เขาถูกทำให้น่าเชื่อถือว่านายศรีวัสตะวาเป็นสายลับ CIA ที่มีเครือข่ายกว้างขวาง และได้โอนหุ้น 50% ของบริษัทให้แก่นายศรีวัสตะวา ด้วยความเชื่อที่ว่าจะช่วยให้ธุรกิจของพวกเขาเติบโต .... นายศรีวัสตะวาได้ "จัดฉาก" ให้มีการกู้ยืมเงิน 51 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ....จากบริษัทของพวกเขาสู่กลุ่มบริษัทอาร์ซารี (Arsari Group) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายฮาชิม โจโจฮาดิกุสุโม (Hashim Djojohadikusumo) พี่ชายของประธานาธิบดีซูเบียโต
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอนำเสนอความไม่โปร่งใสกรณีที่นักธุรกิจซึ่งถูกกล่าวหาอ้างตัวเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยข่าวกรองสหรัฐอเมริกาหรือซีอีไอ (CIA) และยังเป็นคนสนิทของประธานาธิบดีอินโดนีเซีย อาจเข้าไปมีส่วนพัวพันกับสัญญาการจัดซื้อเครื่องบินรบของประเทศอินโดนีเซีย
รายงานพิเศษจากสำนักข่าว OCCRP ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่รายงานเกี่ยวกับการทุจริตและองค์กรอาชญากรรมอย่างเป็นระบบและสำนักข่าว Tempo ของอินโดนีเซีย รายงานว่านายกัวราฟ ศรีวัสตะวา (Gaurav Srivastava) นักธุรกิจเชื้อสายอินเดีย ผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่าแอบอ้างเป็นสายลับของ CIA ได้สร้างความใกล้ชิดสนิทสนมกับประธานาธิบดีอินโดนีเซียคนปัจจุบัน นาย-ปราโบโว ซูเบียโต (Prabowo Subianto) และพี่ชายของเขา ส่งผลให้ได้มาซึ่งข้อตกลงเบื้องต้นสำหรับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารมูลค่าหลายหลักหมื่ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ว่าข้อตกลงเหล่านี้จะยังไม่นำไปสู่การซื้อจริงก็ตาม
จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์และข้อตกลงเบื้องต้น
นายศรีวัสตะวา ถูกกล่าวหาว่าได้เริ่มสร้างความสัมพันธ์กับนายซูเบียโต ตั้งแต่สมัยที่นายซูเบียโตยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเข้าร่วมการประชุมระดับสูงทั้งในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และกรุงจาการ์ตาเมื่อปี พ.ศ. 2563 ซึ่งมีการหารือเกี่ยวกับการจัดหายุทโธปกรณ์ทางทหาร
ในปีเดียวกันนั้น นายศรีวัสตะวาได้รับ "หนังสือแสดงเจตจำนงในการจัดซื้อ" (Letters of Intention to Purchase) จำนวน 3 ฉบับ ซึ่งระบุแผนการของรัฐบาลอินโดนีเซียในการจัดหาเครื่องบินขับไล่และวัสดุอุปกรณ์ป้องกันประเทศอื่นๆ
นอกจากนี้ ในปี 2564-2565 นายศรีวัสตะวา ยังได้รับหนังสือแสดงเจตจำนงอีกฉบับ รวมถึงบันทึกความเข้าใจสำหรับข้อตกลงการจัดซื้อด้านกลาโหมอีกสองฉบับ โดยรวมแล้ว บริษัทที่นายศรีวัสตะวาเป็นเจ้าของได้ทำข้อตกลงเบื้องต้น 5 ฉบับกับกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียและรัฐวิสาหกิจกลาโหมของรัฐในช่วงปี 2563-2565
นายซูเบียโตยังเคยถูกถ่ายภาพร่วมกับนายศรีวัสตะวาและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทของนายศรีวัสตะวาในพิธีลงนาม ซึ่งต่อมาได้มีการประกาศข้อตกลงดังกล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับประธานผู้บริหารของบริษัท
ข้อตกลงที่เสนอเหล่านี้ครอบคลุมถึงเครื่องบินขับไล่ F-15 จำนวน 36 ลำ, เฮลิคอปเตอร์ UH-60 Black Hawk และเครื่องบินขนส่ง C-130 นอกจากนี้ บริษัทแห่งหนึ่งของนายศรีวัสตะวายังได้รับหนังสือแสดงเจตจำนงในการจัดหาระบบศูนย์บัญชาการและควบคุมการปฏิบัติการร่วม (joint operations command and control center) ให้แก่กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี พ.ศ. 2565 รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศอนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่ F-15 จำนวน 36 ลำพร้อมอะไหล่ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่ารวม 13,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 507,350 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามตอนนี้มีรายงานว่าโบอิ้งได้ล้มดีลการขาย F15EX ไปแล้วเนื่องจากจากวิกฤตกำลังการผลิตของบริษัทและการเจรจาที่ยืดเยื้อ
บริษัทปริศนาและความจริงเบื้องหลัง
เอกสารของบริษัทแสดงให้เห็นว่า บริษัททั้งสี่แห่งที่ควบคุมโดยนายศรีวัสตะวา และเป็นผู้ที่ได้รับข้อตกลงทั้งห้าฉบับนั้น เป็นเพียงบริษัทเปลือกหอย (shell companies) ที่ไม่มีประสบการณ์ในการจัดซื้อจัดจ้างด้านการป้องกันประเทศ บริษัททั้งหมดได้ถูกถอนทะเบียนไปแล้วเนื่องจากไม่ชำระภาษี แต่รายงานจากสำนักงานความร่วมมือด้านความมั่นคงและกลาโหมของสหรัฐฯ (U.S. Defense Security Cooperation Agency) ไม่ได้เอ่ยถึงบริษัทเหล่านี้แต่อย่างใด
นายริโก สิไรต์ (Rico Sirait) โฆษกกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย ยืนยันว่ามีข้อตกลงเบื้องต้นเหล่านี้จริง แต่ย้ำว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สัญญาที่มีผลผูกพัน
"กระบวนการความร่วมมือและการจัดซื้อจัดจ้างด้านกลาโหมของอินโดนีเซียทั้งหมดดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด โดยให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล ผลประโยชน์ของชาติ และการปฏิบัติตามกลไกและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเสมอ" นายสิไรต์ ล่าวกับสำนักข่าว Tempo

สำนักข่าว ET News รายงานข่าวความสัมพันธ์นักธุรกิจเชื้อสายอินเดียกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย
ข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงและเงินกู้ปริศนา
เรื่องราวนี้ซับซ้อนขึ้นเมื่อ นายนีลส์ ทรูสต์ (Niels Troost) อดีตหุ้นส่วนทางธุรกิจของนายศรีวัสตะวา ยื่นฟ้องคดีแพ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียและที่รัฐนิวยอร์ก โดยอ้างถึงการบันทึกเสียงทางโทรศัพท์ที่เขารวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งนายศรีวัสตะวาถูกกล่าวหาว่าอ้างตัวเองว่าทำงานให้กับ CIA
นายนีลส์ ทรูสต์ ระบุว่าเขาถูกทำให้น่าเชื่อถือว่านายศรีวัสตะวาเป็นสายลับ CIA ที่มีเครือข่ายกว้างขวาง และได้โอนหุ้น 50% ของบริษัทให้แก่นายศรีวัสตะวา ด้วยความเชื่อที่ว่าจะช่วยให้ธุรกิจของพวกเขาเติบโต ตามคำร้องเรียนระบุว่า นายศรีวัสตะวาได้ "จัดฉาก" ให้มีการกู้ยืมเงิน 51 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,861.5 ล้านบาท จากบริษัทของพวกเขาสู่กลุ่มบริษัทอาร์ซารี (Arsari Group) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายฮาชิม โจโจฮาดิกุสุโม (Hashim Djojohadikusumo) พี่ชายของประธานาธิบดีซูเบียโต
นายนีลส์ ทรูสต์ อ้างว่านายศรีวัสตะวาบอกเขาว่าเงินกู้ยืมจำนวนนี้จะนำไปใช้ในการสนับสนุนโครงการลับของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ตามคำร้องเรียน นายศรีวัสตะวาถูกกล่าวหาว่าชักชวนให้กลุ่มบริษัทอาร์ซารีโอนเงินเกือบครึ่งหนึ่งของเงินกู้ยืมดังกล่าวมาให้เขา และนำไปใช้ซื้อคฤหาสน์มูลค่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 912.5 ล้านบาท ในนครลอสแอนเจลิส
นายศรีวัสตะวาพยายามชักชวนให้กลุ่มบริษัทอาร์ซารีโอนเงินกู้ยืมส่วนที่เหลือให้เขา แต่กลุ่มบริษัทปฏิเสธ ขณะที่หน่วยงานปราบปรามการฟอกเงินของอินโดนีเซียแจ้งกับสื่อ Tempo ว่ากำลังตรวจสอบธุรกรรมนี้ และหากพบหลักฐานการกระทำผิด จะส่งเรื่องให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่อไป

สื่ออินโดนีเซียตีข่าวโบอิ้งยุติการขาย F15
การตอบโต้และการปฏิเสธ
นายศรีวัสตะวาไม่ได้ตอบกลับคำขอให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมของเขาในอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม บนเว็บไซต์ของเขา นายศรีวัสตะวาได้ระบุว่าข้อกล่าวหาที่ว่าเขาแอบอ้างเป็นสายลับ CIA นั้นเป็น "เรื่องโกหกที่ถูกแต่งขึ้นอย่างร้ายแรง" ซึ่งถูกเผยแพร่โดยนายนีลส์ ทรูสต์ อดีตหุ้นส่วนทางธุรกิจของเขาที่เคยถูกสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และสวิตเซอร์แลนด์คว่ำบาตรจากการค้าขายน้ำมันรัสเซีย แม้ว่าการคว่ำบาตรโดยสหภาพยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์จะถูกยกเลิกไปแล้วก็ตาม
นายศรีวัสตะวาได้กล่าวหานายนีลส์ ทรูสต์ บนเว็บไซต์ของเขาว่ากำลังดำเนิน "การรณรงค์บิดเบือนข้อมูลอย่างก้าวร้าวและทำลายล้าง" ซึ่งเริ่มต้นด้วยการยื่นฟ้องทางกฎหมายในสหรัฐฯ สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ในทางกลับกัน นายนีลส์ ทรูสต์ ได้กล่าวหาในคำฟ้องคดีแพ่งที่ยื่นฟ้องที่รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเรียกนายศรีวัสตะวาว่าเป็น "นักต้มตุ๋นผู้โอ้อวดที่มีทักษะอันน่าทึ่ง"
ส่วนประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียโตและนายฮาชิม โจโจฮาดิกุสุโม ผู้เป็นพี่ชายไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นใดๆจากผู้สื่อข่าว
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:โครงการอาหารฟรีอินโดฯฉาว ทหาร-ตร.ทุจริตจัดซื้อ พันล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:เยอรมนีประท้วงเนปาล สอบคดีทุจริต Passportไม่โปร่งใส
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉ บ.ตุรเคีย ส่งสินค้าคว่ำบาตรเอื้อรัสเซียรบยูเครน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:อังกฤษเดินหน้ายึด หมื่น ล.คีย์แมนโยง 'ปริ๊นซ์ กรุ๊ป'
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:เครือข่าย 'เบน สมิธ' ใช้ ธ.สหรัฐฯ โยงซื้อหุ้นบางจาก
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉเครือข่าย'ปริ๊นซ์ กรุ๊ป'ซื้ออสังหาฯญี่ปุ่น ร้อย ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ทนาย 'โจว์ โลว์' เดินหน้าล็อบบี้ แลกพ้นผิดคดี 1MDB
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: เนปาลตั้งข้อหา อดีตขุนคลัง เอื้อ บ.จีน สร้างสนามบิน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ป.ป.ช.มาเลย์เดินหน้าสอบ ข้อพิรุธ ทำสัญญา บ.ชิปอังกฤษ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ป.ป.ช.มาเลย์ยึดทรัพย์ บ.แฟชั่นยักษ์ โยงคดีฟอกเงิน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉ เส้นทาง'เบน สมิธ' ลงทุนโรงแรมหรูเครืออามัน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.เคนยาสัญญา G2G ไม่โปร่งใส ทำราคาน้ำมันทะลุ 50 บาท
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ติมอร์ ฐานสแกมใหม่อาเซียน? คีย์แมนโยง Prince Group
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ฆ่าโหด-ส่งตัวจีนเทาเขย่ากัมพูชา สแกมเมอร์ส่อตัดตอน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:สว.สหรัฐฯแฉไอ้โม่งใช้ข้อมูลลับ เทรดหุ้นน้ำมันหมื่นล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: พี่น้องอิหร่านใช้ชื่อปลอมซื้ออสังหาฯ ดูไบ 949 ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.กลาโหมสเปน พัวพันทุจริต โยงสินบน จนท.นาโต
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: คาเมเนอี ซุกทรัพย์หลายล้าน ล. โยงอสังหาหรูสเปน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.คริปโตอังกฤษ-CEO ปลอม โยงฟอกเงินอิหร่าน หมื่น ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: สแกมเมอร์จีนหนีศาลมะกัน ปล่อยเช่าวิลล่าหรู ณ ดูไบ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: 'เบน สมิธ' ลงทุนหมื่นล.! โยงราชวงศ์-รมต.คลัง UAE
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: อดีตปธ.ฯบำนาญไนจีเรียฉาวฟอกเงิน ซุกบ้านสหรัฐฯ-ดูไบ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: UNODC ชี้ 'หลี่ซิน' องค์กรสแกมเมอร์แห่งใหม่เขมร ?
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ทุจริตกองทัพมาเลย์จากเรือรบหาย ถึงล็อกสเปกประมูลสัญญาบำรุงรักษา




