมแล้ว
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า กลุ่มฝนที่เคยมีการพยากรณ์ไว้ว่าจะเคลื่อนตัวไปทางฝั่งตะวันตกได้อ่อนกำลังลงแล้ว เช่นเดียวกับปริมาณฝนทางฝั่งตะวันออกที่ลดลงเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ แม้เมื่อคืนที่ผ่านมาจะมีฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือ อาทิ จังหวัดกำแพงเพชร เชียงใหม่ และตาก แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำในภาพรวม เนื่องจากปริมาณฝนส่วนใหญ่ตกเหนือพื้นที่เขื่อนรองรับน้ำ
นายเอกภพ ระบุเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวานนี้มีการระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยในวันนี้จะพิจารณาปรับการระบายน้ำเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากมีมวลน้ำไหลมาสมทบจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำสแกกรัง ทั้งนี้ ยืนยันว่าการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากแนวคันกั้นน้ำมีความสูงพอ และยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกเป็นจำนวนมาก สำหรับการระบายน้ำ ในปัจจุบันกรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำเดิมเต็มกำลังความสามารถ เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยอย่างเต็มประสิทธิภาพ
นายเอกภพ ระบุต่อว่า ในวันนี้กรุงเทพมหานครไม่มีฝนตกเพิ่มเติม และคาดว่าตลอดทั้งวันจะไม่มีฝนตก ซึ่งจะส่งผลให้การระบายน้ำทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะใน 6 จุดที่มีระดับน้ำท่วมขังสูง ได้แก่ ถนนรามคำแหง 24, ถนนศรีนครินทร์, ถนนนวมินทร์, ถนนลาดพร้าว (ช่วงลาดพร้าว 101 ถึงแยกบางกะปิ), ถนนสุวินทวงศ์ และถนนพัฒนาการ 53 โดยในขณะนี้ กรุงเทพฯ ได้เร่งระบายน้ำเต็มศักยภาพสูงสุดราว 51 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งคาดว่าพื้นที่ท่วมขังบริเวณฝั่งตะวันออกจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2-3 วัน หากไม่มีฝนตกหนักลงมาสมทบเพิ่มเติม ซึ่งจากผลการพยากรณ์อากาศล่าสุดคาดว่า จะไม่มีกลุ่มฝนตกซ้ำลงมาในระยะนี้
สำหรับด้านสาธารณสุข นายเอกภพ กล่าวว่า ภายหลังจากนายกฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบริเวณคลองจั่นและร่มเกล้า พบว่าประชาชนประสบปัญหาในการเข้าถึงบริการ ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้เร่งดำเนินการจัดตั้งสถานพยาบาลชั่วคราวในพื้นที่ดังกล่าวภายในวันนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลเมื่อมีอาการเจ็บป่วย รวมถึงเป็นจุดติดต่อประสานงานและให้คำปรึกษาด้านการป้องกันโรคต่างๆ อย่างทันท่วงที
นายเอกภพ กล่าวถึงสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคตะวันตกว่า วันนี้จะมีการแจ้งเตือนระดับน้ำที่สูงขึ้นในแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม เนื่องจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณได้หยุดการระบายน้ำมาเป็นเวลา 2 วัน ประกอบกับมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มเติม ทำให้ในวันนี้อาจจะเริ่มมีการเปิดระบายน้ำออกจากเขื่อนทั้งสองแห่งลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ทั้งนี้ มวลน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 วัน ถึงเขื่อนแม่กลอง และจากเขื่อนแม่กลองจะไหลลงสู่พื้นที่อัมพวา ใช้เวลาอีกประมาณ 17 ชั่วโมง โดยคาดว่าในวันนี้พื้นที่ดังกล่าวยังอาจมีฝนตกเล็กน้อย
สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือบริเวณริมแม่น้ำแม่กลองในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนจากทางจังหวัดอย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อวานนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนไปแล้วบางส่วน และหากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงจะมีการแจ้งเตือนเพิ่มเติมทันที
สำหรับการติดตามปริมาณการระบายน้ำ ประชาชนสามารถคำนวณระดับน้ำได้ง่ายๆ คือ ทุกๆ การระบายน้ำที่เพิ่มขึ้น 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำจะสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 20 เซนติเมตร ทั้งนี้ คาดว่าระดับน้ำในพื้นที่ริมแม่น้ำแม่กลองทั้ง 3 จังหวัด อาจปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จึงขอให้ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณริมน้ำเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ สำหรับกรณีข่าวเหมืองแร่เก่าในจังหวัดจันทบุรีมีน้ำทะลัก จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าจุดที่ถูกกัดเซาะเป็นเพียงบ่อดักตะกอนและกักเก็บน้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่เหมืองเดิมราว 4 กิโลเมตร ไม่ใช่ตัวเหมืองแร่แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมมลพิษได้เก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนในพื้นที่ไปตรวจวิเคราะห์หาปนเปื้อนสารตะกั่วแล้ว และจะรายงานผลให้ทราบต่อไป ขณะที่จังหวัดเพชรบุรี กรมชลประทานได้เร่งหน่วงน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งปัจจุบันเขื่อนหลักมีความจุน้ำอยู่ที่ 97% และยังคงมีพื้นที่พอรองรับน้ำเพิ่มเติมได้ โดยหากไม่มีปริมาณฝนตกเพิ่มจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้ตามปกติ แต่ยังคงขอให้ประชาชนติดตามการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออก ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ระยอง และสระแก้ว โดยที่จังหวัดปราจีนบุรี แม้มวลน้ำในอำเภอกบินทร์บุรีจะผ่านจุดสูงสุดและเริ่มลดระดับลงแล้ว แต่มวลน้ำดังกล่าวกำลังไหลไปสมทบที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี ซึ่งอาจส่งผลให้น้ำเอ่อล้นคันกั้นน้ำเข้าท่วมพื้นที่ได้ และคาดว่าระดับน้ำอาจสูงกว่าสถิติท่วมสูงสุดในรอบที่ผ่านมา จึงขอให้ประชาชนเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงกว่าระดับเดิม ส่วนที่จังหวัดระยอง มีฝนตกหนักในอำเภอแกลง และมีน้ำล้นสปิลเวย์จากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไหลมุ่งหน้าสู่ตัวเมือง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ นายเอกภพ ได้ยืนยันว่า กรณีอ่างเก็บน้ำคลองระโอก จังหวัดระยอง ชำรุดนั้น อ่างเก็บน้ำยังไม่ได้พังหรือแตกแต่อย่างใด โดยกรมชลประทานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเข้าซ่อมแซมบริเวณด้านข้างที่ถูกกัดเซาะเรียบร้อยแล้ว จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองคลายความกังวล พร้อมขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารจากศูนย์เตือนภัยของภาครัฐ และระมัดระวังการส่งต่อข่าวลือจากช่องทางที่ไม่เป็นทางการ
สำหรับงบประมาณเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย นายเอกภพ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเตรียมพิจารณาอนุมัติงบกลางประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 2,000 ล้านบาท ก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายนนี้ โดยขณะนี้กรุงเทพมหานครและสำนักงบประมาณอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
ส่วนกระบวนการดำเนินงานตามระเบียบ ขั้นตอนเริ่มจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในแต่ละพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย รวบรวมข้อมูล และยื่นคำขอนุมัติงบประมาณไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครจะมีการพิจารณาสัดส่วนการใช้งบประมาณของ กทม. ร่วมด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือจะส่งถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด และครอบคลุมผู้ประสบภัยทั่วประเทศด้วยเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน




