นายอาซาร์ถูกมองว่าเป็น "ผู้ประสานงาน" ที่สามารถเปิดประตูสู่แวดวงการเงินและราชวงศ์อันเข้มงวดของดูไบได้ แหล่งข่าวระบุว่านายอาซาร์เป็นผู้แนะนำนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ให้รู้จักกับบริษัท H&H Development ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในดูไบ ด้วยการสนับสนุนของนายอาซาร์ นายเมาเออร์เบอร์เกอร์จึงก้าวเข้าสู่การเป็นนักลงทุนเบื้องหลังในโครงการจานูดูไบ มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นโครงการหลักของ H&H และมีโรงแรม จานูซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครืออามันกรุ๊ป ของนายโดโรนิน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอนำเสนอกรณีความไม่โปร่งใสเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือว่าเบน สมิธ กันต่อ
โดยเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ “เวล ฮันติง” หรือWhalehunting.projectbrazen.com ของนายทอม ไรต์สื่อมวลชนอิสระ อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นัล (WSJ) และหนึ่งในผู้สื่อข่าวที่เปิดโปงการทุจริต เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาของรัฐ “1 มาเลเซีย ดีเวลอปเมนต์ เบอร์ฮัด" (1MDB) ที่เผยแพร่บทความลงบนเว็บไซต์ ระบุถึงกรณีที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ได้มีการนำเงินไปลงทุนกับโครงการโรงแรมหรูระดับโลก มีรายละเอียดดังนี้
หลังจากที่ "เวล ฮันติง" สื่อสืบสวนสอบสวน ได้เปิดโปงบทบาทของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ผู้บงการเครือข่ายฟอกเงินระดับโลก ในโครงการโรงแรมสุดหรู "จานู ดูไบ" มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.86 หมื่นล้านบาท เครือข่ายอาชญากรรมของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์เผชิญกับการกวาดล้างครั้งใหญ่ นำไปสู่การจับกุมและการออกหมายจับในหลายประเทศ พร้อมกับสร้างความปั่นป่วนอย่างหนักในคณะกรรมการบริหารของกลุ่มบริษัท "อามัน กรุ๊ป" (Aman Group) ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมหรูระดับโลกที่ถูกประเมินมูลค่าไว้ที่ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.73 หมื่นล้านบาท
การจับกุมและออกหมายจับ: ปิดฉากเครือข่าย CAI
เพียงไม่กี่วันหลังจากที่งานเปิดตัวโรงแรมจานู ดูไบ ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กลางศูนย์กลางทางการเงินของดูไบ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 "เวล ฮันติง" ได้เผยแพร่รายงานข่าวที่เปิดโปงถึงการมีส่วนร่วมของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ในโครงการดังกล่าว
รายงานชิ้นนี้ได้ส่งผลสะเทือนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิงคโปร์ เมื่อทางการสิงคโปร์ได้เข้าจับกุมกรรมการบริหารสองคนของบริษัท แคปปิตอล เอเชีย อินเวสต์เมนท์ส หรือ ซีเอไอ (Capital Asia Investments – CAI) ในข้อหาฟอกเงิน พร้อมทั้งยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 124 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.02 พันล้านบาท บริษัท ซีเอไอ แห่งสิงคโปร์นี้ถูกระบุว่าเป็นบริษัทบังหน้าของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ซึ่งเคยเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ใน บริษัทอัลเลีย ดีเวลลอปเมนท์ส (Alia Developments) ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือครองโครงการจานู ดูไบ

นายวลาดิสลาฟ โดโรนิน เจ้าของและซีอีโอของ "อามัน กรุ๊ป"
เมาเออร์เบอร์เกอร์หลบหนี: ท่ามกลางหมายจับในไทยและความขัดแย้งในภูมิภาค
ในเวลาไล่เลี่ยกันกับที่เกิดการจับกุมในสิงคโปร์ ศาลไทยก็ได้ออกหมายจับนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ และภรรยาของเขา นางแคทรียา บีเวอร์ (Cattaliya Beevor) นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวในประเทศไทยในข้อหาฟอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากผลกำไรที่ได้จากเครือข่ายศูนย์หลอกลวงยาเสพติด และการค้ามนุษย์ ได้หลบหนีออกจากประเทศไทยไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568
แหล่งข่าวระบุว่านายเมาเออร์เบอร์เกอร์ใช้ชีวิตอยู่ในดูไบ โดยย้ายไปมาระหว่างโรงแรมต่างๆ ในขณะที่เรือยอชต์สุดหรูมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.24 พันล้านบาท ของเขา ชื่อ "แวนเดอร์ลัสต์" (Wanderlust) จอดเทียบท่าอยู่ในน่านน้ำของดูไบ อย่างไรก็ตาม เขาได้หลบหนีออกจากดูไบไปแล้วก่อนที่ความขัดแย้งในภูมิภาคระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลจะทวีความรุนแรงขึ้น และมีรายงานว่าเขาเดินทางด้วยเรือยอชต์ไปยังเซเชลส์และส่งเรือลำอื่นไปยังมัลดีฟส์ ซึ่งเขาพยายามที่จะขอหนังสือเดินทางที่นั่น
ผู้ถือหุ้น อามัน กรุ๊ป แตกตื่น จี้กรรมการบริหารชี้แจง
การดำเนินคดีทางกฎหมายในสิงคโปร์และไทยได้สร้างความตื่นตระหนกอย่างมากในห้องประชุมของผู้ถือหุ้นของ "อามัน กรุ๊ป" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบีย หรือ พีไอเอฟ (Public Investment Fund – PIF) และ เคน อินเตอร์เนชั่นแนล (Cain International) ซึ่งทั้งสองฝ่ายถือหุ้นรวมกันประมาณ 30% ในกลุ่มโรงแรมอามัน
พีไอเอฟ ได้เรียกร้องคำอธิบายจากที่ปรึกษาทั่วไปของกลุ่มอามัน แต่ไม่พอใจกับคำตอบที่ได้รับ ขณะที่ผู้บริหารของ เคน อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการบริหารของอามัน เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับโครงสร้างการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในดูไบ มัลดีฟส์ และญี่ปุ่น
คำถามเกี่ยวกับ "อามัน" และเครือข่ายอาชญากรรมที่ขยายตัว
ขณะนี้ มีคำถามเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์กับโรงแรมอามันแห่งอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ ชาร์เตอร์ด กรุ๊ป (Chartered Group) ซึ่งกำลังก่อสร้างโรงแรมอามันบนลานสกีในนิเซโกะ ประเทศญี่ปุ่น
โดยรายระบุว่าได้ระบุว่าพวกเขาได้รับการแนะนำให้รู้จักกับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ผ่านอามันเอง แม้ว่า ชาร์เตอร์ด จะปฏิเสธว่านายเมาเออร์เบอร์เกอร์ไม่ใช่ผู้ลงทุน แต่บริษัทซึ่งเป็นเจ้าของโดย นายอายาล อักโมนี (Eyal Agmoni) ดูเหมือนจะมีความเชื่อมโยงอื่นๆ กับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์
สำหรับบริษัท ชาร์เตอร์ด เคยเกี่ยวข้องกับการซื้อหุ้นในบริษัทบางจากของไทย ซึ่งทางการไทยเชื่อว่าส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากบริษัทบังหน้าของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์
นอกจากนี้ แหล่งข่าวอีกแห่งยังกล่าวว่านายเมาเออร์เบอร์เกอร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการอามัน มัลดีฟส์ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ความเกี่ยวข้องระหว่างนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ กับโครงสร้างผู้บริหารโรงแรมอามัน
หากย้อนความเชื่อมโยงของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีรายได้มหาศาลจากการหลอกลวง กับผู้บริหารกลุ่มบริษัทในโรงแรม อามัน เรื่องนี้ต้องย้อนไปถึงปี 2566 เมื่อตัวนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ต้องการนำเงินเหล่านั้นไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรู
ตอนนั้นนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ได้ซื้อคอนโดมิเนียมสองชั้นในโครงการ Aman Nai Lert ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นายวลาดิสลาฟ โดโรนิน เจ้าของและซีอีโอของอามัน กรุ๊ปเริ่มจับตา ความสัมพันธ์นี้ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเมื่อนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ซื้ออพาร์ตเมนต์ในโครงการ Aman New York จากนายโดโรนินโดยตรงด้วยมูลค่า 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 679,034,580 บาท ในต้นปี 2567
นอกจากนี้ นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ยังได้เดินทางไปภูเก็ตกับนายโดโรนินเพื่อสำรวจสถานที่สำหรับโรงแรมจานู ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ภายใต้เครืออามัน ทำให้สถานะของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์เปลี่ยนจากการเป็นเพียงลูกค้ามาเป็นผู้ร่วมมือในการมองหาโอกาสในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ
ต่อมาเมื่อนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ต้องการขยายการลงทุนไปยังตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในดูไบ เขาได้พึ่งพานายจอร์จ อาซาร์ ผู้บริหาร Sotheby’s International Realty ประจำสหราชอาณาจักรและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
นายอาซาร์ถูกมองว่าเป็น "ผู้ประสานงาน" ที่สามารถเปิดประตูสู่แวดวงการเงินและราชวงศ์อันเข้มงวดของดูไบได้ แหล่งข่าวระบุว่านายอาซาร์เป็นผู้แนะนำนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ให้รู้จักกับบริษัท H&H Development ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในดูไบ ด้วยการสนับสนุนของนายอาซาร์ นายเมาเออร์เบอร์เกอร์จึงก้าวเข้าสู่การเป็นนักลงทุนเบื้องหลังในโครงการจานูดูไบ มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นโครงการหลักของ H&H และมีโรงแรม จานูซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครืออามันกรุ๊ป ของนายโดโรนิน

นายจอร์จ อาซาร์
นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ใช้บริษัทหน้าฉาก เช่นบริษัทซีเอไอ และโครงสร้างบริษัททุนแปรผัน (VCC) เในสิงคโปร์ รวมถึงบริษัทเชลล์ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน เพื่อปกปิดชื่อของตนเองในฐานะนักลงทุนหลักในโครงการจานูดูไบ
สรุปได้ว่า นายโดโรนินและเครืออามัน ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ผ่านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และแผนการขยายธุรกิจ ในขณะที่นายอาซาร์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการช่วยให้นายเมาเออร์เบอร์เกอร์นำเงินที่ได้จากกิจกรรมที่ผิดกฎหมายไปลงทุนในโครงการสำคัญที่เชื่อมโยงกับแบรนด์อามันโดยเฉพาะในดูไบ
บทสรุป กับประเด็นที่ต้องรอติดตามต่อไป
ขณะที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเร่งติดตามตัวนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ "อามัน กรุ๊ป" กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการอธิบายว่าการขยายธุรกิจของตนมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมระดับโลกได้อย่างไร "เวล ฮันติง" ได้ติดต่อ นายวลาดิสลาฟ โดโรนิน เจ้าของและซีอีโอของ "อามัน กรุ๊ป" และจะอัปเดตเรื่องราวหากได้รับคำตอบ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.เคนยาสัญญา G2G ไม่โปร่งใส ทำราคาน้ำมันทะลุ 50 บาท
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ติมอร์ ฐานสแกมใหม่อาเซียน? คีย์แมนโยง Prince Group
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ฆ่าโหด-ส่งตัวจีนเทาเขย่ากัมพูชา สแกมเมอร์ส่อตัดตอน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:สว.สหรัฐฯแฉไอ้โม่งใช้ข้อมูลลับ เทรดหุ้นน้ำมันหมื่นล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: พี่น้องอิหร่านใช้ชื่อปลอมซื้ออสังหาฯ ดูไบ 949 ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.กลาโหมสเปน พัวพันทุจริต โยงสินบน จนท.นาโต
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: คาเมเนอี ซุกทรัพย์หลายล้าน ล. โยงอสังหาหรูสเปน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.คริปโตอังกฤษ-CEO ปลอม โยงฟอกเงินอิหร่าน หมื่น ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: สแกมเมอร์จีนหนีศาลมะกัน ปล่อยเช่าวิลล่าหรู ณ ดูไบ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: 'เบน สมิธ' ลงทุนหมื่นล.! โยงราชวงศ์-รมต.คลัง UAE
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: อดีตปธ.ฯบำนาญไนจีเรียฉาวฟอกเงิน ซุกบ้านสหรัฐฯ-ดูไบ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: UNODC ชี้ 'หลี่ซิน' องค์กรสแกมเมอร์แห่งใหม่เขมร ?
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ทุจริตกองทัพมาเลย์จากเรือรบหาย ถึงล็อกสเปกประมูลสัญญาบำรุงรักษา




