การเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านที่สวิตเซอร์แลนด์เผชิญความตึงเครียดจากคำขู่ของทรัมป์ แต่ตัวกลางรายงาน “ความคืบหน้าที่น่าชื่นชม”
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 สำนักข่าว Next News อ้างอิง New York Times และ Al Jazeera รายงานว่า คณะผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่าน พร้อมด้วยตัวกลางจากปากีสถานและกาตาร์ ได้เริ่มการหารือโดยตรงรอบสำคัญเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่รีสอร์ตบือร์เกนชต็อก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อผลักดันการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจสันติภาพชั่วคราวที่ทั้งสองฝ่ายลงนามไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งกำหนดกรอบเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาสู่ข้อตกลงถาวร
โดยตัวกลางทั้งสองประเทศออกแถลงการณ์ร่วมหลังการหารือหลายชั่วโมงว่า การเจรจามีความคืบหน้าที่น่าพอใจ และสามารถตกลงจัดตั้งหน่วยประสานงานป้องกันความขัดแย้งสำหรับสถานการณ์ในเลบานอน รวมถึงจัดตั้งสายด่วนสื่อสารโดยตรงเกี่ยวกับความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการหารือต้องเผชิญความตึงเครียดตั้งแต่ก่อนเริ่มประชุม หลัง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความเตือนอิหร่านอีกครั้งภายในวันเดียวกัน โดยระบุว่า หากกลุ่มที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นตัวแทนของอิหร่านในเลบานอนยังคงก่อเหตุรุนแรง สหรัฐฯ จะตอบโต้ทางทหารอย่างหนัก รายงานของ PBS และ AP News ระบุว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้แก่คณะผู้แทนอิหร่าน จนเกิดช่วงเวลาที่การเจรจาเต็มไปด้วยความตึงเครียด และผู้แทนอิหร่านปฏิเสธการถ่ายภาพหรือการแสดงท่าทีเชิงสัญลักษณ์ร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ ในบางช่วงของการประชุม
ด้าน Mehr News Agency ซึ่งรายงานจากมุมมองของอิหร่าน ระบุว่า การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นประเด็นการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน การเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการปลดล็อกสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ ขณะที่ฝ่ายอิหร่านยืนยันว่าจะยังไม่เดินหน้าเจรจาในประเด็นสำคัญอย่างโครงการนิวเคลียร์และการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร จนกว่าจะเห็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมจากฝ่ายสหรัฐฯ
คณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ พร้อมด้วย สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ส่วนฝ่ายอิหร่านนำโดยประธานรัฐสภา โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อับบาส อารักชี โดยการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังการลงนามบันทึกความเข้าใจที่มีเป้าหมายลดความตึงเครียดและยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า สวิตเซอร์แลนด์ยังคงทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพและสนับสนุนพื้นที่สำหรับการหารืออย่างเป็นกลางและเป็นความลับ โดยการประชุมเดิมมีกำหนดจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ถูกเลื่อนออกไปจากสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาค ก่อนจะกลับมาเริ่มการหารืออีกครั้งในวันอาทิตย์
แม้การเจรจาจะมีความคืบหน้าในบางประเด็น แต่สถานการณ์โดยรวมยังคงเปราะบาง ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน และความตึงเครียดเกี่ยวกับการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกและการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ
การหารือรอบนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการติดต่อโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังทั้งสองประเทศเผชิญความขัดแย้งมาอย่างยาวนานในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และบทบาทของอิหร่านต่อกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค โดยปากีสถานและกาตาร์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการประสานงานและรักษาช่องทางการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย
รายงานระบุว่า การหารือระดับเทคนิคจะดำเนินต่อไปตลอดสัปดาห์นี้ ขณะที่ทุกฝ่ายยังคงติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยภายนอกอาจส่งผลต่อทิศทางของการเจรจาและความพยายามในการจัดทำข้อตกลงถาวรในระยะต่อไป
อ้างอิง:




