News Logo
หน้าแรก
ไส้ใน 230 ล.! สตง.สั่งชดใช้ไทยพีบีเอส เฉพาะค่าพิธีกร-แขกรับเชิญ 214 ล.

ไส้ใน 230 ล.! สตง.สั่งชดใช้ไทยพีบีเอส เฉพาะค่าพิธีกร-แขกรับเชิญ 214 ล.

12 ต.ค. 2569 08:10
ผู้ชม 78 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เปิดไส้ใน ตัวเลขความเสียหาย สตง. สั่งชดใช้ไทยพีบีเอส 230.20 ล้าน พบปมเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร–แขกรับเชิญช่วงปี 2566-2568 สูงถึง 214.36 ล้านบาท ไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์รองรับ ส่วนอีก 15.84 ล้าน เป็นค่าจ้างผลิตรายการข่าวโดยวิธีเฉพาะเจาะจงที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย พบ 3 ข้อบกพร่องใหญ่ แต่ยังไม่มีประเด็นทุจริตคอร์รัปชันเข้ามาเกี่ยวข้อง

สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ “ไทยพีบีเอส” ในช่วงปีงบประมาณ 2565-2568 รวมวงเงิน 5,094.56 ล้านบาท เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินด้านการผลิต จัดหา และเผยแพร่รายการ โดยจำนวนตัวเลขที่ สตง.สั่งให้มีการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายแก่ ส.ส.ท. อยู่ที่ตัวเลข 230,204,470.41 บาท

ไส้ใน ตัวเลขความเสียหาย 230 ล้าน

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลว่า ตัวเลขเสียหายจำนวน 230,204,470.41 บาท ที่เกิดขึ้น

แบ่งเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรกเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผลิตรายการข่าว เป็นเงินจำนวน 15,840,000 บาท ในการใช้วิธีการเจาะจง บริษัทเอกชนรายหนึ่งเข้ามารับงานผลิตรายการข่าว

ส่วนสอง ค่าใช้จ่ายพิธีกรและแขกรับเชิญ ตามรายงานการเงินประจำปี 2566-2568 รวมเป็นเงิน 214,364,470.41 บาท

โดยค่าเสียหายทั้ง 2 ส่วนนี้ มาจากการพบการดำเนินการขออนุมัติเบิกจ่าย การเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนการปฏิบัติราชการ กรณีการเบิกจ่ายค่าตอบแทนผู้ร่วมรายการและผู้ดำเนินรายการโดยไม่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือหลักเกณฑ์ที่ให้อำนาจให้เบิกจ่ายได้ และ กรณีการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ค) อาจทำให้ ส.ส.ท. เสียหายรวมเป็นมูลค่า 230,204,470.41 บาท

ย้อนจุดเริ่มต้น สตง. ตั้งคณะทำงานตรวจสอบตั้งแต่ ม.ค. 2569

ขณะที่การดำเนินการตรวจสอบของ สตง. เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือน มกราคม 2569 โดยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบการใช้จ่ายเงินองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ตามคำสั่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่ 27/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบการใช้จ่ายเงินองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 26 มกราคม 2569 เพื่อให้ทราบว่าหน่วยรับตรวจดำเนินการ และหรือปฏิบัติงานราชการชอบด้วยระเบียบ ข้อกฎหมาย หนังสือสั่งการ และแบบแผนการปฏิบัติราชการหรือไม่ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากบุคคลภายใน

แบ่งประเด็นการตรวจสอบ เป็น 2 ส่วนหลัก คือ

1. การใช้จ่ายเงินจ้างผลิตรายการเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ 2560 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ค) ตลอดจนการใช้จ่ายหรือใช้ประโยชน์ นั้น เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด เกิดผลสัมฤทธิ์ และมีประสิทธิภาพหรือไม่

โดยมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ค) ระบุ การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ให้หน่วยงานของรัฐเลือกใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปก่อนเว้นแต่ (2) กรณีดังต่อไปนี้ ให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง (ค) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียว หรือการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากผู้ประกอบการซึ่งเป็นตัวแทนจําหน่ายหรือตัวแทนผู้ให้บริการโดยชอบ ด้วยกฎหมายเพียงรายเดียวในประเทศไทยและไม่มีพัสดุอื่นจะใช้ทดแทนได้ (https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/024/13.PDF)

2. การจ่ายเงินค่าตอบแทนพิธีกรและแขกรับเชิญ และหรือบุคคลภายนอกเป็นไปตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 มาตรา 28 (9) ประกอบระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยว่าด้วยการเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. 2567 ข้อ 5 ตลอดจนการใช้จ่ายหรือใช้ประโยชน์ นั้น เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด เกิดผลสัมฤทธิ์ และมีประสิทธิภาพหรือไม่

ให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริง ก่อนสรุปรายงานแล้ว

โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา หลังการตรวจสอบพบข้อมูล ได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้รับผิดชอบชี้แจงข้อเท็จจริง ก่อนที่จะนำข้อมูลมาสรุปกับข้อเท็จจริง ที่ สตง.ได้รับจากการตรวจสอบ จัดทำเป็นรายงานสรุปให้หน่วยงานรับตรวจรับทราบความเห็นของ สตง. เป็นทางการต่อไป

ส่วนการแจ้งผลดำเนินการทางวินัยและการชดใช้ค่าเสียหาย นั้น สตง.แจ้งการดำเนินการเฉพาะในส่วนของผู้บริหาร และพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ ส่วนผู้เกี่ยวข้องที่พ้นตำแหน่งไปแล้ว เป็นเรื่องที่ทาง ส.ท.ท.หรือไทยพีบีเอส จะต้องไปดำเนินการตามขั้นตอนของไทยพีบีเอสเอง

สรุป 3 ข้อบกพร่องสำคัญ ต้นเหตุยอดเสียหาย 230 ล้าน

สำหรับผลการตรวจสอบกรณีการใช้จ่ายเงินของ ส.ส.ท. สตง.ตรวจสอบพบปัญหาสำคัญ 3 ส่วน เกี่ยวกับเรื่องการอนุมัติเบิกจ่ายเงินตามระเบียบ คือ

1. ไม่ดำเนินการเพื่อให้มีระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ ตามข้อ 5 แห่งระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยว่าด้วยการเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. 2561 จากการณีมิได้ออกข้อบังคับ หรือข้อกำหนด หลักเกณฑ์ หรือวิธีปฏิบัติงานเกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าตอบแทนพิธีกรและแขกรับเชิญในภาพรวมขององค์การไว้เป็นการเฉพาะเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้ โดยรู้และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ขององค์กรเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้โดยไม่มีกฎหมายรองรับ

2.อนุมัติจ่ายเงินค่าใช้จ่ายพิธีกรและแขกรับเชิญโดยไม่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ให้อำนาจรองรับการเบิกจ่าย

3.อนุมัติให้มีการจ้างผลิตรายการข่าวรายการหนึ่ง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ 2560 โดยมิชอบ

รายงานข่าวแจ้งว่า ในรายงานผลสรุปการตรวจสอบของ สตง. กรณีการใช้จ่ายงบประมาณของ ส.ท.ท.ทั้ง 3 ประเด็น ยังไม่มีการระบุถึงเรื่องปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแต่อย่างใด

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :

ปมสตง.ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ไทยพีบีเอส

ปมรื้อภาษีบาปสะกด ไทยพีบีเอส

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ไทยพีบีเอส
ตรวจสอบการใช้งบประมาณ
สตง.

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ย้อนดูทรัพย์สิน 'แพทองธาร' พ้นนายกฯ 1 ก.ค. 68-หนี้ตั๋ว P/N อยู่ครบ
ย้อนดูทรัพย์สิน 'แพทองธาร' พ้นนายกฯ 1 ก.ค. 68-หนี้ตั๋ว P/N อยู่ครบ