News Logo
หน้าแรก
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.เคนยาทำ G2G ไม่โปร่งใส ทำราคาน้ำมันทะลุ 50 บาท

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.เคนยาทำ G2G ไม่โปร่งใส ทำราคาน้ำมันทะลุ 50 บาท

19 เม.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 21 คน

บริษัท กัลฟ์ เอนเนอร์จี (Gulf Energy) ณ เคนยา ซึ่งล้มเหลวในการส่งมอบน้ำมันเบนซิน 85,000 เมตริกตันตามสัญญา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดวิกฤต แต่บริษัทกลับยังคงเป็นเอกชนผู้มีสิทธิ์นำเข้าพลังงานที่ได้รับการเสนอชื่อสำหรับรอบถัดไป โดยไม่ถูกบังคับใช้กฎหมาย ไม่ถูกกระทรวงลงโทษ และยังคงมีโอกาสกอบโกยผลกำไรมหาศาลจากน้ำมันทุกหยดที่ไหลผ่านห่วงโซ่อุปทานที่ถูกควบคุมของเคนยา

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอนำเสนอข่าวการกักความไม่โปร่งใสการทำสัญญาจัดหาน้ำมันในประเทศเคนยา ส่งผลทำให้ประชาชนต้องใช้น้ำมันทั้งดีเซลและเบนซินในราคาต่อลิตรแพงกว่า 50 บาท

โดยสำนักข่าวสืบสวนของเคนยา Kenya Insight รายงานข่าวว่าตอนนี้ชาวเคนยาต้องเผชิญกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงสุดในรอบหลายปี โดยราคาน้ำมันเบนซินซูเปอร์ (Super petrol) ในกรุงไนโรบีแตะ 206.97 ชิลลิง (ประมาณ 51.74 บาท) ต่อลิตร เพิ่มขึ้น 28.69 ชิลลิง (ประมาณ 7.17 บาท) ภายในเดือนเดียว ส่วนน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นถึง 40.30 ชิลลิง (ประมาณ 10.08 บาท) เป็น 206.84 ชิลลิง (ประมาณ 51.71 บาท) ซึ่งนับเป็นการปรับขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลใกล้เคียงกับน้ำมันเบนซินอย่างมาก ขณะที่น้ำมันก๊าดซึ่งครัวเรือนที่ กลุ่มประชากรซึ่งยากจนที่สุดของเคนยาต้องใช้ในการหุงต้มและให้แสงสว่างคงที่อยู่ที่ 152.78 ชิลลิง (ประมาณ 38.20 บาท)

รัฐบาลประกาศลดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 16% เหลือ 13% และยืนยันว่าจะใช้เงิน 6.2 พันล้านชิลลิง (ประมาณ 1,550 ล้านบาท) จากกองทุนพัฒนาปิโตรเลียม (Petroleum Development Levy Fund: PDL) เพื่อบรรเทาภาระผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม สำนักงานประธานาธิบดี ของประธานาธิบดี วิลเลียม รูโต (William Ruto) ของเคนยากลับ ระบุว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นผลมาจากการจัดซื้อจัดจ้างฉุกเฉิน "ที่ละเมิดกรอบ G2G (G2G เป็นศัพท์ต้นทาง ซึ่งเว็บ Kenya Insight ใช้ หมายความว่า Government-to-Government ) อย่างโจ่งแจ้ง" ซึ่งนำไปสู่การจับกุมข้าราชการสี่คนในข้อหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

ใจกลางของเรื่องอื้อฉาวนี้คือบริษัท กัลฟ์ เอนเนอร์จี (Gulf Energy) ณ เคนยา ซึ่งล้มเหลวในการส่งมอบน้ำมันเบนซิน 85,000 เมตริกตันตามสัญญา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดวิกฤต แต่บริษัทกลับยังคงเป็นเอกชนผู้มีสิทธิ์นำเข้าพลังงานที่ได้รับการเสนอชื่อสำหรับรอบถัดไป โดยไม่ถูกบังคับใช้กฎหมาย ไม่ถูกกระทรวงลงโทษ และยังคงมีโอกาสกอบโกยผลกำไรมหาศาลจากน้ำมันทุกหยดที่ไหลผ่านห่วงโซ่อุปทานที่ถูกควบคุมของเคนยา และตอนนี้ก็มีข้อสงสัยว่าทำไมรัฐบาลเคนยาถึงทำข้อตกลงในรูปแบบ G2G กับทางบริษัท กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยา ทั้งๆที่บริษัทไม่ได้มีลักษณะเป็นรัฐวิสาหกิจ

ความขัดแย้งด้านราคาและเงินที่หายไป

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายโอพิโย วันดายี (Opiyo Wandayi) กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ว่า การยกเว้นการขนส่งน้ำมันของ วัน ปิโตรเลียม (One Petroleum) ออกจากการคำนวณราคาในเดือนเมษายน จะช่วยให้ผู้บริโภคไม่ต้องเผชิญกับการขึ้นราคา 14 ชิลลิง (ประมาณ 3.50 บาท) ต่อลิตร โดยอ้างว่าเป็นการปกป้องผู้บริโภคจากรัฐบาล อย่างไรก็ตาม มีความขัดแย้งที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเพียงพอ คือ รัฐบาลยอมรับน้ำมันจากข้อตกลง G2G ที่มีราคาแพงกว่าของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาเข้าสู่การคำนวณในเวลาเดียวกัน

ข้อมูลที่กระทรวงเผยแพร่ระบุว่า น้ำมันที่จัดหาโดย วัน ปิโตรเลียม มีราคา 198,855 ชิลลิง (ประมาณ 49,713.75 บาท) ต่อเมตริกตัน ขณะที่น้ำมัน G2G ของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยามีราคา 140,111 ชิลลิง (ประมาณ 35,027.75 บาท) ต่อเมตริกตัน

ซึ่งหมายความว่าน้ำมันของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยานั้นถูกกว่าถึง 58,744 ชิลลิง (ประมาณ 14,686 บาท) ต่อเมตริกตัน หรือประมาณ 43.4 ชิลลิง (ประมาณ 10.85 บาท) ต่อลิตร แม้ตัวเลขจะแสดงว่าน้ำมันของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาถูกกว่า แต่เอกสารกลับระบุว่าน้ำมันของ วัน ปิโตรเลียม คือน้ำมันที่ "ถูกกว่า" และน้ำมันของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยา"แพงกว่า" ซึ่งเป็นจุดที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง

แม้จะมีการอ้างว่าเลือกน้ำมันที่ถูกกว่าและใช้เงินจากกองทุน PDL 6.2 พันล้านชิลลิง (ประมาณ 1,550 ล้านบาท) รวมถึงลด VAT เพื่อตรึงราคา แต่ราคาน้ำมันเบนซินก็ยังคงเพิ่มขึ้น 28.69 ชิลลิง (ประมาณ 7.17 บาท) และดีเซล 40.30 ชิลลิง (ประมาณ 10.08 บาท) การคำนวณแสดงให้เห็นว่าการเลือกใช้กลไก G2G ของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาแทนการจัดซื้อแบบเปิดตามปกติ ส่งผลให้เกิดการถ่ายโอนเงินจากผู้บริโภคและกองทุน PDL ไปยังผู้รับผลประโยชน์ของกรอบ G2G ประมาณ 6 พันล้านถึง 1.2 หมื่นล้านชิลลิง (ประมาณ 1,500 ล้านถึง 3,000 ล้านบาท) ต่อเดือน ในช่วงที่วิกฤตราคาพุ่งสูงสุด

 เงินจำนวนมากนี้ไม่ได้ไปสู่ตลาดน้ำมันโลก แต่ยังคงอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาซึ่งมีเจ้าของที่เป็นผู้รับผลประโยชน์ส่วนใหญ่จดทะเบียนอยู่ในมอริเชียส

ข้อกล่าวหาทางการเมืองและเส้นทางสู่การผูกขาด

หลังจากการจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐบาล เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ฝ่ายค้านได้กล่าวหาว่าเรื่องอื้อฉาวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของข้าราชการทุจริต แต่เป็นสงครามผลประโยชน์ภายในกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน อดีตรองประธานาธิบดี นายริกาตี กาชากัว (Rigathi Gachagua) กล่าวหาว่าประธานาธิบดีอยู่เบื้องหลังการจับกุมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ในภาคส่วนน้ำมัน

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายนดินดี นโยโร (Ndindi Nyoro) ระบุว่าข้อตกลง G2G ถูกควบคุมโดยบริษัทน้ำมันเพียงแห่งเดียวที่ผูกขาดภาคส่วนนี้ และเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า บริษัทเดียวกับที่จัดการ G2G และควบคุมปริมาณน้ำมัน 75% คือบริษัทเดียวกับที่กำลังดำเนินการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรน้ำมันในภูมิภาคทูร์กานาของเคนยา การอ้างอิงถึงทูร์กานานี้ชัดเจน

เพราะในเดือนกันยายน 2568 บริษัท ออรอน เอนเนอร์จี อีแอนด์พี ลิมิเต็ด (Auron Energy E&P Limited) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือผู้ถือหุ้น กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาได้เข้าซื้อกิจการน้ำมันของบริษัท ทูลโลว์ ออยล์ (Tullow Oil) ในแหล่งน้ำมันโลคิชาร์ (Lokichar) ทั้งหมดเป็นมูลค่าขั้นต่ำ 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,854.4 ล้านบาท) ทำให้ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าปิโตรเลียมทั้งหมดของเคนยา ตั้งแต่ผู้จัดจำหน่ายปลายน้ำไปจนถึงผู้สำรวจต้นน้ำ

หน้าเว็บ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยา

หน้าเว็บ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยา

ข้อแก้ตัวของรัฐมนตรีและการปกปิดเรื่องคุณภาพน้ำมัน

นายวันดายี ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการพลังงานของรัฐสภาเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ว่า การจัดซื้อน้ำมันของ วัน ปิโตรเลียม ดำเนินการโดยที่เขาไม่ได้รับรู้ และได้รับการอนุมัติในระดับปลัดกระทรวงโดย นายโมฮาเหม็ด ลิบัน (Mohamed Liban) อย่างไรก็ตาม นายวันดายี ไม่ได้อธิบายเรื่องการยกเว้นมาตรฐานคุณภาพน้ำมัน ซึ่งจดหมายของกระทรวงเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ยืนยันว่าน้ำมันของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาที่เสนอเข้ามามีค่า RON 91 แทนที่จะเป็น RON 93 ตามข้อบังคับของเคนยา หมายความว่าน้ำมัน RON91 มีปริมาณกำมะถันสูง และมีแมงกานีสซึ่งเป็นสารเติมแต่งโลหะที่ถูกห้ามตามกฎระเบียบของเคนยา

การยกเว้นนี้ได้รับอนุญาตโดยอ้างว่า "เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงด้านอุปทาน" แต่รัฐมนตรีไม่ได้ชี้แจงบทบาทของกระทรวงในการอนุมัติการยกเว้นดังกล่าว หรือเหตุผลที่กระทรวงซึ่งมีหน้าที่รับรองคุณภาพกลับอนุมัติเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่ามาตรฐานจากบริษัทที่ควรจะรับผิดชอบต่อการก่อให้เกิดวิกฤตน้ำมันครั้งนี้

เงินอุดหนุน 6.2 พันล้านชิลลิง: เงินสาธารณะเพื่อปกปิดความล้มเหลวของเอกชน

การใช้เงิน 6.2 พันล้านชิลลิง (ประมาณ 1,550 ล้านบาท) จากกองทุน PDL เพื่อพยุงราคาในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2569 ควรได้รับการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน กองทุน PDL ไม่ใช่เงินฉุกเฉิน แต่เป็นเงินที่เก็บรวบรวมอย่างเป็นระบบจากชาวเคนยาทุกคนที่ซื้อน้ำมัน เพื่อรักษาราคาให้คงที่ในช่วงที่อุปทานหยุดชะงัก

การใช้เงินจากกองทุนนี้ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย เป็นกันชนสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันจากปัจจัยภายนอกจริงๆ.

แต่การใช้เงินในเดือนเมษายน 2569 นั้นมีลักษณะที่แตกต่างออกไป วิกฤตที่ทำให้ต้องใช้เงินอุดหนุนนี้เกิดขึ้นจากการที่ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาไม่สามารถส่งมอบน้ำมันเบนซินจำนวน 85,000 เมตริกตันตามสัญญา ภายใต้รหัสสินค้า KG05/2026 ซึ่งเป็นความล้มเหลวที่บริษัทเองยอมรับในการประชุมวิกฤตเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569

ปั๊มน้ำมันของบริษัท กัลฟ์ เอนเนอร์จี  ณ เคนยา

ปั๊มน้ำมันของบริษัท กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยา

ผลกระทบทางการเงินและความล้มเหลวของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยา

จากการไม่ส่งมอบน้ำมันตามสัญญาของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยา ทำให้ผู้บริโภคชาวเคนยาและกองทุน PDL ต้องเป็นผู้รับภาระต้นทุนความล้มเหลวของห่วงโซ่อุปทาน

เนื่องจากมีการใช้งบประมาณจากกองทุน PDL เพื่อไปอุดหนุนอยู่ที่ 6.2 พันล้านชิลลิง (1.55 พันล้านบาท) เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ การลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 16% เหลือ 13% ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ประมาณ 3 ชิลลิง (0.75 บาท) ต่อลิตร อย่างไรก็ตาม กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาไม่ถูกปรับ ไม่ถูกระงับ และยังคงได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้นำเข้าสำหรับรอบถัดไป

ผลที่ตามมาคือ ค่าโดยสารรถมาทาทู (Matatu) หรือรถมินิบัสในเคนยาจะเพิ่มขึ้น ราคาอาหารจะสูงขึ้น และต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคชาวเคนยาทุกคนที่ซื้อเชื้อเพลิงในช่วงสามสิบวันข้างหน้าจะต้องจ่ายค่าพรีเมียมที่เชื่อมโยงโดยตรงกับความล้มเหลวของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาในการจัดส่งน้ำมัน

นายโอพิโย วันดายี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเคนยา

นายโอพิโย วันดายี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเคนยา

เครือข่ายผู้ก่อตั้งและโครงสร้างผู้ถือหุ้น

บทความต้นทางยังเผยให้เห็นถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้นผู้ก่อตั้งของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาและโครงสร้างที่จดทะเบียนในมอริเชียสซึ่งให้ความคุ้มกันจากการตรวจสอบ

โดยรายละเอียดของผู้ถือหุ้นที่ได้รับผลประโยชน์มีดังนี้

1.นายซูเลย์มาน ซาอิด ชาฮบาล (Suleiman Said Shahbal): ได้รับเงินประมาณ 2.4 พันล้านชิลลิง (600 ล้านบาท) จากการขายหุ้น 25% ของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาให้กับ Rubis Energy ในปี 2562 ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งประชาคมแอฟริกาตะวันออก (EALA) และเป็นผู้ก่อตั้ง Gulf African Bank นอกจากนี้ เขายังเป็นประธานของ GulfCap Group และ Gulf Power Limited ซึ่งบริษัทแห่งนี้ก็มีผู้ถือหุ้นใหญ่ผ่านนิติบุคคลในมอริเชียสชื่อ Gallant Power Limited ซึ่งไม่เปิดเผยเจ้าของที่แท้จริง

2.นายฟรานซิส คูเม ญอโก (Francis Koome Njogu): ได้รับประมาณ 1.9 พันล้านชิลลิง (475 ล้านบาท) จากการขายหุ้นเช่นกัน และยังคงเป็น CEO ของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาเขาได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี รูโต ให้ดำรงตำแหน่งใน National Investment Council ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาด้านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ การที่เขามีบทบาทในสภาที่ปรึกษาของรัฐบาลในขณะที่บริษัทของเขามีสัญญาน้ำมัน G2G ที่ใหญ่ที่สุด ถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข นายญอโกยังร่วมเป็นเจ้าของ Noora Power Limited ร่วมกับนายชาฮบาล และถือหุ้น 50% ใน Gulf Power ผ่านโครงสร้างเดียวกันนี้

3.พอล คิปโรติช ลิโมห์ (Paul Kiprotich Limoh): ได้รับประมาณ 1.2 พันล้านชิลลิง (300 ล้านบาท) จากการขายหุ้น และปัจจุบันเป็น CEO และโฆษกหลักของบริษัท เขาเป็นผู้ที่ยืนยันการชำระเงิน G2G จำนวน 686 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท) และเป็นผู้ได้รับจดหมายเตือนให้ชี้แจงเกี่ยวกับน้ำมันที่ขาดหายไป

3.ผู้ถือหุ้นปริศนาจากมอริเชียส: การซื้อกิจการ 80% ของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยา โดยบริษัท Auron Energy Limited ที่จดทะเบียนในมอริเชียส ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของเคนยา แต่เจ้าของที่แท้จริงของ Auron ไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในเคนยา ความไม่โปร่งใสนี้ทำให้ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาได้รับภูมิคุ้มกันจากการตรวจสอบ

ข้อเรียกร้องจากภาคประชาสังคมที่ไม่ได้รับการตอบสนอง

องค์กรภาคประชาสังคมเคนยาได้แก่องค์กรพันธมิตรเพื่อธรรมาภิบาล (National Integrity Alliance) ซึ่งประกอบด้วยองค์กร Transparency International Kenya,องค์กร Inuka Kenya Ni Sisi!,องค์กร Kenya Human Rights Commission และสถาบันว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม (Institute of Social Accountability) ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 โดยเรียกเรื่องอื้อฉาวนี้ว่า "หากำไรจากยาพิษ"

พวกเขาเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก้าวลงจากตำแหน่งเพื่อรอการสอบสวนที่เป็นอิสระ ขณะที่ผู้สอบบัญชีสูงสุด (Auditor General) ของเคนยา ซึ่งเทียบเท่ากับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของไทย ทำการตรวจสอบกรอบการทำงาน G2G อย่างเต็มรูปแบบ และคณะกรรมการจริยธรรมและการต่อต้านการทุจริต (Ethics and Anti-Corruption Commission) ประเมินความเสี่ยงการทุจริตในข้อตกลงนี้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรี วานดายี ยังคงอยู่ในตำแหน่ง กรอบ G2G ยังคงไม่ถูกตรวจสอบ และ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยายังคงได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมการประกวดราคาต่อไป ส่วน DCI หรือกองอำนวยการสอบสวนคดีอาญาเคนยา ก็ทำได้เพียงแค่ดำเนินการจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐห้าคน แต่ไม่มีการจับกุมในภาคเอกชนแต่อย่างใด

บทสรุปที่เคนยาต้องเรียกร้อง

ตอนนี้ชาวเคนยากำลังจ่ายราคาที่สูงขึ้นสำหรับเชื้อเพลิง โดยน้ำมันเบนซินซูเปอร์อยู่ที่ 206.97 ชิลลิง (51.74 บาท) ต่อลิตร และดีเซลอยู่ที่ 206.84 ชิลลิง (51.71 บาท) ต่อลิตร รัฐบาลต้องลดภาษีมูลค่าเพิ่มและใช้งบประมาณจากกองทุนภาษีเพื่อบรรเทาราคาที่เกิดจากความล้มเหลวตามสัญญาของบริษัทที่มีสายสัมพันธ์ทางการเมือง แม้ว่าจะมีหลักฐานทางตัวเลขจากรายงานของ EPRA และการใช้เงินอุดหนุนสาธารณะ แต่ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาไม่ได้รับการลงโทษ ไม่ถูกระงับสัญญา และเจ้าของที่แท้จริงที่จดทะเบียนในมอริเชียสก็ไม่ถูกเปิดเผย และบทบาทของนายฟรานซิส คูเม ญอโก ใน National Investment Council ยังไม่ได้รับการทบทวน

คำถามที่เหลืออยู่คือ ผู้สอบสวนของเคนยาจะสามารถพิสูจน์เรื่องนี้ในศาลได้หรือไม่ หรือว่าการคุ้มครองทางการเมืองของ กัลฟ์ เอนเนอร์จี ณ เคนยาจะยังคงมีอิทธิพลอยู่ต่อไป

หมายเหตุ: สำหรับคะแนนความโปร่งใสตามดัชนีการรับรู้ทุจริตเมื่อเทียบกับไทยและเคนยา พบว่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2025 โดย Transparency International ระบุว่า ประเทศไทยมีระดับความโปร่งใสสูงกว่าเคนยาเล็กน้อย โดยไทยได้ 33 คะแนน (อันดับ 116) และเคนยาได้ 30 คะแนน (อันดับ 130) จาก 182 ประเทศทั่วโลก 

ที่มา https://kenyainsights.com/getting-away-with-it-how-kenyas-most-politically-connected-fuel-company-gulf-energy-is-pocketing-billions-while-rival-firms-face-public-wrath/

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ราคาน้ำมัน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุก 6 ปี! อดีตผอ.สนง.พัฒนาพิงคนคร-พวก ทุจริตจ้างติดตั้งป้ายบอกทาง
คุก 6 ปี! อดีตผอ.สนง.พัฒนาพิงคนคร-พวก ทุจริตจ้างติดตั้งป้ายบอกทาง