News Logo
หน้าแรก
แฉวิธีการบรรจุกำลังพลผี ใส่ชื่อเอาเบี้ยเลี้ยง ป.ป.ช.ฟัน 5 บิ๊กทหาร

แฉวิธีการบรรจุกำลังพลผี ใส่ชื่อเอาเบี้ยเลี้ยง ป.ป.ช.ฟัน 5 บิ๊กทหาร

1 พ.ย. 2569 07:13
ผู้ชม 26 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เปิดข้อมูลเชิงลึกสำนวนไต่สวน ป.ป.ช. คดีบรรจุ “กำลังพลผี” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พบพฤติการณ์ผู้บังคับบัญชาสั่งลูกน้องหาบุคคลมาใส่ชื่อในบัญชีกำลังพล ก่อนนำชื่อเพื่อนลูกชายมาใช้ ทั้งที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่จริง แต่กลับมีการจัดทำเอกสารเบิกเบี้ยเลี้ยง ค่าเลี้ยงดู และค่าเสี่ยงภัยเป็นเท็จ ทำราชการเสียหาย 59,772 บาท เผยปัญหาลักษณะนี้มีข้อร้องเรียนในหน่วยงานอื่นของกองทัพอีกหลายกรณี

สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดปัตตานี เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด พลเรือตรี วรพล สิทธิจิตต์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กับพวก รวม 6 ราย กรณีถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ป.ป.ช.ระบุผลการไต่สวนคดีนี้ ว่า มีจุดเริ่มต้นจากการนำรายชื่อพนักงานเทศบาลมาเสนอบรรจุเป็นกำลังพลในหน่วยของสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ประจำปีงบประมาณ 2564 ในช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ทั้งที่ไม่มีการบรรจุและปฏิบัติหน้าที่จริงตามที่กล่าวอ้าง ก่อนมีการจัดทำเอกสารหลักฐานเพื่อเบิกจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเลี้ยงดู และค่าเสี่ยงภัยเป็นเท็จ

ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย

  1. พลเรือตรี วรพล สิทธิจิตต์ อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน

  2. พันเอก เดชพัฒน์ วิภาวนิช อดีตรองผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน

  3. พันเอก เศรษฐสิทธิ์ แก้วคูณเมือง อดีตรองผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน

  4. พันเอก รชต ขันตรี อดีตหัวหน้าฝ่ายธุรการและงบประมาณ

  5. พันโท สมพงศ์ วงศ์ทองดี อดีตรองหัวหน้าฝ่ายธุรการและงบประมาณ

  6. นายชานน เนตรพรหม หัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาล เทศบาลตำบลหนองเม็ก จังหวัดอุดรธานี

ปัจจุบันคดีนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ยังไม่ได้มีคำพิพากษาชี้ขาดว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น

พลเรือตรี วรพล และพวก จึงยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

ขณะที่ นายชานน ยืนยันกับสำนักข่าว Next News ว่า ไปปฏิบัติหน้าที่จริง มีข้อมูลหลักฐานภาพถ่ายยืนยันได้

อย่างไรก็ดี หากพิจารณารายละเอียดผลการไต่สวนคดีนี้ของ ป.ป.ช. จะพบว่าประเด็นสำคัญของคดีนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่การนำรายชื่อบุคคลมาบรรจุเป็นกำลังพลโดยมิชอบเท่านั้น

แต่ยังรวมถึงพฤติการณ์เบื้องหลังการจัดหาบุคคล การดำเนินการตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และกระบวนการจัดทำเอกสารเพื่อเบิกจ่ายเงินงบประมาณของทางราชการ หรือที่เรียกขานกันในแวดวงทหารกันมายาวนานแล้วว่า เป็นการบรรจุ "กำลังพลผี"

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับสำนวนการไต่สวนคดีนี้เพิ่มเติม ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

เปิดพฤติการณ์! สั่งลูกน้องหาคนมาใส่ชื่อเป็นกำลังพล

จากข้อมูลการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบว่า ผู้ถูกกล่าวหาคนสำคัญในคดีนี้ มีความประสงค์จะได้รับเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเลี้ยงดู และค่าเสี่ยงภัย จากการบรรจุกำลังพลในหน่วยของสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทั้งที่ไม่มีการบรรจุกำลังพลจริง

จึงได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชารายหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ด้วย ไปติดต่อประสานงานจัดหาบุคคลเพื่อนำรายชื่อมาใช้ในการบรรจุกำลังพล

หลังได้รับคำสั่ง ผู้ใต้บังคับบัญชารายดังกล่าวได้ดำเนินการติดต่อหาบุคคลตามที่ได้รับมอบหมาย กระทั่งพบผู้ถูกกล่าวหาอีกรายหนึ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นเพื่อนกับลูกชายของตนเอง จึงนำชื่อบุคคลดังกล่าวมาใช้ในการดำเนินการบรรจุกำลังพล

แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่า บุคคลที่ถูกนำชื่อมาใช้ดังกล่าวไม่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่จริงตามที่มีการกล่าวอ้าง

จากนั้นมีการจัดทำเอกสารหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเลี้ยงดู และค่าเสี่ยงภัยเป็นเท็จ ส่งผลให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและทางราชการได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน 59,772 บาท

พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การไต่สวนและชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องทั้ง 6 รายของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

อินโฟฯ คดีบรรจุกำลังพลผี

อินโฟฯ คดีบรรจุกำลังพลผี

จากชื่อเพื่อนลูกชาย สู่บัญชีกำลังพลที่ไม่ได้ปฏิบัติงานจริง

สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษในคดีนี้ คือ กระบวนการจัดหาบุคคลมาใช้เป็นรายชื่อกำลังพล ซึ่งตามข้อมูลการไต่สวนไม่ได้เริ่มต้นจากความต้องการกำลังพลเพื่อเข้ามาปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานตามปกติ

แต่กลับมีพฤติการณ์ที่ ป.ป.ช. ตรวจพบว่า ผู้ถูกกล่าวหาคนสำคัญต้องการได้รับเงินจากการเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์ของกำลังพล จึงมีการสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปจัดหาบุคคลมาใช้เป็นรายชื่อ

กระทั่งนำไปสู่การใช้ชื่อบุคคลที่เป็นเพื่อนกับลูกชายของผู้ใต้บังคับบัญชารายดังกล่าว

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในระบบการจัดทำบัญชีกำลังพลและการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่จริง โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้เอกสารภายในหน่วยงานเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงิน

เพราะหากไม่มีการตรวจสอบว่าบุคคลที่ปรากฏชื่อในบัญชีกำลังพลได้เข้าปฏิบัติหน้าที่จริงหรือไม่ ก็อาจเปิดช่องให้เกิดการนำชื่อบุคคลมาใช้เพื่อเบิกจ่ายเงินงบประมาณโดยมิชอบได้

คนในกองทัพเผย ‘กำลังพลผี’ ไม่ได้มีแค่คดีเดียว

ที่น่าตกตะลึงมากกว่านี้ คือ นอกเหนือจากพฤติการณ์ที่ปรากฏในสำนวนไต่สวนของ ป.ป.ช. แล้ว สำนักข่าว Next News ยังได้รับข้อมูลยืนยันจากแหล่งข่าวในกองทัพไทยเกี่ยวกับปัญหาการนำรายชื่อบุคคลมาใช้เป็นกำลังพลเพื่อเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ว่า พฤติการณ์ในลักษณะการนำชื่อบุคคลมาบรรจุเป็นกำลังพลในหน่วยงานทหาร ทั้งที่ไม่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่จริง แต่มีการจัดทำเอกสารเพื่อเบิกจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเลี้ยงดู และค่าเสี่ยงภัยนั้น ถูกเรียกขานกันว่า “กำลังพลผี”

โดยปัญหาลักษณะดังกล่าวไม่ได้มีเพียงกรณีที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปัตตานี ชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหา 6 รายในครั้งนี้เท่านั้น

แต่ยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในหน่วยงานอื่นของกองทัพอีกหลายกรณี และมีการยื่นเรื่องร้องเรียนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบแล้ว ขณะที่ในส่วนของกองทัพก็มีการติดตามตรวจสอบข้อมูลการทุจริตเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ส่วนข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ สำนักข่าว Next News จะติดตามมานำเสนอต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
บรรจุกำลังพลผี
ป.ป.ช.
คดีทุจริตกองทัพ

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รอดคุกยกชุด! อดีตปฏิรูปที่ดินอุตรดิตถ์-พวก โกงงบแต่งสวน 5 หมื่น
รอดคุกยกชุด! อดีตปฏิรูปที่ดินอุตรดิตถ์-พวก โกงงบแต่งสวน 5 หมื่น