News Logo
หน้าแรก
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: เนปาลตั้งข้อหา อดีตขุนคลัง เอื้อ บ.จีน สร้างสนามบิน

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: เนปาลตั้งข้อหา อดีตขุนคลัง เอื้อ บ.จีน สร้างสนามบิน

17 พ.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 6 คน

 เมื่อข้อเสนอถูกปฏิเสธ CAMC ได้จ้างบริษัทในเครือ ไชน่า แอร์พอร์ต คอนสตรัคชั่น คอมปานี (China Airport Construction Company) มาจัดทำรายงานต้นทุนฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งสรุปราคาก่อสร้างตัวเลขใหม่อยูที่ 264 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,606.40 ล้านบาท หลังจากเพิ่มอัตราเงินเฟ้อ 16 เปอร์เซ็นต์ และภาษีมูลค่าเพิ่ม 13 เปอร์เซ็นต์ ยอดรวมก็กลับมาใกล้ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกือบตรงกับข้อเสนอเดิมของ CAMC

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอนำเสนอข่าวการทุจริตโครงการก่อสร้างสนามบินเนปาล ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทจีน ซึ่งล่าสุดได้มีการส่งตั้งข้อหานักการเมืองเนปาลไปแล้ว

โดยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 หน่วยงานต่อต้านการทุจริตของเนปาล (CIAA) ได้ยื่นฟ้องคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับโครงการสนามบินนานาชาติโปขระ (Pokhara International Airport) เป็นคดีที่สี่ ซึ่งนำไปสู่การตั้งข้อหากับบุคคลกว่า 90 คนจากทั้งสี่คดี

การฟ้องร้องล่าสุดที่ยื่นต่อศาลพิเศษเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ได้มีการตั้งข้อหาต่ออดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายคยานเณนทระ บาฮาดูร์ กรรกี (Gyanendra Bahadur Karki) และอีก 13 คน ฐานต้องสงสัยว่าให้การยกเว้นภาษีโดยมิชอบด้วยกฎหมายแก่บริษัทผู้รับเหมาสัญชาติจีน ไชน่า แคมซี เอ็นจิเนียริ่ง (China CAMC Engineering) ระหว่างการก่อสร้างสนามบิน การยกเว้นภาษีดังกล่าว รวมถึงอากรศุลกากร ภาษี และภาษีมูลค่าเพิ่ม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายต่อรัฐรวม 3.62 พันล้านรูปีเนปาล หรือประมาณ 779.14 ล้านบาท

คดีนี้เป็นการตั้งข้อหาอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนที่สอง และนับเป็นคดีสำคัญในความพยายามปราบปรามการทุจริตครั้งใหม่ของเนปาล ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศหลังการประท้วงของคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ได้ดำเนินการจับกุมบุคคลสำคัญหลายราย รวมถึงอดีตนายกรัฐมนตรี นายเค.พี. ชาร์มา โอลี

นายคยานเณนทระ บาฮาดูร์ กรรกี (Gyanendra Bahadur Karki) อดีตรัฐมนตรีคลังเนปาล

นายคยานเณนทระ บาฮาดูร์ กรรกี (Gyanendra Bahadur Karki) อดีตรัฐมนตรีคลังเนปาล

ภูมิหลังการก่อสร้างสนามบินโปขระและความล่าช้า

แนวคิดในการสร้างสนามบินนานาชาติในเมืองโปขระ ซึ่งเป็นประตูสู่เส้นทางเดินเขาอันนะปุรณะและศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญของเนปาล เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 เมื่อบริษัทที่ปรึกษาจากเยอรมัน DIWI ได้จัดทำแผนแม่บทภายใต้เงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย

ในปี พ.ศ. 2518 รัฐบาลได้เข้ายึดครองที่ดินกว่า 3,100 โรอานี (ประมาณ 500 ไร่) ใกล้ภูมิภาคฉิ่นเณทันฑา ห่างจากสนามบินภายในประเทศเดิมไปทางตะวันออก 3 กิโลเมตร ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 การศึกษาของไจก้า (JICA) หรือหรือ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่นเสนอให้สร้างรันเวย์ยาว 2,500 เมตร โดยประเมินโครงการไว้ที่ประมาณ 39.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,291.56 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การก่อความไม่สงบของกลุ่มเหมาอิสต์ในช่วงปี 2530 ถึง 2540 ได้ทำให้โครงการหยุดชะงักและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการท่องเที่ยวของโปขระ

เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานข่าวสนามบินโปขระเปิดตัวช่วงปี 2566

เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานข่าวสนามบินโปขระเปิดตัวช่วงปี 2566

ความฝันในการสร้างสนามบินได้รับการฟื้นฟูหลังข้อตกลงสันติภาพในปี พ.ศ. 2549 และในปี พ.ศ. 2552 รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ปุษปา กามัล ดาฮัล (Pushpa Kamal Dahal) ในขณะนั้น ได้อนุมัติโครงการ โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 169 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,509.40 ล้านบาท พร้อมแผนการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

จุดเริ่มต้นปัญหา: MOU ลับปี พ.ศ. 2554

ปัญหาที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2554 เมื่อนายบาร์ชมาน ปุน (Barshaman Pun) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น จากพรรคเหมาอิสต์ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างลับๆ กับบริษัท ไชน่า แคมซี เอ็นจิเนียริ่ง เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554 ที่กระทรวงการคลังในพระราชวังสิงห์ดูร์บาร์ ซึ่งเป็นการให้คำมั่นว่ารัฐบาลเนปาลจะให้ "การสนับสนุนที่แข็งแกร่งและเป็นรูปธรรม" แก่บริษัทจีนในการชนะการประมูลก่อสร้าง

ข้อตกลงดังกล่าวลงนามต่อหน้า นายโปสตา บาฮาดูร์ โบคาติ (Posta Bahadur Bogati) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในขณะนั้น และเอกอัครราชทูตจีน หยาง โห่วหลาน (Yang Houlan)

อย่างไรก็ตามการเปิดเผย MOU ฃัล โดยนายทีป กุมาร อุปาดะยา (Deep Kumar Upadhyay) ผู้นำพรรคเนปาลี คองเกรส ในที่ประชุมคณะกรรมการบัญชีสาธารณะ (Public Accounts Committee - PAC) ในรัฐสภา ทำให้เกิดความไม่พอใจของสาธารณชนจนนายปุนต้องยกเลิก MOU ดังกล่าว แต่ความสงสัยในโครงการก็ฝังรากลึกไปแล้ว

CAMC ยังคงยื่นประมูล โดยเสนอราคาที่ 305 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9,943.00 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าเกือบสองเท่าของการประมาณการของรัฐบาลในเวลานั้น

 เมื่อข้อเสนอถูกปฏิเสธ CAMC ได้จ้างบริษัทในเครือ ไชน่า แอร์พอร์ต คอนสตรัคชั่น คอมปานี (China Airport Construction Company) มาจัดทำรายงานต้นทุนฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งสรุปราคาก่อสร้างตัวเลขใหม่อยูที่ 264 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,606.40 ล้านบาท หลังจากเพิ่มอัตราเงินเฟ้อ 16 เปอร์เซ็นต์ และภาษีมูลค่าเพิ่ม 13 เปอร์เซ็นต์ ยอดรวมก็กลับมาใกล้ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกือบตรงกับข้อเสนอเดิมของ CAMC

การอนุมัติและการเริ่มก่อสร้าง

ชาวเมืองโปขระได้ประท้วงด้วยการอดอาหารในปี พ.ศ. 2556 นานกว่า 150 วัน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติความล่าช้าและเริ่มการก่อสร้างสนามบิน

ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2557 นายภีม อาจาร์ยา (Bhim Acharya) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวในขณะนั้น เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ CAAN (Civil Aviation Authority of Nepal) ซึ่งอนุมัติค่าใช้จ่ายโครงการที่แก้ไขใหม่เป็น 215.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,049.54 ล้านบาท ตามคำแนะนำของคณะผู้เชี่ยวชาญ 4 คน

นายราม ชาราน มาฮัต (Ram Sharan Mahat) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น เคยเรียกข้อเสนอก่อสร้างมูลค่า 305 ล้านดอลลาร์สหรัฐของ CAMC ว่า "อุกอาจ" อย่างไรก็ตาม นายมาฮัตได้กลับคำพูดตัวเอง โดยลงนามในโครงสร้างเงินกู้ในภายหลัง สัญญาการก่อสร้างได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 ระหว่างนายราติช จันทรา ลาล สุมาน (Ratish Chandra Lal Suman) หัวหน้า CAAN ในขณะนั้น กับนายโหลว หยาน (Lou Yan) ประธาน CAMC

ข้อตกลงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำกับธนาคารเพื่อการส่งออกจีนหรือ China EXIM Bank ได้รับการลงนามระหว่างการเยือนกรุงปักกิ่งของนายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559

หน้าเว็บ linkedin  ไชน่า แอร์พอร์ต คอนสตรัคชั่น คอมปานี

หน้าเว็บ linkedin ไชน่า แอร์พอร์ต คอนสตรัคชั่น คอมปานี

การก่อสร้างเริ่มขึ้นในเดือนเมษายน พ.ศ. 2559 โดยโครงสร้างเงินกู้เป็นการผสมผสานระหว่างเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 25 เปอร์เซ็นต์จากกระทรวงพาณิชย์ของจีน และอีก 75 เปอร์เซ็นต์จาก China EXIM Bank ในอัตราดอกเบี้ย 2 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยมีระยะเวลาผ่อนผัน 7 ปี และระยะเวลาชำระคืน 20 ปี รายได้ของสนามบินถูกนำไปค้ำประกันในบัญชีเอสโครว์ (บัญชีพักเงินที่ดูแลโดยบุคคลที่สามที่เป็นกลาง เช่น ธนาคารหรือสถาบันการเงิน ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นตัวกลางในการทำธุรกรรม โดยเงินจะถูกเก็บไว้ในบัญชีนี้จนกว่าเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้จะเสร็จสิ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยและป้องกันการโกงให้แก่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย) เพื่อชำระคืน สนามบินมีกำหนดเปิดให้บริการเดิมในปี พ.ศ. 2563 แต่ความล่าช้าทำให้ต้องเลื่อนไปเป็นเดือนมกราคม พ.ศ. 2566

ปัญหาหลังการเปิดทำการและภาระหนี้

นับตั้งแต่เปิดทำการเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 สนามบินโปขระซึ่งเป็นโครงการที่ใช้เวลาดำเนินการหลายทศวรรษ กลับประสบปัญหาอย่างหนักในการดึงดูดเที่ยวบินระหว่างประเทศ และไม่สามารถสร้างรายได้ตามที่คาดการณ์ไว้เลย โดยปัญหาที่รวบรวมมาได้ มี 3 ประการดังนี้

1.ไร้เที่ยวบินนานาชาติและรายได้ต่ำ

สนามบินโปขระไม่ได้รับเที่ยวบินระหว่างประเทศตามตารางบินเป็นประจำเลยนับตั้งแต่เปิดให้บริการ มีเพียงสายการบินหิมาลัยแอร์ไลน์ ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าระหว่างเนปาล-จีน ที่ให้บริการเพียงหนึ่งเที่ยวบินต่อสัปดาห์ไปยังเมืองลาซาเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ สนามบินจึงแทบไม่มีรายได้เข้ามาเลย ซึ่งแตกต่างจากประมาณการในรายงานศึกษาความเป็นไปได้ที่จัดทำโดย CAMC ในปี พ.ศ. 2557 ซึ่งคาดการณ์ว่าสนามบินจะรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศได้ประมาณ 280,000 คนต่อปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินระบุว่าตัวเลขนี้เป็น "การคาดการณ์ที่มองโลกในแง่ดีเกินไปอย่างมาก" สำหรับเมืองรองอย่างโปขระที่มีโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงระหว่างประเทศในขณะนั้น

2.ความท้าทายในการปฏิบัติการ

แม้รันเวย์จะสร้างขึ้นเพื่อรองรับเครื่องบินขนาดโบอิ้ง 737 และแอร์บัส A320 แต่การออกแบบก็มีการจำกัดน้ำหนัก ซึ่งทำให้ไม่น่าสนใจทางการเงินสำหรับเส้นทางบินระยะกลางจำนวนมาก นอกจากนี้ สนามบินยังขาดระบบลงจอดด้วยเครื่องมือที่เพียงพอสำหรับการบินในภูเขาอย่างสม่ำเสมอในสภาพอากาศเลวร้าย ความกังวลด้านความปลอดภัยและอุปสงค์ผู้โดยสารที่ต่ำยังเป็นสาเหตุที่สายการบินนานาชาติปฏิเสธที่จะบินมายังโปขระ วิศวกรบางรายที่ทำงานในโครงการยังได้แจ้งต่อผู้ตรวจสอบของ CIAA ว่าคุณภาพการก่อสร้างรันเวย์นั้นถูกลดทอนลง

3.ภาระหนี้ที่ไม่สามารถชำระได้

เนปาลได้กู้เงิน 215.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7,049.50 ล้านบาท) ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559 เพื่อเป็นเงินทุนในการก่อสร้างสนามบินนี้ เงินทุนประกอบด้วยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 25% จากกระทรวงพาณิชย์ของจีน และส่วนที่เหลืออีก 75% เป็นเงินกู้จากธนาคาร EXIM ของจีน ซึ่งคิดดอกเบี้ย 2% ต่อปี ข้อตกลงรวมถึงระยะเวลาปลอดหนี้เจ็ดปีและระยะเวลาชำระคืนรวม 20 ปี โดยรายได้ของสนามบินถูกนำมาใช้เป็นหลักประกันและต้องฝากเข้าบัญชีเอสโครว์ อย่างไรก็ตาม เมื่อระยะเวลาปลอดหนี้สิ้นสุดลง รัฐบาลเนปาลก็ไม่สามารถชำระคืนเงินกู้ได้ เนื่องจากสนามบินแทบจะไม่มีรายได้ใดๆ เลย

ความพยายามทางการทูตเพื่อแก้ปัญหา

 ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 รัฐบาลเนปาลได้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการต่อธนาคาร EXIM ของจีน เพื่อขอให้เปลี่ยนเงินกู้เป็นเงินช่วยเหลือ แต่จีนปฏิเสธคำขอดังกล่าว ในปลายปี พ.ศ. 2567 เนปาลต้องเผชิญกับการผ่อนชำระรายปีประมาณ 840 ล้านรูปีเนปาล ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 224.94 ล้านบาท สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกที่แทบไม่มีรายได้ มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีโอลีในขณะนั้น ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 แต่ไม่มีการประกาศข้อตกลงใดๆ แม้จะมีการลงนามในข้อตกลงกรอบความร่วมมือในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 เพื่อแก้ไขข้อกังวลบางประการของเนปาล แต่เงินกู้ก็ยังคงเป็นเงินกู้ซึ่งไม่มีการผ่อนผันเช่นเดิม

ที่มา https://english.nepalnews.com/s/explainers/everything-you-need-to-know-about-pokhara-international-airport-corruption-case/

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำผิดตอนอายุ 15 ปี! รอลงอาญา 'พวก' อดีตรองผู้ว่าฯอุบล คดีซื้อยาฆ่าแมลง
ทำผิดตอนอายุ 15 ปี! รอลงอาญา 'พวก' อดีตรองผู้ว่าฯอุบล คดีซื้อยาฆ่าแมลง