News Logo
หน้าแรก
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉ เส้นทาง'เบน สมิธ' ลงทุนโรงแรมหรูเครืออามัน

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉ เส้นทาง'เบน สมิธ' ลงทุนโรงแรมหรูเครืออามัน

26 เม.ย. 2569 06:09
ผู้ชม 51 คน

นายอาซาร์ถูกมองว่าเป็น "ผู้ประสานงาน" ที่สามารถเปิดประตูสู่แวดวงการเงินและราชวงศ์อันเข้มงวดของดูไบได้  แหล่งข่าวระบุว่านายอาซาร์เป็นผู้แนะนำนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ให้รู้จักกับบริษัท H&H Development ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในดูไบ  ด้วยการสนับสนุนของนายอาซาร์ นายเมาเออร์เบอร์เกอร์จึงก้าวเข้าสู่การเป็นนักลงทุนเบื้องหลังในโครงการจานูดูไบ มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ซึ่งเป็นโครงการหลักของ H&H และมีโรงแรม จานูซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครืออามันกรุ๊ป ของนายโดโรนิน 

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอนำเสนอกรณีความไม่โปร่งใสเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือว่าเบน สมิธ กันต่อ

โดยเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ “เวล ฮันติง” หรือWhalehunting.projectbrazen.com ของนายทอม ไรต์สื่อมวลชนอิสระ อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นัล (WSJ) และหนึ่งในผู้สื่อข่าวที่เปิดโปงการทุจริต เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาของรัฐ “1 มาเลเซีย ดีเวลอปเมนต์ เบอร์ฮัด" (1MDB) ที่เผยแพร่บทความลงบนเว็บไซต์ ระบุถึงกรณีที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ได้มีการนำเงินไปลงทุนกับโครงการโรงแรมหรูระดับโลก มีรายละเอียดดังนี้

หลังจากที่ "เวล ฮันติง" สื่อสืบสวนสอบสวน ได้เปิดโปงบทบาทของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ผู้บงการเครือข่ายฟอกเงินระดับโลก ในโครงการโรงแรมสุดหรู "จานู ดูไบ" มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.86 หมื่นล้านบาท เครือข่ายอาชญากรรมของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์เผชิญกับการกวาดล้างครั้งใหญ่ นำไปสู่การจับกุมและการออกหมายจับในหลายประเทศ พร้อมกับสร้างความปั่นป่วนอย่างหนักในคณะกรรมการบริหารของกลุ่มบริษัท "อามัน กรุ๊ป" (Aman Group) ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมหรูระดับโลกที่ถูกประเมินมูลค่าไว้ที่ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.73 หมื่นล้านบาท  

การจับกุมและออกหมายจับ: ปิดฉากเครือข่าย CAI

เพียงไม่กี่วันหลังจากที่งานเปิดตัวโรงแรมจานู ดูไบ ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กลางศูนย์กลางทางการเงินของดูไบ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 "เวล ฮันติง" ได้เผยแพร่รายงานข่าวที่เปิดโปงถึงการมีส่วนร่วมของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ในโครงการดังกล่าว   

รายงานชิ้นนี้ได้ส่งผลสะเทือนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิงคโปร์ เมื่อทางการสิงคโปร์ได้เข้าจับกุมกรรมการบริหารสองคนของบริษัท แคปปิตอล เอเชีย อินเวสต์เมนท์ส หรือ ซีเอไอ (Capital Asia Investments – CAI) ในข้อหาฟอกเงิน พร้อมทั้งยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 124 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.02 พันล้านบาท  บริษัท ซีเอไอ แห่งสิงคโปร์นี้ถูกระบุว่าเป็นบริษัทบังหน้าของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ซึ่งเคยเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ใน บริษัทอัลเลีย ดีเวลลอปเมนท์ส (Alia Developments) ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือครองโครงการจานู ดูไบ 

นายวลาดิสลาฟ โดโรนิน  เจ้าของและซีอีโอของ "อามัน กรุ๊ป"

นายวลาดิสลาฟ โดโรนิน เจ้าของและซีอีโอของ "อามัน กรุ๊ป"

เมาเออร์เบอร์เกอร์หลบหนี: ท่ามกลางหมายจับในไทยและความขัดแย้งในภูมิภาค

 ในเวลาไล่เลี่ยกันกับที่เกิดการจับกุมในสิงคโปร์ ศาลไทยก็ได้ออกหมายจับนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ และภรรยาของเขา นางแคทรียา บีเวอร์ (Cattaliya Beevor)  นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวในประเทศไทยในข้อหาฟอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากผลกำไรที่ได้จากเครือข่ายศูนย์หลอกลวงยาเสพติด และการค้ามนุษย์  ได้หลบหนีออกจากประเทศไทยไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 

แหล่งข่าวระบุว่านายเมาเออร์เบอร์เกอร์ใช้ชีวิตอยู่ในดูไบ โดยย้ายไปมาระหว่างโรงแรมต่างๆ ในขณะที่เรือยอชต์สุดหรูมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.24 พันล้านบาท ของเขา ชื่อ "แวนเดอร์ลัสต์" (Wanderlust) จอดเทียบท่าอยู่ในน่านน้ำของดูไบ  อย่างไรก็ตาม เขาได้หลบหนีออกจากดูไบไปแล้วก่อนที่ความขัดแย้งในภูมิภาคระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลจะทวีความรุนแรงขึ้น และมีรายงานว่าเขาเดินทางด้วยเรือยอชต์ไปยังเซเชลส์และส่งเรือลำอื่นไปยังมัลดีฟส์ ซึ่งเขาพยายามที่จะขอหนังสือเดินทางที่นั่น 

ผู้ถือหุ้น อามัน กรุ๊ป แตกตื่น จี้กรรมการบริหารชี้แจง

 การดำเนินคดีทางกฎหมายในสิงคโปร์และไทยได้สร้างความตื่นตระหนกอย่างมากในห้องประชุมของผู้ถือหุ้นของ "อามัน กรุ๊ป" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบีย หรือ พีไอเอฟ (Public Investment Fund – PIF) และ เคน อินเตอร์เนชั่นแนล (Cain International) ซึ่งทั้งสองฝ่ายถือหุ้นรวมกันประมาณ 30% ในกลุ่มโรงแรมอามัน  

พีไอเอฟ ได้เรียกร้องคำอธิบายจากที่ปรึกษาทั่วไปของกลุ่มอามัน แต่ไม่พอใจกับคำตอบที่ได้รับ  ขณะที่ผู้บริหารของ เคน อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการบริหารของอามัน เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับโครงสร้างการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในดูไบ มัลดีฟส์ และญี่ปุ่น 

คำถามเกี่ยวกับ "อามัน" และเครือข่ายอาชญากรรมที่ขยายตัว 

ขณะนี้ มีคำถามเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์กับโรงแรมอามันแห่งอื่นๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ ชาร์เตอร์ด กรุ๊ป (Chartered Group) ซึ่งกำลังก่อสร้างโรงแรมอามันบนลานสกีในนิเซโกะ ประเทศญี่ปุ่น

โดยรายระบุว่าได้ระบุว่าพวกเขาได้รับการแนะนำให้รู้จักกับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ผ่านอามันเอง  แม้ว่า ชาร์เตอร์ด จะปฏิเสธว่านายเมาเออร์เบอร์เกอร์ไม่ใช่ผู้ลงทุน แต่บริษัทซึ่งเป็นเจ้าของโดย นายอายาล อักโมนี (Eyal Agmoni) ดูเหมือนจะมีความเชื่อมโยงอื่นๆ กับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ 

สำหรับบริษัท ชาร์เตอร์ด เคยเกี่ยวข้องกับการซื้อหุ้นในบริษัทบางจากของไทย ซึ่งทางการไทยเชื่อว่าส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากบริษัทบังหน้าของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ 

นอกจากนี้ แหล่งข่าวอีกแห่งยังกล่าวว่านายเมาเออร์เบอร์เกอร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการอามัน มัลดีฟส์ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 

ความเกี่ยวข้องระหว่างนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ กับโครงสร้างผู้บริหารโรงแรมอามัน

หากย้อนความเชื่อมโยงของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีรายได้มหาศาลจากการหลอกลวง กับผู้บริหารกลุ่มบริษัทในโรงแรม อามัน เรื่องนี้ต้องย้อนไปถึงปี 2566 เมื่อตัวนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ต้องการนำเงินเหล่านั้นไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรู

ตอนนั้นนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ได้ซื้อคอนโดมิเนียมสองชั้นในโครงการ Aman Nai Lert ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นายวลาดิสลาฟ โดโรนิน เจ้าของและซีอีโอของอามัน กรุ๊ปเริ่มจับตา  ความสัมพันธ์นี้ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเมื่อนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ซื้ออพาร์ตเมนต์ในโครงการ Aman New York จากนายโดโรนินโดยตรงด้วยมูลค่า 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 679,034,580 บาท ในต้นปี 2567 

นอกจากนี้ นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ยังได้เดินทางไปภูเก็ตกับนายโดโรนินเพื่อสำรวจสถานที่สำหรับโรงแรมจานู ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ภายใต้เครืออามัน ทำให้สถานะของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์เปลี่ยนจากการเป็นเพียงลูกค้ามาเป็นผู้ร่วมมือในการมองหาโอกาสในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ

ต่อมาเมื่อนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ต้องการขยายการลงทุนไปยังตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในดูไบ เขาได้พึ่งพานายจอร์จ อาซาร์ ผู้บริหาร Sotheby’s International Realty ประจำสหราชอาณาจักรและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นายอาซาร์ถูกมองว่าเป็น "ผู้ประสานงาน" ที่สามารถเปิดประตูสู่แวดวงการเงินและราชวงศ์อันเข้มงวดของดูไบได้  แหล่งข่าวระบุว่านายอาซาร์เป็นผู้แนะนำนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ให้รู้จักกับบริษัท H&H Development ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในดูไบ  ด้วยการสนับสนุนของนายอาซาร์ นายเมาเออร์เบอร์เกอร์จึงก้าวเข้าสู่การเป็นนักลงทุนเบื้องหลังในโครงการจานูดูไบ มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ซึ่งเป็นโครงการหลักของ H&H และมีโรงแรม จานูซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครืออามันกรุ๊ป ของนายโดโรนิน 

นายจอร์จ อาซาร์

นายจอร์จ อาซาร์

นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ใช้บริษัทหน้าฉาก เช่นบริษัทซีเอไอ และโครงสร้างบริษัททุนแปรผัน (VCC) เในสิงคโปร์ รวมถึงบริษัทเชลล์ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน เพื่อปกปิดชื่อของตนเองในฐานะนักลงทุนหลักในโครงการจานูดูไบ

สรุปได้ว่า นายโดโรนินและเครืออามัน ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ผ่านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และแผนการขยายธุรกิจ ในขณะที่นายอาซาร์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการช่วยให้นายเมาเออร์เบอร์เกอร์นำเงินที่ได้จากกิจกรรมที่ผิดกฎหมายไปลงทุนในโครงการสำคัญที่เชื่อมโยงกับแบรนด์อามันโดยเฉพาะในดูไบ

บทสรุป กับประเด็นที่ต้องรอติดตามต่อไป

ขณะที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเร่งติดตามตัวนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ "อามัน กรุ๊ป" กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการอธิบายว่าการขยายธุรกิจของตนมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมระดับโลกได้อย่างไร  "เวล ฮันติง" ได้ติดต่อ นายวลาดิสลาฟ โดโรนิน เจ้าของและซีอีโอของ "อามัน กรุ๊ป" และจะอัปเดตเรื่องราวหากได้รับคำตอบ 

ที่มา https://whalehunting.projectbrazen.com/the-aman-infiltration-how-a-global-money-laundering-kingpin-tainted-a-3-billion-hotel-brand/

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เบน สมิธ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สารภาพก็ไม่รอด! คุก 30 ปี 90 ด. อดีตนายก อบต.ตาลชุม ทุจริต 15 โครงการ
สารภาพก็ไม่รอด! คุก 30 ปี 90 ด. อดีตนายก อบต.ตาลชุม ทุจริต 15 โครงการ