ทรัมป์ชี้จีนรุกเงียบกล่อมอิหร่านรับข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ แลกเปิดเส้นทางน้ำมันโลกก่อนเส้นตายโจมตีจากสหรัฐฯ
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า ตนเชื่อว่าจีนมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที หลังสถานการณ์ตึงเครียดใกล้ถึงจุดระเบิด
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ AFP ว่า ได้รับข้อมูลว่าจีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโน้มน้าวอิหร่านให้ยอมเจรจาหยุดยิง ก่อนเส้นตายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเป็นการตอบคำถามถึงบทบาทของจีนในสถานการณ์ดังกล่าว
ด้านจีนยืนยันว่าได้ดำเนินความพยายามของตนเพื่อสนับสนุนสันติภาพ และพร้อมมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ต่อไป โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการกดดันโดยตรง
รายงานจาก Associated Press ระบุว่า สหรัฐอเมริกา อิหร่าน และ อิสราเอล บรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนทรัมป์จะประกาศโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน
ทรัมป์ยังโพสต์ผ่าน Truth Social ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวขึ้นอยู่กับการที่อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย พร้อมอ้างถึงการหารือกับนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ และผู้บัญชาการทหาร อาซิม มูนีร์ แห่งปากีสถาน
ขณะที่ BBC รายงานว่า จีนและปากีสถานร่วมกันเสนอแผน 5 ข้อ เรียกร้องให้หยุดยิงทันทีและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังรัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานเดินทางไปยังปักกิ่งเพื่อขอการสนับสนุน
ข้อมูลจาก Reuters และ Kpler ระบุว่า จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน โดยในปี 2568 จีนนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านเฉลี่ย 1.38 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 13.4% ของการนำเข้าน้ำมันทางทะเลทั้งหมดของจีน และมากกว่า 80% ของน้ำมันส่งออกทางทะเลของอิหร่าน
ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก โดยข้อมูลจาก Visual Capitalist ระบุว่า จีนรับน้ำมันผ่านช่องแคบนี้ราว 37.7% ของปริมาณทั้งหมด ขณะที่ภูมิภาคเอเชียรับถึง 84% ของน้ำมันดิบ และ 83% ของก๊าซธรรมชาติเหลวที่ผ่านเส้นทางดังกล่าว
ด้าน CNN และ Al Jazeera รายงานตรงกันว่า จีนเคยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงและกลับเข้าสู่การเจรจาหลายครั้ง โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เหมา หนิง ระบุว่า จีนสนับสนุนความพยายามของปากีสถานและประเทศอื่นๆ
การหยุดยิงครั้งนี้คาดว่าจะนำไปสู่การเจรจาต่อเนื่องที่กรุงอิสลามาบัด โดยอิหร่านเสนอแผน 10 เงื่อนไข ซึ่งรวมถึงการถอนกำลังของสหรัฐฯ จากฐานทัพในภูมิภาค และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
นักวิเคราะห์มองว่า จีนกังวลผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นหลัก เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจดันราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง และกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของจีนอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจาก U.S. Energy Information Administration ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซขนส่งน้ำมันดิบและคอนเดนเสทราว 21% ของการค้าพลังงานโลกต่อวัน
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอิหร่านยังคงแน่นแฟ้น โดยมีข้อตกลงความร่วมมือระยะยาว 25 ปี และจีนยังเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายหลัก แม้อิหร่านยังเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ
กระแสข่าวว่าจีนมีบทบาทอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของอิหร่านยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับการยืนยันเพียงบางส่วน ขณะที่ทั่วโลกจับตาว่าการหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์นี้ จะนำไปสู่สันติภาพถาวร หรือเป็นเพียงการซื้อเวลาท่ามกลางเกมอำนาจและผลประโยชน์ของมหาอำนาจโลก
อ้างอิง:




