News Logo
หน้าแรก
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ป.ป.ช.มาเลย์สอบปุ๋ยหาย 2.8 แสนตัน โยง IED ป่วนใต้?

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ป.ป.ช.มาเลย์สอบปุ๋ยหาย 2.8 แสนตัน โยง IED ป่วนใต้?

13 ก.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 3 คน

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า บริษัท Taaveekun Manufacturing Sdn Bhd (ทวีคูณ แมนูแฟคเจอริ่ง ซันเบอร์ฮัด) ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัญญา จะต้องจัดหาปุ๋ยส่วนประกอบเสริม หรือที่รู้จักกันในชื่อ "บาจา 3" จำนวน 616,015 กระสอบ สำหรับฤดูปลูกแรก (เมษายน-สิงหาคม) แต่จนถึงเดือนกันยายน กลับมีการส่งมอบปุ๋ยเพียง 333,655 กระสอบ ทำให้เกิดการขาดแคลนถึง 282,360 กระสอบ

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอนำเสนอกรณีที่สื่อในประเทศมาเลเซียได้เกาะติดความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดหาและส่งมอบปุ๋ยให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งได้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่กำลังได้รับการสอบสวนอย่างเข้มข้นโดยคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งมาเลเซีย (MACC) เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหลายหมื่นคนในรัฐเคดาห์ แต่ยังอาจมีนัยยะที่ลึกซึ้งไปถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย จากข้อกล่าวหาว่ามีการลักลอบนำปุ๋ยที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลไปใช้ในการประกอบระเบิดในภาคใต้ของไทย ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ทางการมาเลเซียและไทยจะต้องร่วมกันสอบสวน

เบื้องหลังความล่าช้า: ปุ๋ยหาย 280,000 กระสอบ

คดีความไม่โปร่งใสครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ MACC เปิดการสอบสวนกรณีความล่าช้าในการส่งมอบปุ๋ยจำนวน 282,360 กระสอบ ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวประมาณ 60,000 รายในรัฐเคดาห์ นายอับดุล ฮาลิม อามัน ผู้บัญชาการ MACC เปิดเผยว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า บริษัท Taaveekun Manufacturing Sdn Bhd (ทวีคูณ แมนูแฟคเจอริ่ง ซันเบอร์ฮัด) ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัญญา จะต้องจัดหาปุ๋ยส่วนประกอบเสริม หรือที่รู้จักกันในชื่อ "บาจา 3" จำนวน 616,015 กระสอบ สำหรับฤดูปลูกแรก (เมษายน-สิงหาคม) แต่จนถึงเดือนกันยายน กลับมีการส่งมอบปุ๋ยเพียง 333,655 กระสอบ ทำให้เกิดการขาดแคลนถึง 282,360 กระสอบ

บริษัททวีคูณ ในมาเลเซีย

บริษัททวีคูณ ในมาเลเซีย

บริษัทดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ให้จัดหา ส่งมอบ และกระจายปุ๋ยส่วนประกอบเสริม “บาจา ปาดี 3” ภายใต้โครงการมาตรการจูงใจการผลิตข้าว (SIPP)

 สัญญานี้ครอบคลุมพื้นที่โครงการพัฒนาการเกษตรมาดา (Mada) ขนาด 100,000 เฮกตาร์ และเกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวประมาณ 60,000 ราย โดยบริษัทได้รับมอบหมายให้จัดหาปุ๋ยรวม 1.23 ล้านกระสอบ คิดเป็น 30,800 ตัน สำหรับฤดูปลูกแรกและฤดูปลูกที่สองของปี 2026 มูลค่าสัญญาสูงถึง 108.61 ล้านริงกิต หรือประมาณ 882.68 ล้านบาท

MACC สาขาเคดาห์ ได้เริ่มเปิดเอกสารสอบสวนเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม และกำลังมุ่งเน้นไปที่ความเป็นไปได้ของการเรียกร้องค่าชดเชยอันเป็นเท็จ ภายใต้มาตรา 18 ของพระราชบัญญัติ MACC ปี 2009 จนถึงขณะนี้ มีการบันทึกคำให้การจากพยาน 13 ราย ได้แก่ ประธานองค์กรภราดรภาพชาวนามาเลเซีย (Pesawah) เจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาการเกษตรมาดา 4 ราย และเจ้าหน้าที่จากองค์กรเกษตรกรพื้นที่ (PPK) 8 ราย

 นายอับดุล ฮาลิม ย้ำว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนได้รับคำสั่งให้ดำเนินการสอบสวนอย่างครอบคลุมในทุกแง่มุมของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการกระจายสินค้า โดยจะตรวจสอบการวิเคราะห์ทางการเงินของบัญชีบริษัทและบัญชีที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ รวมถึงบันทึกคำให้การจากเจ้าหน้าที่และผู้รับปุ๋ยจาก PPK ทั้ง 23 แห่ง คณะกรรมการจะพิจารณาว่าจุดอ่อนด้านธรรมาภิบาลมีส่วนทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดส่งหรือไม่ แม้ว่าจะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปถึงการกระทำความผิดทางอาญา

นายอับดุล ฮาลิม กล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังพิจารณาความผิดที่อาจเกิดขึ้นหลายกระทงภายใต้พระราชบัญญัติ MACC รวมถึงการทุจริต การเรียกร้องค่าชดเชยอันเป็นเท็จตามมาตรา 18 และการใช้อำนาจในทางที่ผิดตามมาตรา 23 หากพบจุดอ่อนด้านธรรมาภิบาล MACC อาจส่งทีมงานไปยังหน่วยงานหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอมาตรการอุดช่องโหว่และแก้ไขข้อบกพร่อง

โดยมีรายงานว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและอาหาร และเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวง อาจถูก MACC เรียกตัวมาสอบสวนเกี่ยวกับที่มาของการแจกจ่ายปุ๋ยที่ล่าช้านี้ ซึ่งความล่าช้าในการจัดหาปุ๋ยทางการเกษตรให้ชาวนาอาจขัดขวางการผลิตข้าวและลดอัตราการพึ่งพาตนเองด้านข้าวของประเทศ และอาจส่งผลทำให้มาเลเซียต้องเพิ่มการพึ่งพาข้าวจากต่างประเทศ

ผู้บัญชาการ MACC นายอับดุล ฮาลิม

ผู้บัญชาการ MACC นายอับดุล ฮาลิม

ขยายผลสอบสวน: สู่ความรับผิดชอบในระดับนโยบาย

ขณะที่นายโมฮาหมัด ฟาซี ฮูซิน อดีตรองผู้บัญชาการใหญ่ MACC ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานองค์กรเพื่อความซื่อสัตย์และต่อต้านการทุจริตมาเลเซีย (INTRAS) ได้ให้ความเห็นว่า ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความล่าช้าในการกระจายปุ๋ยให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในรัฐเคดาห์ ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงความล้มเหลวทางโลจิสติกส์ หรือติดป้ายว่าเป็นทุจริตในทันที แต่ควรเป็นจุดกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบว่ามีการคัดเลือกและติดตามซัพพลายเออร์อย่างไรตั้งแต่แรก

 ความเห็นของนายฟาซีเกิดขึ้นหลังจากที่นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้เรียกร้องให้ MACC ดำเนินการกับซัพพลายเออร์ที่รับผิดชอบต่อความล่าช้าในการกระจายปุ๋ย และดำเนินการอย่างเข้มงวดหากการสอบสวนพบองค์ประกอบของการทุจริตหรือการติดสินบน

นายฟาซี เน้นย้ำว่า คำถามสำคัญควรอยู่ที่ว่าปุ๋ยที่จ่ายด้วยเงินทุนสาธารณะได้ส่งถึงมือเกษตรกรเมื่อจำเป็นหรือไม่ เขาชี้ไปที่ข้อร้องเรียนจากเกษตรกรในอำเภอปีดา 15, อำเภอกูบังปาสู รัฐเคดาห์ ซึ่งมีการรวมตัวอย่างสงบเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม เพื่อเรียกร้องให้มีการแจกจ่ายปุ๋ยเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากพืชผลบางส่วนมีอายุ 70-80 วันแล้ว ในขณะที่ปุ๋ยเพิ่มเติมควรได้รับก่อนข้าวอายุ 45 วัน

นายฟาซี ยังชี้ว่าเมื่อเกิดความล่าช้าในการจัดส่ง มักจะให้ความสนใจกับปัญหาที่ปลายห่วงโซ่อุปทาน เช่น โลจิสติกส์ การขาดแคลน และการกระจายสินค้า อย่างไรก็ตาม เขาเสนอว่าทางการควรตรวจสอบคำถามที่สำคัญกว่าและเป็นพื้นฐานกว่า นั่นคือ “ซัพพลายเออร์ได้รับการคัดเลือกอย่างไร?” ซึ่งควรรวมถึงการพิจารณาว่าซัพพลายเออร์มีทรัพยากรทางการเงิน ประสบการณ์ คลังสินค้า เครือข่ายโลจิสติกส์ และความสามารถในการจัดส่งปริมาณมากตามกำหนดเวลาเพียงพอหรือไม่ ทางการควรตรวจสอบประวัติและผู้ถือประโยชน์ที่แท้จริงของซัพพลายเออร์ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น และการตรวจสอบสถานะก่อนที่จะมีการมอบสัญญา

“หากซัพพลายเออร์ไม่สามารถจัดส่งได้ ซัพพลายเออร์จะต้องรับผิดชอบอย่างแน่นอน แต่หากมีการเลือกซัพพลายเออร์ที่ไม่มีความสามารถตั้งแต่แรก คำถามก็จะเปลี่ยนไป ใครเป็นผู้เลือกพวกเขา?” นายฟาซีกล่าว และกล่าวว่าเขาเห็นว่ามีความแตกต่างที่สำคัญระหว่างความล้มเหลวของซัพพลายเออร์รายบุคคลกับความล้มเหลวเชิงระบบในกระบวนการที่ใช้ในการเลือกซัพพลายเออร์นั้น หากมีองค์ประกอบของการใช้อำนาจในทางที่ผิดหรือการทุจริต ทางการควรทำการสอบสวน

สัญญาฉาวในอดีตหลายพันล้าน

นายฟาซีกล่าวถึงการสอบสวนของ MACC ในปี 2567 เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการรวมกลุ่มผูกขาดที่เกี่ยวข้องกับสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างและการกระจายปุ๋ยข้าว ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าสัญญารวมอยู่ที่ 1.8 พันล้านริงกิต หรือประมาณ 14,634 ล้านบาท ในการสอบสวนครั้งนั้น  MACC ได้เดินหน้าสอบสวนสัญญามูลค่าประมาณ 60 ล้านริงกิต หรือประมาณ 487.8 ล้านบาท สำหรับการจัดหาปุ๋ย 15,000 ตัน

นายฟาซี อ้างรายงานในขณะนั้นว่า บริษัทที่ได้รับสัญญาถูกรายงานว่าไม่ดำเนินงานในมาเลเซียเป็นเวลาแปดปี ในขณะที่สัญญาถูกรายงานว่าได้รับผ่านการเจรจาโดยตรงโดยอ้างเหตุผลการจัดซื้อเร่งด่วน รายงานต่อมาอ้างว่าสัญญานี้ทำขึ้นโดยไม่มีการเปรียบเทียบราคาหรือผ่านคณะกรรมการ และได้รับการอนุมัติภายในเวลาประมาณหกวัน

อย่างไรก็ตาม นายฟาซี เน้นย้ำว่าการสอบสวนไม่ใช่การตัดสินลงโทษ และผู้ที่ถูกสอบสวนไม่ควรถูกสันนิษฐานว่ามีความผิดในกรณีนี้

อดีตรองผู้บัญชาการ MACC ย้ำว่า การจัดซื้อเร่งด่วนไม่ควรถือเป็นเหตุผลในการละทิ้งการตรวจสอบสถานะ หากกระบวนการจำเป็นต้องเร่งดำเนินการ การตรวจสอบก็สามารถเร่งดำเนินการได้ แต่ไม่ควรตัดทิ้งการตรวจสอบ พร้อมกล่าวเสริมว่าทางการยังคงควรตรวจสอบความเป็นเจ้าของ ความสามารถ ประวัติ ราคา และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นของซัพพลายเออร์

ชาวนาไม่ควรเป็น "ผู้ตรวจสอบสุดท้าย" ของรัฐบาล

นายฟาซีย้ำว่า เพียงแค่การเป็นบริษัทจดทะเบียนไม่ได้หมายความว่าซัพพลายเออร์จะมีความสามารถในการดำเนินงานเพื่อจัดหาสารเคมีทางการเกษตรจำนวนมากได้ การจัดหาสารเคมีทางการเกษตรขนาดใหญ่ต้องอาศัยแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ การควบคุมคุณภาพ การจัดเก็บ การขนส่ง และความสามารถในการกระจายสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งมอบให้ตรงเวลาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากความล่าช้าอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตพืชผล

“เป็นเรื่องน่ากังวลเมื่อชาวนาเองเป็นกลุ่มแรกที่ส่งสัญญาณว่าสารเคมีทางการเกษตรล่าช้า ไม่มาถึง หรือมีคุณภาพน่าสงสัย ทั้งที่ชาวนาควรเป็นผู้ได้รับประโยชน์ ไม่ใช่ผู้ตรวจสอบคนสุดท้ายของรัฐบาล" นายฟาซีกล่าว

นายฟาซีกล่าวว่า ความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐนั้นกว้างไกลกว่าแค่การรับสินบน แต่ยังครอบคลุมถึงการคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่เป็นธรรม การตรวจสอบสถานะที่เหมาะสม การหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน การกำหนดราคาและข้อกำหนดที่สมเหตุสมผล การติดตามผลการปฏิบัติงาน และการดำเนินการเมื่อไม่ปฏิบัติตามสัญญา

นายฟาซีกล่าวว่า ปัญหาการล่าช้าของสารเคมีทางการเกษตรในรัฐเคดาห์จึงควรกระตุ้นให้มีการทบทวนห่วงโซ่ทั้งหมด — ตั้งแต่การจัดสรรและสัญญา ไปจนถึงซัพพลายเออร์ คุณภาพผลิตภัณฑ์ การจัดส่ง การกระจาย และสุดท้ายคือชาวนา

ข้อครหา ปุ๋ยถูกลักลอบทำ IED ป่วนนราธิวาส

นอกจากนี้มีรายงานว่าปุ๋ยบางส่วนที่จัดหาให้กับเกษตรกรรัฐเคดาห์ล่าช้า อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.นราธิวาสของไทย หลังจากเจ้าหน้าที่ไทยตรวจยึดปุ๋ยยูเรียสูตรเร่งผลผลิตน้ำหนักรวมกว่า 520 กิโลกรัม โดยยึดได้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ระหว่างการตรวจค้นในพื้นที่อำภูมิตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งปุ๋ยเคมีล็อตดังกล่าวมีสัญลักษณ์โครงการอุดหนุนราคาของรัฐบาลมาเลเซีย และตราสินค้าของเครือข่ายสหกรณ์เกษตรกรแห่งชาติมาเลเซีย (NAFAS) อย่างชัดเจน

มาเลย์สอบเข้ม หลังไทยยึดปุ๋ยรัฐ ลอบขนข้ามแดน โยงทำระเบิดป่วนใต้

มาเลย์สอบเข้ม หลังไทยยึดปุ๋ยรัฐ ลอบขนข้ามแดน โยงทำระเบิดป่วนใต้

ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่า ความล่าช้าในการกระจายปุ๋ยให้แก่ชาวนาในรัฐเคดาห์ อาจมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการยักยอกและลักลอบขนส่งปุ๋ยเคมีอุดหนุนเหล่านี้ข้ามแดนมายังฝั่งไทย เพื่อส่งต่อให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบนำไปใช้เป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตระเบิดแสวงเครื่อง (IED) หรือไม่

ขณะที่นายฟาริส อาริฟฟิน ผู้จัดการทั่วไปขององค์กร Nafas ได้ออกมาแถลงการณ์ผ่านสื่อมาเลเซียกีนี (Malaysiakini) หลังจากเหตุตรวจยึดโดยเน้นย้ำว่า ปุ๋ยอุดหนุนราคาของรัฐบาลได้รับการจัดสรรภายใต้ระบบการกำกับดูแลที่เข้มงวด มีการลงทะเบียนรายชื่อเกษตรกรและโควตาที่ชัดเจนร่วมกับกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม ทางองค์กรขอยืนยันจุดยืนว่าจะไม่ประนีประนอมต่อการทุจริต การลักลอบผันแปรสินค้าออกจากระบบ หรือขบวนการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดนในทุกกรณี และพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับตำรวจไทย กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ

ส่วนนายเสรี ไซฟุดดิน นาสุติน อิสมาอิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของมาเลเซีย กล่าวว่ามาเลเซียและไทยจะใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น การมีส่วนร่วมระหว่างรัฐบาล การทำงานร่วมกันของกลุ่มชายแดน และความร่วมมือระหว่างตำรวจ (P-to-P) เพื่อสอบสวนข้อกล่าวหาดังกล่าว   โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชายแดนโดยใช้ช่องทางที่จัดตั้งขึ้น เพื่อป้องกันความตึงเครียดหรือความสงสัยระหว่างสองประเทศ

เช่นเดียวกับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้มอบหมายให้ MACC เดินหน้าตรวจสอบกรณีปุ๋ยหาย ตามที่ได้เรียนไปเบื้องต้นแล้ว

ที่มา https://www.nst.com.my/amp/news/nation/2026/09/1529899/updated-macc-probing-shortfall-over-280000-fertiliser-bags-kedah-padi,https://www.businesstoday.com.my/2026/09/08/rm1-8-billion-fertiliser-contracts-ask-how-suppliers-selected-and-who-picked-them/

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก
สถานการณ์ใต้
ทุจริตปุ๋ยมาเลเซีย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุก5 ปี! อดีตผอ.ร.ร.สะแกโพรงฯบุรีรัมย์ ทุจริตเงินอาหารกลางวันช่วงโควิด
คุก5 ปี! อดีตผอ.ร.ร.สะแกโพรงฯบุรีรัมย์ ทุจริตเงินอาหารกลางวันช่วงโควิด