นอกจากนี้ยังมีคฤหาสน์ชานเมืองกรุงโตเกียวอีกแห่ง ซึ่งเป็นการซื้อเพิ่มเติมหลังจากที่นายเฉิน ป๋อ เคยซื้อคฤหาสน์ในใจกลางเมืองกรุงโตเกียวไปแล้ว โดยคฤหาสน์หลังใหม่ตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะเซ็นปุคุอิจิ (Zenpukuiji Park) และซื้อเพียงไม่กี่วันก่อนที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะประกาศคว่ำบาตร "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้โอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวให้กับภรรยา สื่อญี่ปุ่นรายงานว่าอสังหาริมทรัพย์ทั้งสองแห่งมีมูลค่ารวมกันอยู่ที่ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 228 ล้านบาท แม้ว่าจะไม่ได้ระบุชื่อนายเฉิน ป๋อในฐานะเจ้าของก็ตาม
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอนำเสนอข่าวกระบวนการโยกย้ายถ่ายเทและจัดการทรัพย์สินของกลุ่มบริษัทปริ๊นซ์ กรุ๊ป ซึ่งถูกกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่ากลุ่มบริษัทนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงทางโทรคมนาคมเหยื่อจากสหรัฐอเมริกา มูลค่าความเสียหายมหาศาล ขณะที่นายเฉิน จื้อ ชาวจีนเชื้อสายกัมพูชา ที่ถูกควบคุมตัวที่ประเทศจีนก็ได้พยายามให้ฝ่ายกฎหมายสู้คดีเพื่อขอคืนทรัพย์สินในเรื่องนี้ พร้อมกับกล่าวว่าข้อกล่าวหาของทางสหรัฐฯ ไม่มีมูลความจริง
โดยสำนักข่าวเครือข่ายผู้สื่อข่าวด้านองค์กรอาชญากรรมและการทุจริต (OCCRP) ได้รายงานข่าวกรณีที่ ผู้บริหารของบริษัทที่เชื่อมโยงกับ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" (Prince Group) กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่จากกัมพูชา ซึ่งถูกทางการสหรัฐฯ ระบุว่าเป็น “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติข้ามชาติ” ได้เข้ากว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์หรูในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยข้อมูลดังกล่าวได้มาจากบันทึกการบินของบุคคลที่เกี่ยวข้องและเอกสารการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ทางการญี่ปุ่นยังคงนิ่งเงียบต่อกรณีนี้
ปริ๊นซ์ กรุ๊ป: เผชิญมาตรการคว่ำบาตรทั่วโลก
นับตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นมา "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" เผชิญกับการถูกเล่นงานจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่ประณามว่าเป็น “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568 สหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรพร้อมกล่าวหาว่ากลุ่มนี้ดำเนินการ “ปฏิบัติการฉ้อโกงทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ในกัมพูชา” ซึ่งดำเนินการจาก “ศูนย์ปฏิบัติการซึ่งมีกิจกรรมการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานทาสยุคใหม่”
โฆษกของกลุ่มบริษัท "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดที่มีต่อกลุ่มบริษัทและที่มีต่อนายเฉิน จื้อ ประธานบริษัทที่ถูกคว่ำบาตรและถูกฟ้องร้องในสหรัฐฯ
“นายเฉิน จื้อ และบริษัทของเขาไม่ใช่กลุ่มอาชญากร แต่เป็นกลุ่มธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ให้บริการผู้คนหลายล้านคนและจ้างงานหลายหมื่นคนทั่วโลก” โฆษกกลุ่มบริษัทกล่าวผ่านอีเมล พร้อมย้ำว่า “เฉิน จื้อ และกลุ่มบริษัทปริ๊นซ์บริสุทธิ์จากข้อกล่าวหาที่ไร้เหตุผลและไม่เป็นความจริงของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งถูกนำไปกล่าวอ้างในเขตอำนาจศาลทั่วโลก”
นอกเหนือจากการดำเนินการระดับโลก สหรัฐฯ ยังได้คว่ำบาตรบริษัทในเครือหลายสิบแห่ง ขณะที่สหราชอาณาจักรได้อายัดอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.5 พันล้านบาท ที่ถือครองโดยผู้บริหารและนิติบุคคลที่เชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัทนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังได้เผยแพร่แผนที่แสดง ศูนย์กลางและบริษัทเปลือกหอย ของ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" ในเขตอำนาจศาลต่างๆ รวมถึงฮ่องกง, ลาว และหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน
คฤหาสน์หรูในโตเกียว
แม้ว่าญี่ปุ่นจะไม่ได้ปรากฏอยู่ในแผนที่ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และทางการญี่ปุ่นยังไม่มีแถลงการณ์สาธารณะเกี่ยวกับการสอบสวน "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" แต่สื่อญี่ปุ่นบางแห่งได้รายงานถึงบุคคลที่เชื่อมโยงกับ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" ที่เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นและกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งบันทึกอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลการเดินทางได้ยืนยันตัวตนของกลุ่มคนเหล่านี้
สำนักข่าวตันสะ (Tansa) ซึ่งเป็นพันธมิตรสื่อญี่ปุ่นของ OCCRP ได้รับบันทึกการซื้อขายที่แสดงว่าผู้บริหารของบริษัทที่เชื่อมโยงกับ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" ได้เป็นเจ้าของที่ดินในจังหวัดชิบะ ชานกรุงโตเกียว บุคคลผู้นั้นคือนายเฉิน ป๋อ ซึ่งเดิมเป็นชาวจีนและได้รับหนังสือเดินทางกัมพูชาในปี พ.ศ. 2557
นายเฉิน ป๋อได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในปี พ.ศ. 2562 ในชุมชนที่มีรั้วรอบขอบชิดชื่อ “วัน ฮันเดรด ฮิลส์” โดยอสังหาริมทรัพย์มีลักษณะเป็นบ้านพักขนาด 2,365 ตารางเมตรตั้งอยู่บนที่ดินดังกล่าว

วิดีโอแนะนำอสังหาย่านวัน ฮันเดร็ด ฮิลส์ ข้อสังเกตุ ในวิดีโอนี้เป็นภาษาจีน

วิดีโอแนะนำอสังหาย่านวัน ฮันเดร็ด ฮิลส์ ข้อสังเกตุ ในวิดีโอนี้เป็นภาษาจีน
แม้ว่านายเฉิน ป๋อ จะยังไม่ถูกคว่ำบาตร แต่บันทึกของบริษัทในกัมพูชาแสดงให้เห็นว่าเขาเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารใน 9 บริษัทที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งรวมถึง บริษัท ไบเอ็กซ์ เอ็กซ์เชนจ์ จำกัด (Byex Exchange Co. Limited) และ บริษัท เทียน ซู อินเตอร์เนชั่นแนล เทคโนโลยี (Tian Xu International Technology Plc) ที่สหราชอาณาจักรคว่ำบาตรในข้อหาถูกกล่าวหาว่าให้บริการทางการเงินแก่ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป"
นอกจากนี้ยังมีคฤหาสน์ชานเมืองกรุงโตเกียวอีกแห่ง ซึ่งเป็นการซื้อเพิ่มเติมหลังจากที่นายเฉิน ป๋อ เคยซื้อคฤหาสน์ในใจกลางเมืองกรุงโตเกียวไปแล้ว โดยคฤหาสน์หลังใหม่ตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะเซ็นปุคุอิจิ (Zenpukuiji Park) และซื้อเพียงไม่กี่วันก่อนที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะประกาศคว่ำบาตร "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้โอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวให้กับภรรยา สื่อญี่ปุ่นรายงานว่าอสังหาริมทรัพย์ทั้งสองแห่งมีมูลค่ารวมกันอยู่ที่ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 228 ล้านบาท แม้ว่าจะไม่ได้ระบุชื่อนายเฉิน ป๋อในฐานะเจ้าของก็ตาม

สวนสาธารณะเซ็นปุคุอิจิ
บุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์
นอกจากนายเฉิน ป๋อ แล้ว นายซู ชาง ผู้ถือหนังสือเดินทางกัมพูชาซึ่งเกิดในจีนอีกคนหนึ่ง และดำรงตำแหน่งผู้บริหารร่วมกับนายเฉิน ป๋อ ในบริษัทบิลเลี่ยน วิสดอม อินเวสต์เมนท์ (Billion Wisdom Investment) ก็ถูกระบุว่าได้ซื้ออพาร์ตเมนต์ที่เวลลิธ วัน อาโอยามะ (Wellith One Aoyama) ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาสำคัญในใจกลางย่านมินาโตะของโตเกียวในปี พ.ศ. 2564

หน้าเว็บโครงการเวลลิธ วัน อาโอยามะ
บันทึกหน่วยงานที่ดินของญี่ปุ่นยังระบุชื่อผู้บริหารอีกรายของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" ที่มีอสังหาริมทรัพย์ในโตเกียว คือ นายเบรนดอน ลั่ว (หรือชื่อเดิม ลั่ว ผิงหัว) ซึ่งได้ซื้ออพาร์ตเมนต์หรูในย่านชิบูย่าใจกลางกรุงโตเกียวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568
นายเบรนดอน ลั่ว ก็เป็นชาวจีนและถือหนังสือเดินทางกัมพูชาเช่นกัน เขามีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบริษัทของกัมพูชาในฐานะผู้บริหารที่บริษัทปริ๊นซ์ พลาซ่า อินเวสต์เมนท์ (Prince Plaza Investment Co. Ltd.) ซึ่งมีนายเฉิน จื้อ เป็นประธาน แม้ว่านายเบรนดอน ลั่ว จะไม่ถูกคว่ำบาตร แต่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ระบุเป้าหมายการคว่ำบาตรบริษัทปริ๊นซ์ พลาซ่า อินเวสต์เมนท์ด้วย เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป"
เที่ยวบินส่วนตัวสู่ญี่ปุน และมาตรการระหว่างประเทศ
บันทึกการบินที่ OCCRP ได้รับแสดงให้เห็นว่านายซู ชาง เคยเป็นผู้โดยสารในเที่ยวบินเจ็ตส่วนตัวหลายครั้งเข้าสู่ญี่ปุ่นร่วมกับนายหู เสี่ยวเว่ย ซึ่งถูกสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรคว่ำบาตรในข้อหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป"
ก่อนหน้านี้ OCCRP ได้เปิดเผยว่านายหู เสี่ยวเว่ย มีอย่างน้อยสี่อัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน และมีความเชื่อมโยงที่ยังไม่เคยมีรายงานมาก่อนทั้งกับ "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" และนายเฉิน จื้อ ประธานบริษัทที่ถูกคว่ำบาตร
เจ็ตส่วนตัวที่เดินทางไปยังญี่ปุ่นหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นของบริษัท ซีเอ็น บรีซ ลิมิเต็ด (CN Breeze Limited) ซึ่งเป็นบริษัทเปลือกหอยที่นายหู เสี่ยวเว่ย ควบคุมผ่านบริษัทฟิวเจอร์ คิง อิงค์ (Future King Inc.) ซึ่งเป็นนิติบุคคลตั้งอยู่บนหมู่เกาะบริติชเวอร์จินของนายหู โดยนายหู เสี่ยวเว่ยเป็นเจ้าของฟิวเจอร์ คิง ภายใต้นามแฝง อู๋ อันหมิง (Wu An Ming) ตามเอกสารยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงล่าสุด
บันทึกการบินแสดงให้เห็นว่าเจ็ตลำดังกล่าวได้เดินทางไปยังญี่ปุ่นหลายครั้งเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 และมีเที่ยวบินอย่างน้อยสองเที่ยวบินจากกรุงพนมเปญไปยังญี่ปุ่นหลังจากการประกาศคว่ำบาตร 146 นิติบุคคลและบุคคลโดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568
สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรได้ริเริ่มการปราบปราม "ปริ๊นซ์ กรุ๊ป" ในเดือนตุลาคม 2568 โดยคว่ำบาตรเป้าหมายกว่า 100 ทั้งบุคคลและนิติบุคคลราย หลังจากนั้นหลายประเทศได้ดำเนินมาตรการต่อบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทดังกล่าว
การดำเนินการทั่วโลก และข้อจำกัดของญี่ปุ่น
ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม พ.ศ. 2568 ประเทศต่างๆ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย ได้ประกาศมาตรการหลายอย่าง รวมถึงการคว่ำบาตร การอายัดหรือยึดทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการจับกุม รวมถึงการตั้งข้อหาทางอาญาต่อผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับปริ๊นซ์ กรุ๊ป
ต่อมาในเดือนมกราคม 2569 ทางการกัมพูชาได้จับกุมนายเฉิน จื้อ ประธานปริ๊นซ์ กรุ๊ป และส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศจีน โดยสื่อของรัฐในจีนรายงานว่าทางการสงสัยว่าเขากับพวกได้ดำเนินการฉ้อโกงและปกปิดเงินที่ได้จากการกระทำผิด
ในช่วงต้นปี 2569 สหราชอาณาจักร ฮ่องกง และไต้หวัน ได้ประกาศมาตรการเพิ่มเติมต่อบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับปริ๊นซ์ กรุ๊ป ซึ่งรวมถึงการฟ้องร้องและอายัดทรัพย์สินต่างๆ
โฆษกของปริ๊นซ์ กรุ๊ปได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวทั้งหมด โดยระบุว่าข้อกล่าวหาที่เป็นข้อเท็จจริงมีน้อยมาก กว้างๆ และไม่มีหลักฐาน หรือไม่ก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จและเป็นไปไม่ได้
ส่วนกรณีที่ญี่ปุ่น แม้ตอนนี้จะยังไม่มีหลักฐานโดยตรงที่เชื่อมโยงทรัพย์สินที่ซื้อในญี่ปุ่นกับผลประโยชน์จากอาชญากรรม แต่ทางการญี่ปุ่นก็เริ่มระแคะระคายแล้ว อย่างไรก็ตามกลไกทางกฎหมายของญี่ปุ่นในการอายัดหรือยึดทรัพย์สินนั้นมีข้อจำกัดมากกว่า เมื่อเทียบกับหน่วยงานในเขตอำนาจศาลอื่นๆ
โดยองค์กร Financial Action Task Force ได้เคยชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมายของญี่ปุ่นในรายงานปี 2564 โดยระบุว่าแม้ญี่ปุ่นจะมุ่งมั่นที่จะยึดทรัพย์สินจากอาชญากร แต่ขอบเขตของการควบคุมและการริบทรัพย์สินนั้นยังไม่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของประเทศ และเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในหลายประเทศมีคือการริบทรัพย์ทางแพ่ง ซึ่งช่วยให้ทางการสามารถอายัดทรัพย์สินและยึดได้หากเจ้าของไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้มาด้วยเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลไกนี้กลับไม่มีในประเทศญี่ปุ่น ตามที่อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโสรายหนึ่ง (ไม่ได้ระบุประเทศ)ได้กล่าวไว้
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ทนาย 'โจว์ โลว์' เดินหน้าล็อบบี้ แลกพ้นผิดคดี 1MDB
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: เนปาลตั้งข้อหา อดีตขุนคลัง เอื้อ บ.จีน สร้างสนามบิน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ป.ป.ช.มาเลย์เดินหน้าสอบ ข้อพิรุธ ทำสัญญา บ.ชิปอังกฤษ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ป.ป.ช.มาเลย์ยึดทรัพย์ บ.แฟชั่นยักษ์ โยงคดีฟอกเงิน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉ เส้นทาง'เบน สมิธ' ลงทุนโรงแรมหรูเครืออามัน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.เคนยาสัญญา G2G ไม่โปร่งใส ทำราคาน้ำมันทะลุ 50 บาท
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ติมอร์ ฐานสแกมใหม่อาเซียน? คีย์แมนโยง Prince Group
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ฆ่าโหด-ส่งตัวจีนเทาเขย่ากัมพูชา สแกมเมอร์ส่อตัดตอน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:สว.สหรัฐฯแฉไอ้โม่งใช้ข้อมูลลับ เทรดหุ้นน้ำมันหมื่นล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: พี่น้องอิหร่านใช้ชื่อปลอมซื้ออสังหาฯ ดูไบ 949 ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.กลาโหมสเปน พัวพันทุจริต โยงสินบน จนท.นาโต
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: คาเมเนอี ซุกทรัพย์หลายล้าน ล. โยงอสังหาหรูสเปน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.คริปโตอังกฤษ-CEO ปลอม โยงฟอกเงินอิหร่าน หมื่น ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: สแกมเมอร์จีนหนีศาลมะกัน ปล่อยเช่าวิลล่าหรู ณ ดูไบ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: 'เบน สมิธ' ลงทุนหมื่นล.! โยงราชวงศ์-รมต.คลัง UAE
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: อดีตปธ.ฯบำนาญไนจีเรียฉาวฟอกเงิน ซุกบ้านสหรัฐฯ-ดูไบ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: UNODC ชี้ 'หลี่ซิน' องค์กรสแกมเมอร์แห่งใหม่เขมร ?
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ทุจริตกองทัพมาเลย์จากเรือรบหาย ถึงล็อกสเปกประมูลสัญญาบำรุงรักษา




