News Logo
หน้าแรก
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:เส้นเงินลับอิหร่าน-แคนาดา หลบคว่ำบาตร นำเข้าอาวุธจีน

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:เส้นเงินลับอิหร่าน-แคนาดา หลบคว่ำบาตร นำเข้าอาวุธจีน

6 ก.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 43 คน

เรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านบรรทุกสารตั้งต้นทางเคมีของจีนหลายพันตัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซเดียมเปอร์คลอเรตสำหรับเชื้อเพลิงขับเคลื่อนแข็ง พร้อมกับโลหะวิทยาการบินและอวกาศขั้นสูง โดยส่งตรงจากท่าเรืออุตสาหกรรมของจีนและขนส่งกลับประเทศอิหร่าน

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ ขอนำเสนอข้อครหาเส้นทางการส่งอาวุธระหว่างจีนไปยังอิหร่าน

โดยสำนักข่าวเดอะบิวโร (The Bureau) องค์กรข่าวไม่แสวงหากำไรเพื่อทำข่าวสืบสวนจากประเทศอังกฤษ ได้รายงานข่าวเส้นทางการสนับสนุนอาวุธ ยุทโธปกรณ์จากจีนไปสู่อิหร่าน ซึ่งเชื่อมโยงถีงอาชญากรรมข้ามชาติและการฟอกเงิน ระบุว่า กลไกที่ซับซ้อนนี้เอื้อให้อิหร่านสามารถสร้างเครื่องจักรสงคราม ขีปนาวุธและโดรนโดยใช้เทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกา สามารถหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ผ่านเครือข่ายการค้าลับของจีนที่ดำเนินการโดยบุคคลที่สามทั่วโลก โดยมีเครือข่ายธุรกิจในแคนาดาเป็นส่วนสำคัญ

สถาปัตยกรรมลับของการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร

รายงานข่าวระบุว่า ย้อนไปเมื่อเดือนเมษายน 2555 นักธุรกิจบริษัทเอกชนในแวนคูเวอร์ได้เขียนจดหมายถึงหุ้นส่วนในจีน เสนอแผนการใช้เงินค่าน้ำมันที่จีนค้างจ่ายอิหร่านมาชำระค่าสินค้า ซึ่งจะทำให้บริษัทของเขาสามารถจัดการการค้าและชำระค่าใช้จ่ายได้

นักธุรกิจชาวแคนาดาเชื้อสายอิหร่านในแวนคูเวอร์ผู้นี้ (ในบทความนี้ไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นใคร) มีบิดาเป็นมหาเศรษฐีในอิหร่าน ได้ถูกจับกุมที่ด่านชายแดนในเมืองเบลน รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมีนาคม 2560  และถูกตัดสินจำคุกในเมืองซีแอตเทิล ฐานสมคบคิดส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่ถูกจำกัด ไปยังกระทรวงกลาโหมของอิหร่านผ่านบริษัทหน้าฉากในจีน สินค้าที่ส่งไปถึงเตหะรานรวมถึงกล้องถ่ายภาพความร้อน 110 ตัวที่ผลิตในรัฐออริกอน ซึ่งถูกส่งไปยังจีนก่อน และเป็นชนิดที่อัยการระบุว่าสามารถใช้กับโดรนทางทหารได้

นายเกอร์มันเตส ไลลารี อดีตเจ้าหน้าที่ต่างประเทศของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ในไทเป และศึกษาเรื่องสงครามไม่ปกติ รวมไปถึงศึกษาการรวมกลุ่มที่นักวิเคราะห์เรียกว่า "พันธมิตรแดง-เขียว" (red-green alliance) ระหว่างรัฐคอมมิวนิสต์และขบวนการอิสลามิสต์ ได้ให้ความเห็นกับเดอะบิวโรว่าจากการวิจัยทั่วโลกเกี่ยวกับการสนับสนุนของจีนต่ออิหร่าน เขามองว่าการสนับสนุนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสามารถของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านในการคุกคามโลกตะวันตก ทั้งโดยตรงและผ่านตัวแทน เช่นกลุ่มก่อการร้ายฮามาส, เฮซบอลเลาะห์ และกลุ่มฮูตี

นายไลลารีกล่าวว่า "จีนทำหน้าที่เป็นกระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และข่าวกรองขั้นสูงสุดของเครื่องจักรสงครามของอิหร่าน" การเงินไหลผ่านน้ำมัน โดยการประเมินของไลลารี จีนซื้อน้ำมันดิบของอิหร่านประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ผ่านโรงกลั่นอิสระที่รู้จักกันในวงการว่า "กาต้มน้ำ" (teapots) ซึ่งเป็นการอัดฉีดเงินเทียบเท่าดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 3.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (1.026 ล้านล้านบาท) ต่อปีเข้าสู่อิหร่านผ่านธุรกรรมที่ใช้เงินหยวน

ฝ่ายจัดหาทรัพยากรให้อิหร่านมีประวัติการดำเนินการผ่านศูนย์กลางการธนาคารใต้ดินทั่วโลก ซึ่งส่วนมากกิจกรรมจะเกิดในแหล่งเดียวกันคือที่ดูไบ และที่ฮ่องกง ซึ่งข้อมูลนี้ปรากฏในคดีที่ศาลแคนาดาหลายคดีทั้งในเมืองแวนคูเวอร์และเมืองโตรอนโต

โดยทั้งสองเมืองมีสิ่งที่เรียกว่า "บ้านรับแลกเงิน" ของชาวอิหร่านพลัดถิ่นหลายสิบแห่งที่อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังของหน่วยงานตำรวจแคนาดา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เปิดเผยในการพิจารณาคดีของ นายคาเมรอน เจย์ ออร์ติส โดยนายออร์ติสถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับทำงานในกรมตำรวจม้าแคนาดา (Royal Canadian Mounted Police - RCMP) แต่เขากลับส่งข้อมูลอันละเอียดอ่อนให้กับอิหร่าน

วิวัฒนาการของเส้นทางจัดหาและยุทโธปกรณ์ทางทหาร

นายไลลารีอธิบายว่า "เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตาม กลุ่มบริษัทหน้าฉากชื่อว่า 'ราห์บาร์' (ภาษาเปอร์เซียแปลว่าผู้ชี้นำ) ที่ควบคุมโดยอิหร่านได้ใช้เครือข่ายธนาคารเงาหลายชั้นที่ครอบคลุมในพื้นที่ฮ่องกงและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เพื่อจัดหาฮาร์ดแวร์ทางทหารที่ละเอียดอ่อนอย่างปลอดภัย"

 ช่องทางลับนี้ถูกตีกรอบให้แคบลงอย่างรวดเร็วหลังจากวันที่ 18 สิงหาคม  2569 เมื่อการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทั้งหมดทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยุติบทบาทในฐานะศูนย์กลางการชำระบัญชี เตหะรานจึงเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหาทรัพยากรของตัวเอง

นายไลลารีกล่าวว่า "อิหร่านถูกบังคับให้ปรับตัว โดยเตหะรานได้แบ่งช่องทางโลจิสติกส์ออกเป็นสองส่วนเพื่อรักษาสิทธิ์ในการเข้าถึงเทคโนโลยีทางทหารของจีน"

นักวิเคราะห์การทหารสหรัฐฯ ระบุว่า "เตหะรานหลีกเลี่ยงข้อจำกัดนี้โดยการลักลอบนำไมโครอิเล็กทรอนิกส์ที่ละเอียดอ่อนผ่านเครือข่ายรถไฟในเอเชียกลาง ในขณะที่ลำเลียงสารเคมีเชื้อเพลิงแข็งและโลหะวิทยาหนักผ่านเส้นทางแลกเปลี่ยนทางทะเลตรงไปยังโรงงานผลิตอาวุธ" เรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านบรรทุกสารตั้งต้นทางเคมีของจีนหลายพันตัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซเดียมเปอร์คลอเรตสำหรับเชื้อเพลิงขับเคลื่อนแข็ง พร้อมกับโลหะวิทยาการบินและอวกาศขั้นสูง โดยส่งตรงจากท่าเรืออุตสาหกรรมของจีนและขนส่งกลับประเทศอิหร่าน

สิ่งที่ห่วงโซ่อุปทานนี้ผลิตไม่ได้มีเพียงเชื้อเพลิงขับเคลื่อนขีปนาวุธเท่านั้น เพราะนายไลลารีชี้ให้เห็นถึงข้อตกลงมูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (2.3 พันล้านบาท) สำหรับขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแบบพกพาของจีนรุ่น QW-12 และ FN-16  

ขีปนาวุธประทับบ่า QW-12

ขีปนาวุธประทับบ่า QW-12

นอกจากนี้ อิหร่านยังได้ข้อมูลการกำหนดเป้าหมายผ่านเครือข่ายดาวเทียม BeiDou  และดาวเทียมสอดแนม TEE-01B ของจีนมาอย่างลับๆด้วยเช่นกัน

"เสริมด้วยเครือข่ายดาวเทียม BeiDou ของจีน ดาวเทียมสอดแนม TEE-01B ที่ได้มาอย่างลับๆ และข้อตกลง MANPADS มูลค่า 70 ล้านดอลลาร์ฯ อิหร่านและตัวแทนของอิหร่าน ทั้งฮามาส เฮซบอลเลาะห์ และกลุ่มฮูตี ล้วนใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง" นายไลลารีกล่าวและกล่าวว่า "ด้วยการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ เตหะรานกำลังบีบคอเส้นทางสำคัญที่ควบคุมการบริโภคน้ำมันทั่วโลกถึง 20%"

การเชื่อมโยงกับแคนาดาและอาชญากรรมข้ามชาติ

คำถามสำหรับแคนาดาคือเรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากยาเฟนทานิล การปราบปรามข้ามชาติ การค้ามนุษย์ กลุ่มบุคคลและองค์กรที่สหรัฐฯมีคำสั่งคว่ำบาตร กลุ่มชาวยิวในโตรอนโต และการแทรกซึมหน่วยงานตำรวจของแคนาดา ซึ่งดำเนินการโดยบุคคลที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายอิหร่านและแก๊งยาเสพติดเม็กซิกันอย่างไร?

คดีของนายออร์ติส เดอะบิวโร รายงานข่าวอ้างอิงจากการพิจารณาคดีในออตตาวา โดยขณะนี้นายออร์ติสกำลังยื่นขออุทธรณคำสั่งศาล แต่รายละเอียดคดีได้เปิดเผยความเชื่อมโยงบางส่วนในรายละเอียดที่มากกว่าการดำเนินคดีใดๆ ของแคนาดาที่เคยมีมาก่อน

รายงานยุทธศาสตร์การควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ บรรยายถึงองค์กรฟอกเงินที่ดำเนินการโดย นายอัลตัฟ คานานี ชาวปากีสถาน ระบุว่าคนนี้เป็นกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่อำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายระหว่างปากีสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลีย และฟอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากรายได้ขององค์กรอาชญากรรมต่อปี

รายงานระบุว่าลูกค้าของนายคานานีรวมถึงกลุ่มอาชญากรจีน โคลอมเบีย และเม็กซิกัน ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเฮซบอลเลาะห์และองค์กรก่อการร้ายที่ถูกกำหนดโดยตะวันตก นายคานานีเองถูกบรรยายว่ามีความสัมพันธ์กับ ลัชการ์ อี ตอยบะห์ (องค์กรก่อการร้ายอิสลามิสต์ที่มีฐานอยู่ในปากีสถาน), ดาวูด อิบราฮิม (อาชญากรชาวอินเดียที่เป็นหัวหน้าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมักถูกเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย), อัลกออิดะห์ และ กลุ่มแจอิช อี โมฮัมหมัด (กลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ที่มีฐานอยู่ในปากีสถาน)

RCMP  หรือหน่วยงานตำรวจม้าแคนาดาได้สอบสวนเครือข่ายฟอกเงินขนาดใหญ่ในเขตมหานครโตรอนโต ภายใต้รหัส "โครงการโอริกซ์" (Project Oryx) รายงานข่าวกรองของกองกำลังตำรวจฉบับหนึ่งเมื่อเดือนกันยายน 2557 ได้ระบุชื่อของ อัลตัฟ คานานี ชาวปากีสถาน ว่าเป็นผู้ต้องสงสัยมีพฤติการณ์ว่าเป็นหัวหน้าองค์กรอาชญากรรม คานานีถูกจับกุมตัวในปานามาและถูกดำเนินคดีในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ก่อนจะถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 68 เดือน

อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแคนาดาถูกตัดสินโทษจากคดีขายความลับ

สำหรับคดีของนายออร์ติส (Ortis) อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของ RCMP ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานพยายามส่งมอบความลับให้กับนายฟาร์ซาม เมห์ดิซาเดห์ (Farzam Mehdizadeh) ซึ่งเป็นบุคคลที่เคยโอนเงินประมาณ 460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นประมาณ 15,143.2 ล้านบาท) ผ่านระบบแลกเปลี่ยนเงินในโตรอนโตมาเป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ

นายเมห์ดิซาเดห์อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังของหน่วยข่าวกรองความมั่นคงแคนาดา (Canadian Security Intelligence Service) และเป็นเป้าหมายของการสอบสวนของตำรวจม้าแคนาดาในคดีเกี่ยวกับการต่อต้านการแพร่ขยายอาวุธ

นายเมห์ดิซาเดห์ยังบริหารบริษัทที่ค้าขายเซรามิก พลาสติก และโลหะพิเศษ และเมื่อศาลถามนายออร์ติสว่าวัสดุเหล่านี้มีไว้เพื่ออะไร นายออร์ติสให้การตอบว่า "การใช้งานหลักของเทคโนโลยีเหล่านั้นคือในโครงการพัฒนาอาวุธ"

อย่างไรก็ตามนายเมห์ดิซาเดห์ได้เดินทางกลับอิหร่านในปี  2560 ก่อนที่ทางการแคนาดาจะทันได้ตั้งข้อหาเขา ขณะที่พยานของ RCMP ได้ให้การในศาลว่าพนักงานสอบสวนเชื่อว่านายออร์ติสพยายามที่จะติดต่อกับนายคานานี ชาวปากีสถานโดยตรง

เส้นทางอาวุธจากจีนไปอิหร่าน

เส้นทางอาวุธจากจีนไปอิหร่าน

เครือข่ายการเงินอิหร่านที่ยังไม่ถูกคว่ำบาตร

สำนักข่าวอิหร่านอินเตอร์เนชันแนล (Iran International) ซึ่งเป็นสื่อต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน รายงานในสัปดาห์นี้ว่าเครือข่ายการเงินของอิหร่านมีขนาดกว้างขวางกว่าที่ทางการสหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตร โดยอ้างอิงจากเอกสารที่รั่วไหลของธนาคารอิหร่านแห่งหนึ่งที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งครอบคลุมช่วงเดือนพฤศจิกายน  2565  ถึงพฤษภาคม  2566

รายงานดังกล่าวระบุว่ามีธนาคาร 15 แห่งในจีนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ทำธุรกรรมทางการเงินให้กับอิหร่าน โดย 13 แห่งในจำนวนนี้ยังไม่เคยถูกบังคับใช้กฎหมายจากสหรัฐฯ และมีเพียง 2 แห่งเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 ธนาคารเหล่านี้ได้โอนเงินผ่านสิ่งที่บันทึกเรียกว่า "บัญชีผู้รับมอบอำนาจ" (trustee accounts) หรือที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เรียกว่า "กลุ่มบริษัทราห์บาร์" (rahbar companies) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ นายกัวร์มองเตส ไลลารี ได้อธิบายไว้

ในบรรดาธนาคารเหล่านั้น มี 7 แห่งเป็นธนาคารจีน โดยมีผู้รับผลประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นบริษัทการค้าทั่วไปที่จดทะเบียนในฮ่องกงและสิงคโปร์ซึ่งดำเนินธุรกิจธนาคารในจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่มีธนาคารจีนทั้งเจ็ดแห่งนี้ที่เคยถูกสหรัฐฯ บังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรจากการมีข้อตกลงกับอิหร่าน

จากจดหมายสั่งการ 33 ฉบับ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นประมาณ 1,185.12 ล้านบาท) พบว่าส่วนใหญ่เป็นการโอนเงินในสกุลดอลลาร์สหรัฐ สำนักข่าวอิหร่านอินเตอร์เนชันแนลไม่พบหลักฐานว่าธนาคารในจีนหรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จงใจช่วยเหลืออิหร่านในการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร

นายไลลารีอธิบายทิ้งท้ายว่าระบบโครงข่ายทางการเงินนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความอยู่รอดแม้จะสูญเสียธนาคารที่ใช้งานอยู่ ความเสี่ยงของแคนาดาคือโครงสร้างที่ใช้สนับสนุนเศรษฐกิจใต้ดินของอิหร่านและจีนนั้นมีอยู่ในแคนาดามานานแล้วก่อนที่ธนาคารใดๆ จะถูกปิด และหน่วยงานของแคนาดาที่แม้เฝ้าติดตามมาหลายปี แต่ก็ไม่มีผู้ดำเนินการคนใดถูกตัดสินว่ามีความผิดเลย

 ที่มา https://www.thebureau.news/p/china-supplies-the-industry-the-satellites

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชน.แฉคดีฮั้ว สว.คอนเน็คชั่นอนุฯ36 กกต.โยง ภจท.'สมชัย'ชี้เจตนาบิด กม.
ปชน.แฉคดีฮั้ว สว.คอนเน็คชั่นอนุฯ36 กกต.โยง ภจท.'สมชัย'ชี้เจตนาบิด กม.