สำหรับความเป็นมาของคดีนี้เริ่มต้นจากการร้องเรียนโดยองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ที่กล่าวหาว่าโครงการนี้ดำเนินการอย่างเร่งรีบ มีการตรวจสอบว่าเงื่อนไขในสัญญาเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป และมีโครงสร้างภายใต้เงื่อนไขที่อาจทำให้การเงินสาธารณะของมาเลเซียมีความเสี่ยงขณะที่เจ้าหน้าที่ของ MACC กำลัง "พิจารณาองค์ประกอบความผิดทางอาญา" และเสริมว่า "หากมีหลักฐาน ก็ขึ้นอยู่กับอัยการสูงสุดที่จะตัดสินใจดำเนินการต่อไป"
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอเสนอข่าวความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกบริษัทของมาเลเซีย ในการเข้าถึงลิขสิทธิ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จากบริษัทออกแบบชิปยักษ์ใหญ่ของประเทศอังกฤษ
โดยสำนักข่าวเซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ของฮ่องกง รายงานข่าววันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ว่าหน่วยงานต่อต้านการทุจริตของมาเลเซียกำลังเร่งรัดกระบวนการเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลสองรายที่ไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อตกลงด้านเซมิคอนดักเตอร์มูลค่า 1.1 พันล้านริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 8,965.8 ล้านบาท กับบริษัทออกแบบชิปสัญชาติอังกฤษอย่าง อาร์ม โฮลดิงส์ (Arm Holdings) ในขณะที่ นายราฟิซี รัมลี (Rafizi Ramli) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ได้เดินทางกลับมารายงานตัวกับหน่วยงานต่อต้านทุจริตเป็นวันที่สาม เพื่อให้ปากคำในการสอบสวนคดีนี้

นายราฟิซี รัมลี (Rafizi Ramli) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจมาเลเซีย
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งมาเลเซีย (MACC) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า SPRM ได้ระบุว่า การสอบสวนใกล้จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกถ้อยแถลงจากพยานไปแล้ว 22 ปาก ซึ่งรวมถึงนายราฟิซี รัมลี และ นายเจมส์ ไช (James Chai) อดีตผู้ช่วยและนักวิเคราะห์ทางการเมืองของนายราฟิซี
บุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงดังกล่าว ลงนามภายใต้ข้อตกลงกระทรวงเศรษฐกิจเมื่อปี 2568 และถูกนำเสนอว่าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของมาเลเซียในการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม บุคคลเหล่านี้กำลังถูกสอบสวนในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจในทางที่ผิด การฉ้อโกง และการกระทำผิดต่อความไว้วางใจของสาธารณชน
คดีสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
คดีนี้ไม่เพียงแต่เป็นประเด็นร้อนแรงในวงการการเมืองมาเลเซีย แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ต่อเศรษฐกิจของประเทศมาเลเซียด้วย ข้อตกลงมูลค่ามหาศาลนี้เกี่ยวข้องกับการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท อาร์ม โฮลดิงส์ หนึ่งในบริษัทออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญที่สุดในโลก ซึ่งบริษัทจากอังกฤษจะให้สิทธิ์แก่บริษัทมาเลเซียที่ได้รับการคัดเลือกในการเข้าถึงทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และระบบย่อยของคอมพิวเตอร์ของอาร์ม เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยที่อาร์มจะได้รับค่าลิขสิทธิ์จากชิปที่จำหน่ายภายใต้โครงการนี้
ในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ นายราฟิซี รัมลี ได้นำเสนอข้อตกลงนี้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการฝึกอบรมวิศวกรออกแบบวงจรรวม (IC design engineers) จำนวน 10,000 คนของมาเลเซีย และจะสร้างบริษัทชิปมาเลเซียรุ่นใหม่ให้เกิดขึ้น
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานในขณะนั้นว่า มาเลเซียจะจ่ายเงินให้อาร์ม 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,050 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 10 ปี เพื่อแลกกับพิมพ์เขียวการออกแบบชิป ซึ่งรวมถึงการออกแบบระดับสูง 7 แบบ โดยมีเป้าหมายในการสร้างบริษัทชิปท้องถิ่น 10 แห่งในมาเลเซีย แต่ละแห่งมีความสามารถในการสร้างรายได้ 1.5 พันล้านถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 48,300 ล้านบาท ถึง 64,400 ล้านบาท ต่อปี
ข้อตกลงนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) ที่เรียกร้องให้มี "คลื่นลูกที่สองของเซมิคอนดักเตอร์" สำหรับมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีส่วนแบ่ง 13% ของการทดสอบและบรรจุภัณฑ์ชิปทั่วโลก ตามข้อมูลของทางการมาเลเซียในปี 2567 และมาเลเซียตั้งเป้าที่จะมีบทบาทที่ใหญ่ขึ้นในขณะที่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนกำลังปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน ในปี 2567
นายอันวาร์ได้กำหนดเป้าหมายในการดึงดูดการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์อย่างน้อย 5 แสนล้านริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 4.12 ล้านล้านบาท
ความคืบหน้าของการสอบสวนและข้อกล่าวหา
นายอาซาม บากี (Azam Baki) หัวหน้าคณะกรรมาธิการ MACC ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธที่ 6 พฤษภาคม ว่า "เราได้ระบุบุคคลสองคนที่เราจะเสนอให้ดำเนินคดีในศาล" แต่เขาเน้นย้ำว่า "ผมไม่ได้บอกว่าพวกเขาทั้งสองคจะถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน ผู้สอบสวนของ MACC สามารถตั้งข้อหาได้หากมีหลักฐานเพียงพอ แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับอัยการสูงสุด"
อย่างไรก็ตาม นายอาซามไม่ได้เปิดเผยชื่อบุคคลทั้งสองเมื่อถูกผู้สื่อข่าวซักถาม โดยกล่าวว่า "ใครอยากจะคาดเดาก็แล้วแต่พวกเขา เราไม่ทำ"
นายอาซามกล่าวว่า เอกสารการสอบสวนใกล้จะเสร็จสมบูรณ์และคาดว่าจะส่งถึงอัยการ "ในอนาคตอันใกล้" โดยยังเหลือพยานอีกสองปากที่ต้องให้ปากคำ โดยหนึ่งรายเป็นในไต้หวันและอีกหนึ่งรายเป็นพยานในมาเลเซีย
สำหรับความเป็นมาของคดีนี้เริ่มต้นจากการร้องเรียนโดยองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ที่กล่าวหาว่าโครงการนี้ดำเนินการอย่างเร่งรีบ มีการตรวจสอบว่าเงื่อนไขในสัญญาเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป และมีโครงสร้างภายใต้เงื่อนไขที่อาจทำให้การเงินสาธารณะของมาเลเซียมีความเสี่ยงขณะที่เจ้าหน้าที่ของ MACC กำลัง "พิจารณาองค์ประกอบความผิดทางอาญา" และเสริมว่า "หากมีหลักฐาน ก็ขึ้นอยู่กับอัยการสูงสุดที่จะตัดสินใจดำเนินการต่อไป"
ปมการเมืองและคำปฏิเสธของอดีตรัฐมนตรี
การสอบสวนข้อตกลงกับอาร์ม โฮลดิงส์ ได้พัวพันกับเหตุการณ์ทางการเมืองล่าสุดของมาเลเซีย โดยนายราฟิซี รัมลี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้ช่วยคนสำคัญของนายอันวาร์ อิบราฮิม ได้ลาออกจากรัฐบาลในปี 2568 และเริ่มวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลนายอันวาร์มากขึ้น
นายราฟิซีปฏิเสธการกระทำผิดใดๆ และโต้แย้งว่าการสอบสวนมีแรงจูงใจทางการเมือง
"เราจะผ่านกระบวนการนี้ไป เราไม่มีอะไรจะปิดบัง และหากเรื่องนี้ขึ้นศาล ผมมั่นใจว่าเราพร้อมจะสู้คดีอย่างแข็งแกร่ง" นายราฟิซีกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม และกล่าวอีกว่า "หาก MACC ตัดสินใจดำเนินคดีกับผมตามข้อกล่าวหาของพวกเขา เราจะต่อสู้คดีในศาล"
ในโพสต์โซเชียลก่อนหน้านี้ นายราฟิซีกล่าวยืนยันว่าเขา "ไม่มีแรงจูงใจทางการเงิน" และ "ไม่มีเงินเกี่ยวข้อง" พร้อมกล่าวเสริมว่าการพิจารณาคดีจะเป็น "กระบวนการที่ยาวนานและน่าสนใจ" เนื่องจากผู้นำระดับสูงหลายคนของประเทศอาจถูกเรียกมาเป็นพยาน

ชิปซึ่งมีทั้งโลโก้ของรัฐบาลมาเลเซียและของบริษัทอาร์ม
นายราฟิซีกลับไปรายงานตัวกับ MACC เมื่อวันพุธเป็นวันที่สามของการให้ปากคำ และบอกกับผู้สื่อข่าวก่อนเข้าอาคารว่า ผู้สอบสวนไม่ได้ถามเขาเกี่ยวกับกระแสเงินสดหรือการชำระเงิน ซึ่งขัดแย้งกับข้อกล่าวอ้างก่อนหน้านี้
"ไม่มีคำถามเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน อย่างที่ผมบอกไป คำถามจนถึงตอนนี้เกี่ยวกับมติและขั้นตอนของกิจการร่วมค้า" นายราฟิซีกล่าวบนโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อคืนวันอังคารและกล่าวอีกว่าการสอบสวนเป็น "ขั้นตอนที่ยาวนาน นานมากจริง ๆ 9 ถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน" แต่ดำเนินไปอย่างราบรื่น
"หลังจากสอบปากคำสองวัน ผมรู้สึกสงบกว่าเมื่อก่อน"นายราฟิซีเขียนบนโซเชียลมีเดีย
นายราฟิซี รัมลี ยังกล่าวรำลึกถึงช่วงเวลาที่เขาถูกควบคุมตัวหลายครั้งในช่วงที่เขาเป็นนักรณรงค์ฝ่ายค้าน โดยกล่าวว่า "ผู้มีอำนาจในปุตราจายา (เมืองศูนย์กลางการบริหารราชการแห่งใหม่ของประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปทางใต้ประมาณ 25 กิโลเมตร) บางครั้งก็ลืมไป" ว่าเขาเคยเข้าออกห้องขังเท้าเปล่ามาตั้งแต่ในวัย 30 กว่าปี "การนั่งอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลาหลายชั่วโมง จริง ๆ แล้วสบายกว่าการยืนพูดบนรถบรรทุก 10 ชั่วโมงต่อวัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เพื่อช่วยให้ผู้ที่ [ตอนนี้] มีอำนาจ ได้รับอิสรภาพ" นายราฟิซีเขียน ซึ่งสะท้อนถึงประวัติการต่อสู้ทางการเมืองของเขาที่ผ่านมา
การดำเนินคดีนี้ยังคงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิดจากสาธารณชน ทั้งในแง่ของความโปร่งใสในการดำเนินงานของรัฐบาล และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภูมิทัศน์การลงทุนและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของมาเลเซียในอนาคต คำตัดสินขั้นสุดท้ายของอัยการสูงสุดและผลของการพิจารณาคดีในศาล จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงธรรมาภิบาลและความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมของมาเลเซีย
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ป.ป.ช.มาเลย์ยึดทรัพย์ บ.แฟชั่นยักษ์ โยงคดีฟอกเงิน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉ เส้นทาง'เบน สมิธ' ลงทุนโรงแรมหรูเครืออามัน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.เคนยาสัญญา G2G ไม่โปร่งใส ทำราคาน้ำมันทะลุ 50 บาท
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ติมอร์ ฐานสแกมใหม่อาเซียน? คีย์แมนโยง Prince Group
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ฆ่าโหด-ส่งตัวจีนเทาเขย่ากัมพูชา สแกมเมอร์ส่อตัดตอน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:สว.สหรัฐฯแฉไอ้โม่งใช้ข้อมูลลับ เทรดหุ้นน้ำมันหมื่นล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: พี่น้องอิหร่านใช้ชื่อปลอมซื้ออสังหาฯ ดูไบ 949 ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.กลาโหมสเปน พัวพันทุจริต โยงสินบน จนท.นาโต
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: คาเมเนอี ซุกทรัพย์หลายล้าน ล. โยงอสังหาหรูสเปน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.คริปโตอังกฤษ-CEO ปลอม โยงฟอกเงินอิหร่าน หมื่น ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: สแกมเมอร์จีนหนีศาลมะกัน ปล่อยเช่าวิลล่าหรู ณ ดูไบ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: 'เบน สมิธ' ลงทุนหมื่นล.! โยงราชวงศ์-รมต.คลัง UAE
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: อดีตปธ.ฯบำนาญไนจีเรียฉาวฟอกเงิน ซุกบ้านสหรัฐฯ-ดูไบ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: UNODC ชี้ 'หลี่ซิน' องค์กรสแกมเมอร์แห่งใหม่เขมร ?
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ทุจริตกองทัพมาเลย์จากเรือรบหาย ถึงล็อกสเปกประมูลสัญญาบำรุงรักษา




