News Logo
หน้าแรก
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉเครือข่าย'ปริ๊นซ์ กรุ๊ป'ซื้ออสังหาฯญี่ปุ่น ร้อย ล.

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉเครือข่าย'ปริ๊นซ์ กรุ๊ป'ซื้ออสังหาฯญี่ปุ่น ร้อย ล.

31 พ.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 7 คน

นอกจากนี้ยังมีคฤหาสน์ชานเมืองกรุงโตเกียวอีกแห่ง ซึ่งเป็นการซื้อเพิ่มเติมหลังจากที่นายเฉิน ป๋อ เคยซื้อคฤหาสน์ในใจกลางเมืองกรุงโตเกียวไปแล้ว  โดยคฤหาสน์หลังใหม่ตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะเซ็นปุคุอิจิ (Zenpukuiji Park) และซื้อเพียงไม่กี่วันก่อนที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะประกาศคว่ำบาตร "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้โอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวให้กับภรรยา สื่อญี่ปุ่นรายงานว่าอสังหาริมทรัพย์ทั้งสองแห่งมีมูลค่ารวมกันอยู่ที่ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 228 ล้านบาท แม้ว่าจะไม่ได้ระบุชื่อนายเฉิน ป๋อในฐานะเจ้าของก็ตาม

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอนำเสนอข่าวกระบวนการโยกย้ายถ่ายเทและจัดการทรัพย์สินของกลุ่มบริษัทปริ๊นซ์ กรุ๊ป ซึ่งถูกกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่ากลุ่มบริษัทนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงทางโทรคมนาคมเหยื่อจากสหรัฐอเมริกา มูลค่าความเสียหายมหาศาล ขณะที่นายเฉิน จื้อ ชาวจีนเชื้อสายกัมพูชา ที่ถูกควบคุมตัวที่ประเทศจีนก็ได้พยายามให้ฝ่ายกฎหมายสู้คดีเพื่อขอคืนทรัพย์สินในเรื่องนี้ พร้อมกับกล่าวว่าข้อกล่าวหาของทางสหรัฐฯ ไม่มีมูลความจริง

โดยสำนักข่าวเครือข่ายผู้สื่อข่าวด้านองค์กรอาชญากรรมและการทุจริต (OCCRP)  ได้รายงานข่าวกรณีที่ ผู้บริหารของบริษัทที่เชื่อมโยงกับ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" (Prince Group) กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่จากกัมพูชา ซึ่งถูกทางการสหรัฐฯ ระบุว่าเป็น “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติข้ามชาติ” ได้เข้ากว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์หรูในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยข้อมูลดังกล่าวได้มาจากบันทึกการบินของบุคคลที่เกี่ยวข้องและเอกสารการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ทางการญี่ปุ่นยังคงนิ่งเงียบต่อกรณีนี้

ปริ๊นซ์ กรุ๊ป: เผชิญมาตรการคว่ำบาตรทั่วโลก

นับตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นมา "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" เผชิญกับการถูกเล่นงานจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่ประณามว่าเป็น “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568 สหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรพร้อมกล่าวหาว่ากลุ่มนี้ดำเนินการ “ปฏิบัติการฉ้อโกงทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ในกัมพูชา” ซึ่งดำเนินการจาก “ศูนย์ปฏิบัติการซึ่งมีกิจกรรมการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานทาสยุคใหม่”

โฆษกของกลุ่มบริษัท "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดที่มีต่อกลุ่มบริษัทและที่มีต่อนายเฉิน จื้อ ประธานบริษัทที่ถูกคว่ำบาตรและถูกฟ้องร้องในสหรัฐฯ

“นายเฉิน จื้อ และบริษัทของเขาไม่ใช่กลุ่มอาชญากร แต่เป็นกลุ่มธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ให้บริการผู้คนหลายล้านคนและจ้างงานหลายหมื่นคนทั่วโลก” โฆษกกลุ่มบริษัทกล่าวผ่านอีเมล พร้อมย้ำว่า “เฉิน จื้อ และกลุ่มบริษัทปริ๊นซ์บริสุทธิ์จากข้อกล่าวหาที่ไร้เหตุผลและไม่เป็นความจริงของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งถูกนำไปกล่าวอ้างในเขตอำนาจศาลทั่วโลก”

นอกเหนือจากการดำเนินการระดับโลก สหรัฐฯ ยังได้คว่ำบาตรบริษัทในเครือหลายสิบแห่ง ขณะที่สหราชอาณาจักรได้อายัดอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.5 พันล้านบาท ที่ถือครองโดยผู้บริหารและนิติบุคคลที่เชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัทนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังได้เผยแพร่แผนที่แสดง ศูนย์กลางและบริษัทเปลือกหอย ของ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" ในเขตอำนาจศาลต่างๆ รวมถึงฮ่องกง, ลาว และหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน

คฤหาสน์หรูในโตเกียว

แม้ว่าญี่ปุ่นจะไม่ได้ปรากฏอยู่ในแผนที่ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และทางการญี่ปุ่นยังไม่มีแถลงการณ์สาธารณะเกี่ยวกับการสอบสวน "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" แต่สื่อญี่ปุ่นบางแห่งได้รายงานถึงบุคคลที่เชื่อมโยงกับ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" ที่เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นและกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งบันทึกอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลการเดินทางได้ยืนยันตัวตนของกลุ่มคนเหล่านี้

สำนักข่าวตันสะ (Tansa) ซึ่งเป็นพันธมิตรสื่อญี่ปุ่นของ OCCRP ได้รับบันทึกการซื้อขายที่แสดงว่าผู้บริหารของบริษัทที่เชื่อมโยงกับ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" ได้เป็นเจ้าของที่ดินในจังหวัดชิบะ ชานกรุงโตเกียว บุคคลผู้นั้นคือนายเฉิน ป๋อ ซึ่งเดิมเป็นชาวจีนและได้รับหนังสือเดินทางกัมพูชาในปี พ.ศ. 2557

นายเฉิน ป๋อได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในปี พ.ศ. 2562 ในชุมชนที่มีรั้วรอบขอบชิดชื่อ “วัน ฮันเดรด ฮิลส์” โดยอสังหาริมทรัพย์มีลักษณะเป็นบ้านพักขนาด 2,365 ตารางเมตรตั้งอยู่บนที่ดินดังกล่าว

วิดีโอแนะนำอสังหาย่านวัน ฮันเดร็ด  ฮิลส์ ข้อสังเกตุ ในวิดีโอนี้เป็นภาษาจีน

วิดีโอแนะนำอสังหาย่านวัน ฮันเดร็ด ฮิลส์ ข้อสังเกตุ ในวิดีโอนี้เป็นภาษาจีน

วิดีโอแนะนำอสังหาย่านวัน ฮันเดร็ด  ฮิลส์ ข้อสังเกตุ ในวิดีโอนี้เป็นภาษาจีน

วิดีโอแนะนำอสังหาย่านวัน ฮันเดร็ด ฮิลส์ ข้อสังเกตุ ในวิดีโอนี้เป็นภาษาจีน

แม้ว่านายเฉิน ป๋อ จะยังไม่ถูกคว่ำบาตร แต่บันทึกของบริษัทในกัมพูชาแสดงให้เห็นว่าเขาเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารใน 9 บริษัทที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งรวมถึง บริษัท ไบเอ็กซ์ เอ็กซ์เชนจ์ จำกัด (Byex Exchange Co. Limited) และ บริษัท เทียน ซู อินเตอร์เนชั่นแนล เทคโนโลยี (Tian Xu International Technology Plc) ที่สหราชอาณาจักรคว่ำบาตรในข้อหาถูกกล่าวหาว่าให้บริการทางการเงินแก่ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป"

นอกจากนี้ยังมีคฤหาสน์ชานเมืองกรุงโตเกียวอีกแห่ง ซึ่งเป็นการซื้อเพิ่มเติมหลังจากที่นายเฉิน ป๋อ เคยซื้อคฤหาสน์ในใจกลางเมืองกรุงโตเกียวไปแล้ว  โดยคฤหาสน์หลังใหม่ตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะเซ็นปุคุอิจิ (Zenpukuiji Park) และซื้อเพียงไม่กี่วันก่อนที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะประกาศคว่ำบาตร "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้โอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวให้กับภรรยา สื่อญี่ปุ่นรายงานว่าอสังหาริมทรัพย์ทั้งสองแห่งมีมูลค่ารวมกันอยู่ที่ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 228 ล้านบาท แม้ว่าจะไม่ได้ระบุชื่อนายเฉิน ป๋อในฐานะเจ้าของก็ตาม

สวนสาธารณะเซ็นปุคุอิจิ

สวนสาธารณะเซ็นปุคุอิจิ

บุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์

นอกจากนายเฉิน ป๋อ แล้ว นายซู ชาง ผู้ถือหนังสือเดินทางกัมพูชาซึ่งเกิดในจีนอีกคนหนึ่ง และดำรงตำแหน่งผู้บริหารร่วมกับนายเฉิน ป๋อ ในบริษัทบิลเลี่ยน วิสดอม อินเวสต์เมนท์ (Billion Wisdom Investment) ก็ถูกระบุว่าได้ซื้ออพาร์ตเมนต์ที่เวลลิธ วัน อาโอยามะ (Wellith One Aoyama) ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาสำคัญในใจกลางย่านมินาโตะของโตเกียวในปี พ.ศ. 2564

หน้าเว็บโครงการเวลลิธ วัน อาโอยามะ

หน้าเว็บโครงการเวลลิธ วัน อาโอยามะ

บันทึกหน่วยงานที่ดินของญี่ปุ่นยังระบุชื่อผู้บริหารอีกรายของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" ที่มีอสังหาริมทรัพย์ในโตเกียว คือ นายเบรนดอน ลั่ว (หรือชื่อเดิม ลั่ว ผิงหัว) ซึ่งได้ซื้ออพาร์ตเมนต์หรูในย่านชิบูย่าใจกลางกรุงโตเกียวเมื่อเดือนพฤษภาคม  2568

นายเบรนดอน ลั่ว ก็เป็นชาวจีนและถือหนังสือเดินทางกัมพูชาเช่นกัน เขามีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบริษัทของกัมพูชาในฐานะผู้บริหารที่บริษัทปริ๊นซ์ พลาซ่า อินเวสต์เมนท์ (Prince Plaza Investment Co. Ltd.) ซึ่งมีนายเฉิน จื้อ เป็นประธาน แม้ว่านายเบรนดอน ลั่ว จะไม่ถูกคว่ำบาตร แต่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ระบุเป้าหมายการคว่ำบาตรบริษัทปริ๊นซ์ พลาซ่า อินเวสต์เมนท์ด้วย เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป"

เที่ยวบินส่วนตัวสู่ญี่ปุน และมาตรการระหว่างประเทศ

บันทึกการบินที่ OCCRP ได้รับแสดงให้เห็นว่านายซู ชาง เคยเป็นผู้โดยสารในเที่ยวบินเจ็ตส่วนตัวหลายครั้งเข้าสู่ญี่ปุ่นร่วมกับนายหู เสี่ยวเว่ย ซึ่งถูกสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรคว่ำบาตรในข้อหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป"

ก่อนหน้านี้ OCCRP ได้เปิดเผยว่านายหู เสี่ยวเว่ย มีอย่างน้อยสี่อัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน และมีความเชื่อมโยงที่ยังไม่เคยมีรายงานมาก่อนทั้งกับ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" และนายเฉิน จื้อ ประธานบริษัทที่ถูกคว่ำบาตร

เจ็ตส่วนตัวที่เดินทางไปยังญี่ปุ่นหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นของบริษัท ซีเอ็น บรีซ ลิมิเต็ด (CN Breeze Limited) ซึ่งเป็นบริษัทเปลือกหอยที่นายหู เสี่ยวเว่ย ควบคุมผ่านบริษัทฟิวเจอร์ คิง อิงค์ (Future King Inc.) ซึ่งเป็นนิติบุคคลตั้งอยู่บนหมู่เกาะบริติชเวอร์จินของนายหู โดยนายหู เสี่ยวเว่ยเป็นเจ้าของฟิวเจอร์ คิง ภายใต้นามแฝง อู๋ อันหมิง (Wu An Ming) ตามเอกสารยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงล่าสุด

บันทึกการบินแสดงให้เห็นว่าเจ็ตลำดังกล่าวได้เดินทางไปยังญี่ปุ่นหลายครั้งเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม  2566 และมีเที่ยวบินอย่างน้อยสองเที่ยวบินจากกรุงพนมเปญไปยังญี่ปุ่นหลังจากการประกาศคว่ำบาตร 146 นิติบุคคลและบุคคลโดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568

สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรได้ริเริ่มการปราบปราม "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" ในเดือนตุลาคม 2568 โดยคว่ำบาตรเป้าหมายกว่า 100 ทั้งบุคคลและนิติบุคคลราย หลังจากนั้นหลายประเทศได้ดำเนินมาตรการต่อบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทดังกล่าว

การดำเนินการทั่วโลก และข้อจำกัดของญี่ปุ่น

ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม พ.ศ. 2568 ประเทศต่างๆ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย ได้ประกาศมาตรการหลายอย่าง รวมถึงการคว่ำบาตร การอายัดหรือยึดทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการจับกุม รวมถึงการตั้งข้อหาทางอาญาต่อผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับปริ๊นซ์ กรุ๊ป

ต่อมาในเดือนมกราคม 2569 ทางการกัมพูชาได้จับกุมนายเฉิน จื้อ ประธานปริ๊นซ์ กรุ๊ป และส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศจีน โดยสื่อของรัฐในจีนรายงานว่าทางการสงสัยว่าเขากับพวกได้ดำเนินการฉ้อโกงและปกปิดเงินที่ได้จากการกระทำผิด

ในช่วงต้นปี 2569 สหราชอาณาจักร ฮ่องกง และไต้หวัน ได้ประกาศมาตรการเพิ่มเติมต่อบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับปริ๊นซ์ กรุ๊ป ซึ่งรวมถึงการฟ้องร้องและอายัดทรัพย์สินต่างๆ

โฆษกของปริ๊นซ์ กรุ๊ปได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวทั้งหมด โดยระบุว่าข้อกล่าวหาที่เป็นข้อเท็จจริงมีน้อยมาก กว้างๆ และไม่มีหลักฐาน หรือไม่ก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จและเป็นไปไม่ได้

ส่วนกรณีที่ญี่ปุ่น แม้ตอนนี้จะยังไม่มีหลักฐานโดยตรงที่เชื่อมโยงทรัพย์สินที่ซื้อในญี่ปุ่นกับผลประโยชน์จากอาชญากรรม แต่ทางการญี่ปุ่นก็เริ่มระแคะระคายแล้ว อย่างไรก็ตามกลไกทางกฎหมายของญี่ปุ่นในการอายัดหรือยึดทรัพย์สินนั้นมีข้อจำกัดมากกว่า เมื่อเทียบกับหน่วยงานในเขตอำนาจศาลอื่นๆ

โดยองค์กร Financial Action Task Force ได้เคยชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมายของญี่ปุ่นในรายงานปี 2564 โดยระบุว่าแม้ญี่ปุ่นจะมุ่งมั่นที่จะยึดทรัพย์สินจากอาชญากร แต่ขอบเขตของการควบคุมและการริบทรัพย์สินนั้นยังไม่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของประเทศ และเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในหลายประเทศมีคือการริบทรัพย์ทางแพ่ง ซึ่งช่วยให้ทางการสามารถอายัดทรัพย์สินและยึดได้หากเจ้าของไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้มาด้วยเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลไกนี้กลับไม่มีในประเทศญี่ปุ่น ตามที่อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโสรายหนึ่ง (ไม่ได้ระบุประเทศ)ได้กล่าวไว้

ที่มา https://www.occrp.org/en/scoop/directors-of-firms-linked-to-sanctioned-cambodian-conglomerate-bought-properties-in-japan

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก
เฉิน จื้อ
ทุจริตต่างประเทศ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พฤติการณ์ร้ายแรง! คุก 4 ปี12ด. อดีตนายกอบต.บริบูรณ์-พวก ทุจริตบ่อบาดาล
พฤติการณ์ร้ายแรง! คุก 4 ปี12ด. อดีตนายกอบต.บริบูรณ์-พวก ทุจริตบ่อบาดาล